ลามใกล้บ้าน! ฉีกหน้ากากไบเดนพบสี จิ้นผิง สหรัฐเร่งปั่นขัดแย้งเมียนมา-ฟิลิปปินส์-ไต้หวันระอุ

0

หลังการจัดฉากต้อนรับปธน.สี จิ้นผิงแห่งจีนอย่างเอิกเกริกที่ซานฟรานซิสโกประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่าเขายังคงถือว่าผู้นำจีนคนนี้เป็น “เผด็จการ” แม้ว่าเขาจะอ้างว่ามีความคืบหน้าในการเจรจาที่ซานฟรานซิสโกก็ตาม

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้ออกมาตอบโต้ทันทีเกี่ยวกับคำพูดของไบเดนว่าเป็นสิ่งที่ “ผิดและขาดความรับผิดชอบ”

การเยือนสหรัฐครั้งนี้ของสี จิ้นผิงเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวางว่าจะส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลจุดยืนปรปักษ์ของทั้งสองประเทศหรือไม่ สื่อจีนและสื่อรัสเซียมีมุมมองที่ต่างกันชัดเจน

วันที่ ๑๗ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและโกลบัลไทมส์รายงานว่าวอชิงตันและปักกิ่ง แสดงความเป็นมิตรอย่างอบอุ่นในการร่วมกันให้คำมั่นสัญญาการส่งเสริม”การเจรจาและความร่วมมือในด้านต่างๆ”; เกี่ยวกับ AI ความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด กลับไปสู่การพูดคุยระดับสูงระหว่างทหารกับทหาร “กลไกการให้คำปรึกษาด้านความมั่นคงทางทะเล”; เพิ่มเที่ยวบินอย่างมีนัยสำคัญภายในต้นปี ๒๕๖๗ และ “การขยายการแลกเปลี่ยน” ในด้านการศึกษา นักเรียนต่างชาติ วัฒนธรรม กีฬา และแวดวงธุรกิจ

ไบเดนยังคงเน้นย้ำ “การสนับสนุนอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง”; การป้องกัน “พันธมิตรอินโดแปซิฟิกของเรา”; “ความมุ่งมั่นต่อเสรีภาพในการเดินเรือและการบินเหนือ”; “การปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ”; “การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก”; “สนับสนุน“ การป้องกันยูเครนจากการรุกรานของรัสเซีย ”; และ “ การสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการปกป้องตนเองจากการก่อการร้าย ”

ปักกิ่งเข้าใจในรายละเอียดเกี่ยวกับบริบทและความหวือหวาทางภูมิรัฐศาสตร์ของคำมั่นสัญญาแต่ละข้อ ผู้ดูแลของไบเดนพยายามโน้มน้าวให้จีนหยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซียและอิหร่าน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของจีนด้วย และนั่นจะไม่เกิดขึ้น

ความจริงก็คือ Xi รู้ทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแนวรบ Hybrid War ที่หมุนเวียนของจักรวรรดินิยมอเมริกา รวมถึงแนวรบอื่นๆ ที่สามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการกดสวิตช์ และยังคงสร้างความปั่นป่วนทั้งในไต้หวัน ในฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และยังคงหนุนหลังการปฏิวัติสีที่อาจเกิดขึ้นในเอเชียกลางที่พุ่งเป้ามาที่จีนและรัสเซีย

มีเพียงสองทางเลือกสำหรับจีนและสหรัฐอเมริกา ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ นักข่าวชาวจีน-อเมริกันคนหนึ่งได้ถามสีเป็นภาษาจีนกลางว่าเขาเชื่อใจไบเดนหรือไม่ ประธานาธิบดีจีนเข้าใจคำถามนี้ดีพอ มองดูเธอแล้วไม่ตอบ

