จากที่มีรายงานถึงการบุกโจมตีโรงพยาบาลของกองทัพอิสราเอล แต่กลับถูกตอบโต้ข้อเท็จจริงว่าไม่มีกองกำลังฮามาสอยู่ในบริเวณที่กล่าวอ้าง ขณะที่มีกระแสถึงการจะย้ายกองทัพจากส่วนเหนือไปยังตอนใต้ด้วย
ทั้งนี้มีความเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ซึ่ง Blockdit World Update ได้โพสต์ข้อความถึงข้อเท็จจริงที่โรงพยายบาลในฉนวนกาซาว่า
เมื่อฮามาส แข็งแรงมีอาวุธทัดเทียมกัน อิสราเอล จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่จะทิ้งระเบิด และส่งกำลังไปบุกโจมตีโรงพยาบาล อัล-ชิฟา แทน เนื่องจากหมอ และผู้ป่วยอ่อนแอสู้ไม่ได้ เปิดฉากภายในห้องผู้ป่วย จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบคน
ในลานของโรงพยาบาล พนักงานช่วยเหลือผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงผู้บาดเจ็บได้ เนื่องจากพลซุ่มยิงทหารอิสราเอล ในเวลาเดียวกันกองทัพอิสราเอล ยังคงทิ้งระเบิดสหรัฐ ใส่โรงพยาบาลในภาคกลาง ภาคใต้เขตกาซาไปด้วย
สถานีวิทยุกองทัพอิสราเอล ยอมรับความผิดพลาดงานข่าวกรองว่า ไม่มีวี่แววเชลยชาวอิสราเอลที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟา ในกาซา หลังจากที่ทหารเข้าโจมตีผู้ป่วยในสถานที่โรงพยาบาลแล้ว
ประธานาธิบดี เรเซป ไตยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ประณามอิสราเอลว่าเป็น รัฐก่อการร้าย มีเจตนาที่จะทำลายล้างกาซา พร้อมกับผู้อยู่อาศัยทั้งหมดทุกคน ส่วนกองทัพฮามาส เป็นผู้ที่พยายามปกป้องดินแดนและพลเมืองปาเลสไตน์ของพวกเขา
กองทัพฮามาส ปาเลสไตน์ แถลงว่ารัฐบาลอิสราเอล และประธานาธิบดีไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ เป็นผู้บงการอย่างเต็มที่ในการโจมตีอาวุธต่อศูนย์การแพทย์อัล-ชิฟา ที่เป็นศูนย์บริการผู้ป่วย พลเรือนผู้ลี้ภัยพลัดถิ่นหลายพันคนที่ใหญ่ที่สุดในเขตกาซา
เป็นการก่ออาชญากรรมต่อสถานพยาบาล ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาเจนีวาข้อ 4 โดยอิสราเอล และสหรัฐ ร่วมมือกันสังหารพลเรือนในเขตโรงพยาบาลที่ไม่มีอาวุธ
โดยอ้างว่ากองทัพฮามาส ใช้ศูนย์การแพทย์อัล-ชิฟา เพื่อจุดประสงค์ทางทหาร เพื่อใช้เป็นเหตุก่ออาชญากรรมสงครามสังหารพลเรือนจำนวนมากแล้วบังคับย้ายพวกเขาออกจากทางเหนือไปทางใต้ ตามแผนการยึดครองดินแดน
ความเงียบงันของสหประชาชาติ และอีกหลายประเทศ จะไม่สามารถขัดขวางนักรบชาวปาเลสไตน์ที่จะต่อสู้ปกป้องดินแดนของพวกเขา ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายของรัฐปาเลสไตน์ ตามสิทธิอย่างเต็มกำลัง
ฮามาส ท้าให้สหประชาชาติ ตั้งคณะกรรมการระหว่างประเทศ เพื่อตรวจสอบคำอ้างของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่ามีอุโมงค์ลับของฮามาส อยู่ใต้หรือใกล้โรงพยาบาลจริงหรือไม่
ล่าสุดยังคงการปะทะกันด้วยอาวุธหนักระหว่าง 2 ฝ่าย เกิดขึ้นทั่วไปตามจุดสำคัญ โดยฝ่ายฮามาส ใช้วิธีโผล่ขึ้นมาจากอุโมงค์ ซุ่มโจมตีรถถัง รถหุ้มเกราะ และทหารเดินเท้า เพื่อทำลายชีวิตข้าศึกให้มากที่สุด
