ลางแพ้!! เนทันยาฮูคลั่ง เฉ่งเออร์โดกัน-ทรูโด-มาครงเรียงตัว ฐานประณามเผ็ด ทั่วโลกสาปแช่ง

0

สถานการณ์ร้อนล่าสุดในศึกขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอล โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อม อัล-ชิฟา ถูกโจมตีโดยกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ซึ่งอ้างว่ากลุ่มฮามาสใช้เป็นสถานที่ซ่อนตัว มีแต่ศพเด็กทารก สตรีและคนป่วย ประหนึ่งจงใจให้เป็นสุสานของชาวปาเลสไตน์ ผอ.โรงพยาบาลสุดทนออกมาโพสต์ถามปธน.ไบเดนและผู้นำประเทศตะวันตกทั้งหลาย ที่เพิกเฉยต่อการกระทำของอิสราเอล หรือที่จริงแล้วรู้เห็นเป็นใจ สิ่งนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก ประจักษ์แก่สายตาว่า คำอ้างทำลายฮามาสของอิสราเอลและหนุนหลังโดยสหรัฐและพวกนั้น คือ การไฟเขียวอิสราเอลล้างเผ่าพันธ์ชัดเจน

วันที่ ๑๖ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และอัลจารีราห์รายงานว่า ปธน. เรเซป ตอยยิป เออร์โดกัน ของตุรกี ตราหน้าอิสราเอลว่าเป็น“รัฐก่อการร้าย ” ที่ก่อ“การล้างเผ่าพันธุ์”ในฉนวนกาซา และระบุว่านายกรัฐมนตรีของประเทศ เบนจามิน เนทันยาฮู เป็น“ผู้ไม่มีตัวตน”สำหรับเขาแล้ว

ในการกล่าวปราศรัยเมื่อวันพุธต่อการประชุมกลุ่มรัฐสภาของพรรคยุติธรรมและการพัฒนา หรือพรรค AKของรัฐบาล ในอังการา เออร์โดกันยังท้าทายเนทันยาฮูให้เปิดเผยว่าอิสราเอลครอบครองอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ ทั้งเสริมว่าคลังแสงดังกล่าวจะไม่ช่วยนายกรัฐมนตรีที่กำลังสู้รบอยู่

แอร์โดอันเปิดฉากโจมตีส่วนตัวหลายครั้งต่อผู้นำอิสราเอล โดยอ้างว่าเนทันยาฮูจะต้องสูญเสียตำแหน่งของเขา ไม่ว่าสงครามในฉนวนกาซาจะเป็นอย่างไรก็ตาม 

“เราเห็นเนทันยาฮูขนาบข้างด้วยรัฐมนตรีระหว่างการแถลงข่าว เขาคิดว่ารัฐมนตรีเหล่านี้จะช่วยเขาได้ เนทันยาฮูจะหายไปจากแวดวง”

เขาประเมินความขัดแย้งในฉนวนกาซาว่าเป็น”การล้างเผ่าพันธุ์” ไม่ใช้การใช้สิทธิ์ปกป้องตัวเองโดยอิสราเอล พวกที่นิ่งเงียบต่อปฏิบัติการของอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์และข้อกล่าวหาเรื่องการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาตินั้น“มีส่วนเกี่ยวข้องในอาชญากรรมเหล่านั้นในฐานะผู้กระทำผิด”เขากล่าวเน้นย้ำว่า “จนบัดนี้ 

อิสราเอลยังยึดมั่นในกลยุทธ์ที่จะทำลายล้างเมืองและผู้คนในเมืองต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน มันสร้างความหวาดกลัวต่อรัฐอย่างไร้ความปราณี โดยจงใจวางระเบิดพลเรือนที่กำลังหลบหนี ฉันพูดอย่างเปิดเผยด้วยใจที่ชัดเจนว่า อิสราเอลเป็นรัฐที่น่าหวาดกลัวและน่ารังเกียจ”

ตุรกีจะ“ดำเนินการเพื่อนำคดีนี้ไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ”เออร์โดกันกล่าว พร้อมย้ำคำขู่ของอังการาที่จะยื่นฟ้องต่อร่างกาย แม้ว่าประเทศจะไม่สามารถดำเนินการได้โดยตรง เนื่องจากไม่เคยให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรมที่จัดตั้งศาล หน่วยงานของรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนสามารถ“แจ้งสำนักงานอัยการ”เกี่ยวกับอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาและขอให้มีการสอบสวน