ท้ายที่สุด Xi รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขากำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรัฐบาลในนามสื่อ และเขายังตระหนักดีถึงไบเดนซึ่งจริงๆถือว่าปักกิ่งเป็นภัยคุกคามต่อ “ระเบียบระหว่างประเทศตามกฎเกณฑ์ของสหรัฐ”ไม่ต้องพูดถึงข้อกล่าวหาอย่างไม่หยุดยั้งเรื่อง “การล้างเผ่าพันธุ์ซินเจียง” บวกกับคลื่นยักษ์สึนามิในการสกัดกั้นชิปที่สหรัฐเปิดฉากกีดกันกลั่นแกล้งจีนอย่างดุเดือดและเปิดเผย ทุกอย่างนี้ยีงไม่จบ

เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว สีจิ้นผิงกล่าวสุนทรพจน์ต่อบุคคลที่มีชื่อเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์โดยระบุอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีส่วนร่วมใน “การกักกัน ปิดล้อม และการปราบปรามอย่างครอบคลุม”ต่อจีน

ในขณะที่สื่อจีนพยายามอธิบายหรือชี้ถึงผลบวกในการที่สองผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นคู่แข่งขันสำคัญในระเบียบโลกใหม่ ฟากหนึ่งอยู่กับมหาอำนาจโลกขั้วเดี่ยว อีกฟากหนึ่งคือแกนนำโลกหลายขั้ว ประเด็นสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ว่า Dedollarization หรือ การเริ่มต้นซื้อหนี้หรือพันธบัตรสหรัฐเพิ่ม ไม่ได้อยู่ในวาระ และสื่อก็ไม่กล้าบิดเบือนว่า ผู้นำจีนรับปากเรื่องนี้

ความเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้และอาเซียนให้คำตอบชัดว่า สหรัฐกับจีนจะกลับมาจี๋จ๋าเหมือนกับที่สื่อตะวันตกพยายามวาดภาพหรือไม่?

ที่เมียนมาร์  รัฐบาลพม่าระบุว่ากำลังเผชิญกับ ‘การโจมตีอย่างหนัก’ จากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และแจ้งกับเจ้าหน้าที่รัฐให้เตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน มีการเรียกร้องให้ผู้ที่มีประสบการณ์ทางทหารเตรียมพร้อมรับใช้ชาติ

ขณะที่กองกำลังของกองทัพอาระกัน (AA) ได้ทำการโจมตีกองกำลังรักษาความมั่นคงทั่วรัฐยะไข่ในสัปดาห์นี้ ที่เป็นการเปิดอีกหนึ่งแนวรบในขณะที่ทหารกำลังต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ

ขณะที่จีนระบุในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่ากำลังช่วยตั้งถิ่นฐานกับคนที่อพยพข้ามแดนเพื่อหลบหนีการปะทะในพื้นที่ตอนเหนือของพม่า ที่สหประชาชาติระบุว่ามีผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบระหว่างรัฐบาลทหารและกลุ่มพันธมิตรของชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์มากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน

ทางด้านฟิลิปปินส์ได้ยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่เดือนสิงหาคมต่อจีน ใกล่่หมู่เกาะและแนวปะการังของจีนในทะเลจีนใต้ซึ่งฟิลิปปินส์อ้างเป็นของตนเองด้วย

ผู้เชี่ยวชาญจีนระบุว่า “สหรัฐฯ ในฐานะประเทศจากนอกภูมิภาค ไม่ต้องการการลงนาม COC หรือข้อตกลงทะเลจีนใต้อันสงบสุข การแทรกแซงจากภายนอกจะต้องถูกปฏิเสธ”

สำหรับไต้หวัน กำลังขับเคี่ยวอย่างดุเดือดระหว่างพรรคการเมืองโปรอเมริกากับพรรคการเมืองโปรจีน เพราะการเลือกตั้งเดือนมกราคมปีหน้า สามารถชี้ขาดได้ถึงแนวรบช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้จะสงบหรือเดือดคลั่ก

ทั้งหมดนี้คือความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯข้างบ้านของจีน ซึ่งจีนรู้และทั่วโลกเห็นละครฉากใหญ่ที่ซานฟรานซิสโกจึงไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิง อย่างที่สื่อรัสเซียฟันเปรี้ยงว่า ประชุมAPEC ครั้งนี้สี ได้คะแนนเต็ม ขณะที่สหรัฐฯได้แค่รอยยิ้มแห้งๆ!!??