ดาบนั้นคืนสนอง! ไบเดนโดนแล้ว CCRนิวยอร์คฟ้องอาญาไบเดน สนับสนุนอิสราเอลทำผิดร้ายแรง

0

สิ่งที่ไม่เคยได้เห็นได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อภาพความโหดร้ายของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ซ้ำซาก มุ่งเป้าทำลายล้างโรงพยาบาลไม่เลิก ก่อกระแสโกรธเกรี้ยวไปทั่วโลก ไม่เว้นในสหรัฐฯ ที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนในนิวยอร์ค เป็นโจทย์ยื่นฟ้องปธน.โจ ไบเดน พร้อมทั้งแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศและลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหม ที่ร่วมกันก่ออาชญากรรมสงครามร้ายแรง โดยสนับสนุนอิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไข

วันที่ ๑๖ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัล-อะราบิยาและอัลจาซิราห์รายงานว่า ศูนย์สิทธิตามรัฐธรรมนูญ (CCR) ซึ่งมีฐานอยู่ในนิวยอร์กได้ยื่นฟ้องร้องเจ้าหน้าที่สหรัฐ ๓ คนในนามขององค์กรสิทธิมนุษยชนปาเลสไตน์ และชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาและสหรัฐอเมริกา ตามคำแถลงบนเว็บไซต์ของกลุ่มเสรีภาพพลเมือง

คำร้องเรียนของรัฐบาลกลางต่อไบเดน รัฐมนตรีต่างประเทศ แอนโทนี บลิงเกน และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ลอยด์ ออสติน ระบุว่า พวกเขา “ไม่เพียงแต่ล้มเหลวในการป้องกันการล้างเผ่าพันธุ์ของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเท่านั้น แต่ยังได้ช่วยพัฒนาอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด ด้วยการให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอิสราเอลต่อไป รัฐบาลด้วยการสนับสนุนทางทหารและการทูตอย่างไม่มีเงื่อนไข ประสานงานอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางทหาร และบ่อนทำลายความพยายามของประชาคมระหว่างประเทศ ในการหยุดยั้งการทิ้งระเบิดอย่างไม่หยุดยั้ง และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของอิสราเอล และการปิดล้อมฉนวนกาซาโดยสิ้นเชิง ”

อิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย ๑๑,๑๐๐ คนในฉนวนกาซา รวมถึงเด็กกว่า ๔,๖๐๐ คน และบาดเจ็บอีกกว่า ๒๘,๐๐๐ คน ตามการระบุของกระทรวงสาธารณสุข

ในบทนำสำหรับการร้องเรียน CCR กล่าวว่า “ผู้นำรัฐบาลอิสราเอลจำนวนมากได้แสดงเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างชัดเจน และใช้การลดทอนลักษณะความเป็นมนุษย์ของชาวปาเลสไตน์ รวมถึงใช้คำว่า ‘สัตว์มนุษย์’ ด้วย”

“ในเวลาเดียวกัน กองทัพอิสราเอลได้ทิ้งระเบิดในพื้นที่พลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการใช้อาวุธเคมี และทำให้ชาวปาเลสไตน์ขาดแคลนทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ รวมถึงน้ำ อาหาร ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และยารักษาโรค”

 

กลุ่มกล่าวย้ำว่า “การแสดงเจตจำนง” นอกเหนือจาก “การสังหารหมู่ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจอย่างร้ายแรง และการปิดล้อมโดยสิ้นเชิงทำให้เกิดสภาพชีวิตที่นำไปสู่การทำลายล้างทางกายภาพของกลุ่ม เผยหลักฐานของอาชญากรรมการล้างเผ่าพันธุ์อย่างชัดเจน ” 

CCR ยังอ้างถึงนักวิชาการด้านกฎหมายการล้างเผ่าพันธุ์ชั้นนำและนักประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งรวมถึงวิลเลียม ชาบาส ซึ่งระบุว่าวาทศิลป์และการตอบโต้ทางทหารของรัฐบาลอิสราเอลเป็นสัญญาณของการล้างเผ่าพันธุ์อย่างโจ่งแจ้ง

หลังจากการโจมตีของฮามาสเข้าสู่อิสราเอลตอนใต้เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ไบเดนได้แสดงการสนับสนุนรัฐบาลอิสราเอลอย่าง “ไม่มีเงื่อนไข” นับตั้งแต่นั้นมา ทั้งประธานาธิบดีไบเดน, บลินเกน และลอยด์ได้ “ขออนุมัติจากสภาคองเกรสเพื่อจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารเพิ่มเติมจำนวน ๑๔,๑๐๐ ล้านดอลลาร์แก่อิสราเอล จัดกำลังกลุ่มรบบนเรือบรรทุกเครื่องบิน และเพิ่มกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาคเพื่อ “ช่วยเหลือในการปกป้องอิสราเอล” CCR กล่าวย้ำว่า แม้จะมี “ความสามารถที่สำคัญ” ที่จะมีอิทธิพลต่อการกระทำของอิสราเอลในฐานะผู้ให้บริการหลักในการสนับสนุนทางทหารและการเมือง สหรัฐฯ มีภาระผูกพัน นับตั้งแต่เรียนรู้ถึงความเสี่ยงร้ายแรงของการล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา สามารถใช้อิทธิพลอย่างมากต่อ รัฐบาลอิสราเอลเพื่อป้องกันอาชญากรรมแต่ไม่ทำ”

สหรัฐฯอ้างว่าเป็นประเทศต้นแบบของประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน แต่กลับส่งเสริมทุกกลุ่มฝ่ายขอแต่ให้ยอมรับใช้ผลประโยชน์สหรัฐฯ สะท้อนเจตจำนงค์ที่แท้จริงไม่ได้ยึดถืออุดมการณ์เพื่อส่วนรวมแต่อย่างใด วันนี้ถูกฟ้องร้องคดีอาญาโดยกลุ่มสิทธิมนุษยชน ในขณะที่โพลสำรวจความเห็นของคนอเมริกัน ๗ ใน๑๐คนสนับสนุนให้หยุดยิง แม้จะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง จัดชุมนุม ๓๐๐,๐๐๐ สนับสนุนอิสราเอลก็ตาม เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการชุมนุมที่ดีซีกว่า ๓๐๐,๐๐๐ เพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์ ยังไม่นับเมืองใหญ่อื่นๆ แบบนี้เรียกว่ากรรมสนองเร็วจริงๆ ไม่ว่าผลต่อมาจะเป็นอย่างไร ณ วันนี้ ทั้งไบเดนและเนทันยาฮู ถูกปักหมุดเป็นอาชญากร

สงครามแล้ว !!