เนทันยาฮูออกมาโต้กลับทันทีว่า อิสราเอลจะไม่ยอมรับ ‘การเทศนา’ จากเออร์โดกันที่สนับสนุนการก่อการร้ายเพราะเขาสนับสนุนฮามาส

จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา เรียกร้องให้อิสราเอลยุติ ‘การสังหารเด็กทารก’อิสราเอลควรใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุดในการทำสงครามกับฉนวนกาซา 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทรูโดออกมาย้ำว่า “การสังหารผู้หญิง เด็ก และเด็กทารก” ในฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อมจะต้องยุติลง สิ้นคำเนทันยาฮูก็สวนกลับทันาทีโดยยืนกรานว่ากลุ่มฮามาสต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพลเรือน ในขณะที่กองกำลังอิสราเอลยังคงโจมตีวงล้อมนี้ต่อไปและหันไปเน้นโรงพยาบาลโดยอ้างว่าฮามาสใช้เป็นที่หลบซ่อนและมีอุโมงค์เก็บอาวุธ ข้อเท็จจริงคือถล่มโรงพยาบาลแล้วกว่า ๒๐ โรง แต่ออกมาอ้างแค่ที่เดียวซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ทางการอิสรา     เอลมาร่วมสร้างด้วย การแก้ต้างนี้หนุนหลังถือหางโดยอเมริกาเช่นเคย

อีกรายหนึ่งคือ เอ็มมานูเอล มาครง ปธน.ฝรั่งเศสซึ่งออกหน้าเชียร์แต่ต้นว่าจะจัดตั้งกองกำลังยุโรปมาช่วยอิสราเอลปราบฮามาส ก็ไม่เว้น

มาครงเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดทิ้งระเบิดและสังหารพลเรือนในฉนวนกาซาเขาหวังว่าผู้นำคนอื่นๆ รวมถึงผู้นำในวอชิงตัน จะร่วมเรียกร้องให้มีการหยุดยิงร่วมกับเขา เขาให้สัมภาษณ์หลัง การประชุมด้านมนุษยธรรมเกี่ยวกับฉนวนกาซาจัดขึ้นในกรุงปารีส มาครงกล่าวว่า “ข้อสรุปที่ชัดเจน” ของรัฐบาลและหน่วยงานทั้งหมดที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนั้นคือ “ไม่มีวิธีแก้ปัญหาอื่นใดนอกจากการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมเพื่อปกป้องชีวิตของ “พลเรือนทุกคนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ผู้ก่อการร้าย”

เนทันยาฮูตำหนิมาครงทันควันฐานมาวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลว่า ‘เขาทำผิดพลาดร้ายแรงทั้งในข้อเท็จจริงและศีลธรรม’ เราจะไม่รับฟังเขา

เนทันยาฮูออกอาการเร็วกว่าที่คาด ถึงขนาดไล่สับผู้นำประเทศที่เชียร์เขาออกหน้า และพร้อมจะสนับสนุนทุกอย่างที่สหรัฐเรียกร้อง เท่ากับผลักมิตรเป็นศัตรูชัดเจนแม้จะเย่อหยิ่งว่ามีขาใหญ่อย่างอิลิทแองโกลแซกซอนหนุนหลัง แต่สถานการณ์ทั่วโลกโดยเฉพาะภาคประชาชน ทนไม่ไหวกับความโหดร้ายของอิสราเอล และเริ่มมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของสหรัฐฯที่ให้การสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข ออกมาชุมนุมต่อต้านครั้งใหญ่ทั่วโลกไม่เว้นแม้สหรัฐอเมนิกา ในทางยุทธศาสตร์แพ้แล้ว และในทางยุทธวิธีก็ยังไม่บรรลุ 

การประกาศโทษต่ออิสราเอลของสันนิบาตอาหรับและองร์กรร่วมมือโลกอิสลาม เป็นสิ่งที่สหรัฐฯคาดไม่ถึง เกิดขึ้นแล้วพร้อมกับการต่อสู้ไร้รูปแบบในพื้นที่เฉพาะ ยังไม่ลามเป็นสงครามใหญ่ทั่วภูมิภาคตามแผน จับตาก้าวต่อไปของชะตากรรมฉนวนกาซาที่โลกได้เป็นพยาน ถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ใครกันแน่ที่มีพฤติกรรมก่อการร้ายและรัฐใดที่สนับสนุนก่อการร้าย ในขณะที่ปากเชิดชูสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย!!