สู้เพื่ออยู่รอด!! นักปวศ.อิสฯฟันธง หงส์ดำแห่งปาเลสไตน์กระพือปีก Resistance ตะลุยรอบทิศ

0

ศึกกาซาวันนี้ได้ขยายวงทั่วทั้งประเทศ ไม่เฉพาะฉนวนกาซาและลุกลามไปยังเวสต์แบงก์และถิ่นที่อาศัยของชาวอิสราเอลทั้งเหนือและใต้ มีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อสวนทางกับคำประกาศของเนทันยาฮูและผู้นำIDF ว่าจะกวาดล้างฮามาสให้หมดอย่างรวดเร็ว ปรากฏว่าวันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า อิสราเอลได้มุ่งเป้าทำลายล้างชาวปาเลสไตน์ไม่เลือกหน้า

สงครามอิสราเอล-ฮามาสในฉนวนกาซาอาจเป็นช่วงเวลา ‘หงส์ดำ’ ของปาเลสไตน์หรือไม่? มาฟังมุมมองของนักประวัติศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ทางการเมืองชาวอิสราเอลในอังกฤษ และบรรณาธิการบริหารของสื่ออัล-มายาดีนของเลบานอนซึ่งถูกอิสราเอลแบน ว่าปรากฎการณ์สำคัญต่อโลกครั้งนี้จะนำพาไปสู่อะไร

 

วันที่ ๑๘ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวอาหรับนิวส์และปาเลสไตน์โครนิเคิลรายงานว่า  ดร.อารอน เบร็กแมน นักประวัติศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ทางการเมืองชาวอิสราเอลในอังกฤษ สอนอยู่ที่คิงส์คอลเลจลอนดอนได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์สื่อว่า “ความขัดแย้งของอิสราเอล-ปาเลสไตน์รอบล่าสุดนี้ บางสิ่งที่สำคัญอาจสั่นคลอน  เป็นช่วงเวลา “หงส์ดำ” ซึ่งเป็นคำอุปมาที่ใช้โดยทางการเมือง ให้นิยามของกลุ่มฮามาส ที่ได้สร้างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อย ไม่คาดคิด และคาดเดาไม่ได้ ส่งผลกระทบที่ตามมาอย่างน่าทึ่งและคาดไม่ถึง”

เบร็กแมนเขียนไว้ในหนังสือของเขาเมื่อปี ๒๐๑๐ เรื่อง “สงครามของอิสราเอล  ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี ๑๙๔๗” “เมื่อมองจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ สงครามระยะสั้นที่แยกจากกันเหล่านี้สามารถมองได้ว่าเป็นความขัดแย้งต่อเนื่อง ที่ครั้งหนึ่งโดยที่ดินแดน แรกคือปาเลสไตน์ และจากนั้นก็ถูกยึดครองโดย อิสราเอลในสงครามครั้งต่อๆ มา ถือเป็นจุดชนวนหลักที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่นี่

“หลังจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอาหรับมานานกว่า ๖๐ ปี บ่งชี้ว่าในสนามรบไม่เคยมีผู้ชนะที่ชัดเจน ทั้งชาวอาหรับและอิสราเอล”

เขาเชื่อว่า แม้ว่าการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ ๗ ต.ค. จะมีความน่าสยดสยองอย่างไม่ลดละ และการตอบโต้ทางทหารอย่างไม่ประนีประนอมและถูกประณามอย่างกว้างขวางมากขึ้นของอิสราเอลก็ตาม ความขัดแย้งในปัจจุบันอาจพิสูจน์ได้ว่าได้รีเซ็ตปูทางไปสู่การแก้ปัญหาสองรัฐในที่สุด 

เขาชี้ว่า “มีคนหัวรุนแรงในรัฐบาลเนทันยาฮูปรารถนาให้กลับมาสร้างชุมชนชาวยิวในฉนวนกาซาในพื้นที่ที่อิสรเอลได้อพยพออกไปในปี ๒๐๐๕ อีกครั้ง” แต่เบร็กแมนเชื่อว่านี่จะไม่ทำให้ความขัดแย้งในปัจจุบันสิ้นสุดลง  “นอกจากนี้หากอิสราเอลยืดฉนวนกาซาจะถูกต่อต้านโดยประชาคมระหว่างประเทศทั้งหมด แม้แต่สหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้อิสราเอลต้องพึ่งพาอย่างมาก”

เบร็กแมนย้ำว่า “หากคุณมองจากมุมมองทางการทหารล้วนๆ ปฏิบัติการของกลุ่มฮามาสถือเป็นปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก พวกเขาทำให้ชาวอิสราเอลประหลาดใจครั้งใหญ่ ตอนนี้ ฉันจินตนาการว่าชาวปาเลสไตน์จำนวนมากในฉนวนกาซาก็โกรธพวกเขาเพราะเกิดการตอบโต้ทำลายล้าง แต่ในระยะยาว นี่จะถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในตำนานและประวัติศาสตร์ของชาวปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญหลังจากหลายปีแห่งความอัปยศอดสูบนชัยชนะของอิสราเอล”