มีรายงานจากทางโรงพยาบาล Ichilov ในกรุงเทลอาวีฟ ที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไปว่า ทหารอิสราเอล สูญเสียชีวิต และบาดเจ็บมากขึ้นอย่างมาก ต้องใช้เฮลิปคอปเตอร์อพยพตลอดเวลาไปยังดาดฟ้าของโรงพยาบาล
แผนการณ์ไล่ที่ชิงดินแดนชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล และสหรัฐ เกินกว่าชาวโลกจะรับไหว ซึ่งกองทัพฮามาส รู้ดีว่าถ้าไม่สู้ก็ถูกไล่ที่ทิ้งระเบิดใส่ และต้องอยู่อย่างทาสมานาน 75 ปี
พวกเขารู้ตัวว่าอาวุธด้อยกว่าสหรัฐ แต่ใจสู้ยิบตา เพราะ ต้องการเลิกทาส โดยทำลายชีวิตทหารอิสราเอล ที่รุกรานให้ได้จำนวนมากที่สุดหลักพัน หมื่น แสน กอดคอหายนะจมดิ่งไปด้วยกัน
Cr.https://www.blockdit.com/world.update
Cr.https://www.facebook.com/profile.php?id=100077775671454
ต่อมาวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 เว็บไซต์ TOP WAR ได้เผยแพร่ข้อมูลถึงกองกำลังป้องกันประเทศของอิสราเอลด้วยว่า เจ้าหน้าที่จากฝ่ายบริหารของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ให้สัมภาษณ์กับ Sky News Arabiya กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) จะเริ่มปฏิบัติการทางทหารทางตอนใต้ของฉนวนกาซาในไม่ช้า
โดยตัวแทนของรัฐบาลอิสราเอลระบุ ทันทีที่โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮามาสทางตอนเหนือของวงล้อมปาเลสไตน์ถูกทำลาย การสู้รบจะย้ายไปทางใต้ของฉนวนกาซาโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีฐานของขบวนการปาเลสไตน์อยู่ที่นั่นด้วย
ปัจจุบัน ศูนย์กลางของการสู้รบระหว่างกลุ่มฮามาสและกองทหารอิสราเอลอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา แม้จะมีความพยายามมหาศาล แต่กองทหารอิสราเอลยังไม่สามารถควบคุมเมืองกาซาและพื้นที่อื่นๆ ที่มีประชากรอาศัยอยู่ได้อย่างสมบูรณ์
เป็นที่น่าสนใจว่าเกือบจะตั้งแต่วินาทีที่ปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเริ่มต้นขึ้น ผู้นำอิสราเอลเรียกร้องให้ชาวเมืองและการตั้งถิ่นฐานทางตอนเหนืออพยพไปทางทิศใต้ แต่หากการสู้รบเริ่มต้นขึ้นทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ก็ยังไม่ชัดเจนว่าในกรณีนี้ พลเรือนจะสามารถอพยพออกไปได้
แผนการที่จะเริ่มปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของวงล้อมปาเลสไตน์เต็มไปด้วยสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่ย่ำแย่ลงไปอีก และพลเรือนหลายพันคนเสียชีวิต ดังนั้นความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามมากขึ้น และความรุนแรงของการสู้รบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการโจมตีดินแดนอิสราเอลโดยการต่อต้านของชาวปาเลสไตน์ โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ปฏิบัติการในเลบานอน จะเพิ่มขึ้น