เขาเชื่อว่าระยะปัจจุบันของความขัดแย้งจะสิ้นสุดในไม่ช้า “อาจหลายสัปดาห์ เพราะชาวอเมริกันจะหยุดชาวอิสราเอล เพราะไบเดนจะกลัวแพ้การเลือกตั้งหากพวกเขาดำเนินต่อไป แต่สิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไปคือเสียงปีกหงส์ดำที่ดังขึ้น และกระพือปีกไปทั่วโลกมุสลิม และความโกรธเกรี้ยวของชาวอิสราเอลต่อเนทันยาฮุจะระเบิดขึ้นแม้อาจไม่ใช่ในตอนนี้ แต่มันจะถูกปลดปล่อยใส่เขาแน่นอน”

“ทันใดนั้น คุณมีพื้นฐานของการแก้ปัญหาแบบสองรัฐ และในความเห็นของฉัน นี่คือเกมสุดท้ายที่ชาวอเมริกันกำลังพยายามผลักดันอิสราเอลให้ยอมรับถ้าเห็นเค้าลางปฏิบัติการทางทหารจะไม่จบง่าย”

มาดูอีกท่านหนึ่ง ในการให้สัมภาษณ์กับรายการทีวียอดนิยม Russia Today เรื่อง ‘Worlds Apart’ ดร.แรมซี บารูด์ (Ramzy Baroud) บรรณาธิการข่าวชาวปาเลสไตน์ของสื่อ The Palestine Chronicle กล่าวถึงการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์สมัยใหม่ และการคงอยู่ของการต่อต้านของชาวปาเลสไตน์

บารูด์กล่าวว่า “สำหรับชาวปาเลสไตน์ ปาเลสไตน์กำลังจะกลายเป็นรัฐชาติในความหมายสมัยใหม่ แต่มีการหยุดชะงักเกิดขึ้น เมื่ออังกฤษในปี ๑๙๑๗ พร้อมด้วยปฏิญญาบัลโฟร์ มอบปาเลสไตน์ให้กับขบวนการไซออนิสต์ ทำให้เกิดการหยุดชะงัก สู่วงจรประวัติศาสตร์ขัดแย้ง” 

“รัฐปาเลสไตน์สมัยใหม่และการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์ยุคใหม่นั้นเป็นการต่อสู้ทางการเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่การต่อสู้ทางศาสนาที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขแนวทางประวัติศาสตร์นั้น”

บารูด์ยังพูดถึงความจำเป็นในการให้ความยุติธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ก่อนที่จะพูดถึงวิธีแก้ปัญหา “อิสราเอลไม่ต้องการวิธีแก้ปัญหาใดๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของพวกเขา นั่นคือการควบคุมปาเลสไตน์ในประวัติศาสตร์โดยสมบูรณ์”

“กลุ่มฮิซบอลเลาะห์หรือฮามาสไม่ใช่ตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ แต่ดำเนินการภายในขอบเขตระดับชาติ พวกเขาไม่มีภารกิจญิฮาดเพื่อปลดปล่อยประเทศให้กลับสู่การปกครองของอาณาจักรอิสลาม หรือฟื้นฟูหัวหน้าศาสนาอิสลาม เว้นแต่คุณจะเข้าใจ จึงจะไม่ตกหลุมโฆษณาชวนเชื่อของสหรัฐฯ ได้อย่างง่ายดายว่า กลุ่มฮามาสคือไอซิส ISIS” เขาย้ำว่า การต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์มุ่งหมายเพื่อความอยู่รอดและการดำรงสถานะอธิปไตยอย่างแท้จริงให้จงได้นั่นเอง

ศึกกาซาที่ยืดเยือมาเกือบสองเดือน หลังฝุ่นตลบเราได้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังของที่มาภายใต้ฉากโหดร้ายทั้งของฝ่ายฮามาส และอิสราเอล หนทางแก้ปัญหาเชิงลึกยังไม่อาจนำขึ้นมาบนโต๊ะ เพราะภาพตรงหน้าของการทำลายชีวิตประชาชนชาวปาเลสไตน์อย่างบ้าคลั่งของอิสราเอล ยังไม่ยุติลงท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองอย่างดุเดือนของทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้การตอบโต้ทางทหารเป็นไปแบบดูเหมือนธรรมชาติ ยิ่งอิสราเอลโหดร้ายมากเท่าไร การตอบโต้กลับก็จะยิ่งดุเดือดมากขึ้นเท่านั้น และสงครามข่าวสารก็จะเข้มข้นขึ้นด้วย 

ไม่ว่าสงครามจะขยายใหญ่โตทั่วภูมิภาคหรือไม่ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งสงครามใหญ่ที่กำลังถูกเร่งกระพือไฟขัดแย้งในอีกหลายภูมิภาค เป้าหมายของสงครามทำลายล้างระหว่างไซออนนิสต์และอิหร่านได้ถูกวางแผนมาไว้ล่วงหน้าแล้ว และกำลังผลักดันให้เกิดขึ้นในที่สุด นอกเสียจากปัจจัยอื่นๆกดดันให้ต้องพักรบ หรือแช่แข็งศึกไว้ชั่วคราวอย่างที่อาจเกิดขึ้นให้เห็นในยูเครน ก็เป็นได้??