ฉีกหน้ากากUS! รัสเซียซัดสหรัฐขอเนทันยาฮูเร่งปิดประตูตีแมว ยึดกาซายืดเยื้อกระทบเลือกตั้งไบเดน

0

ข่าวกรองรัสเซียหรือ SVR ออกมาแฉสหรัฐฯเป็นคนเรียกร้องให้ “อิสราเอล” เร่งดำเนินการปิดประตูตีแมวในฉนวนกาซา ไม่สนใจยุทธวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อตำแหน่งของไบเดนก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

สังเกตได้ว่าช่วงนี้เนทันยาฮูและทีมของเขากร้าวสุดติ่ง ขอขนาดสส.พรรครัฐบาล และรมว.พลังงานออกมาเสนอให้กองทัพใช้นิวเคลียร์กับกาซา เพื่อทำลายให้สิ้นซาก โดยไม่สนใจหรือแคร์ใครในโลกนี้ หลังจากท่าทีของสององค์กรหลังโลกมุสลิม ทั้ง LAS สันนิบาตอาหรับ และOIC องค์กรร่วมอิสลามไม่ประกาศทำสงครามด้วยการทหาร แต้ใช้วิธีพรหมทัณฑ์ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตเศรษฐกิจ การค้าและประกาศอิสราเอลก่ออาชญากรรมสงครามอย่างชัดเจน และต้องถูกดำเนินคดี ท่าทีของเนทันยาฮูประกาศสั่งอาหรับให้ “หุบปาก” บ่งบอกให้ชาวอาหรับรู้ว่า ในสายตาของไซออนนิสต์และสหรัฐ พวกเขาเป็นเพียงพวกเห็นแก่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ยื่นให้พอแล้วก็สั่งได้ ยังความโกรธแค้นในโลกมุสลิมเพิ่มขึ้น

วันที่ ๑๔ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัล-มายาดีนและทาซซ์ รายงานว่าสำนักข่าวข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย (SVR) ว่าสหรัฐฯ กำลังกดดัน “อิสราเอล” ให้เร่งดำเนินการปราบปรามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา เพื่อหลีกเลี่ยงผลที่ตามมาต่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ จุดยืนหรืออันดับก่อนการเลือกตั้ง

SVR ตอกย้ำความกังวลของวอชิงตันเกี่ยวกับลักษณะการโจมตีทางอากาศที่โจมตีโรงพยาบาลและค่ายผู้ลี้ภัยในฉนวนกาซาอย่างไม่เลือกปฏิบัติ และผลกระทบของการกระทำดังกล่าวต่อภาพลักษณ์ ในเวลาเดียวกัน สำนักงานตั้งข้อสังเกตว่าตัวแทนต่างๆ จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหมกำลังสนับสนุนการหยุดยิงและออกแรงกดดันไบเดนมากขึ้น

ความจริงที่ตรงกันข้ามเกิดขึ้นในการสนทนาส่วนตัวระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และผู้นำอิสราเอล สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ “อิสราเอล” เร่งดำเนินการรุกรานแถบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อตำแหน่งก่อนการเลือกตั้งของไบเดน 

SVR กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังหันไปใช้สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ‘ลัทธิฟาริซาย’ อีกครั้ง ท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในฉนวนกาซา

นอกจากนี้ SVR ยังเน้นย้ำถึงการยอมรับของสหรัฐฯ ว่าความพยายามที่จะกำจัดกลุ่มฮามาสอาจส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต “จำนวนมาก” แม้จะได้รับการยอมรับดังกล่าว แต่ทำเนียบขาวก็ถือว่าหลักประกันนี้เป็นที่ยอมรับ และยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อการสนับสนุน “เทลอาวีฟ” เป้าหมายหลักอยู่ที่การสรุปปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ SVR ยังเน้นย้ำถึงความจริงที่ว่าสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหราชอาณาจักรและเยอรมนี “ตั้งใจที่จะขัดขวางความคิดริเริ่มที่มุ่งเป้าไปที่การหยุดยิงในฉนวนกาซา” “เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นคำสั่งประเภทหนึ่งตามหลักการของสหรัฐฯ ที่วอชิงตันต้องการบังคับใช้กับส่วนอื่นๆ ของโลก” 

Anti-war protesters raise their “bloody” hands behind U.S. Secretary of State Antony Blinken during a Senate Appropriations Committee hearing on President Biden’s $106 billion national security supplemental funding request to support Israel and Ukraine, as well as bolster border security, on Capitol Hill in Washington, U.S., October 31, 2023. REUTERS/Kevin Lamarque

สหรัฐฯ อ้างมาหลายสัปดาห์แล้วว่ากำลังดิ้นรนที่จะโน้มน้าวนโยบายของอิสราเอล แต่มีรายงานหลายฉบับเปิดเผยเป็นอย่างอื่น แสดงให้เห็นว่าฝ่ายบริหารของไบเดนมีส่วนเกี่ยวข้องในอาชญากรรมสงครามของอิสราเอลเต็มที่

เช่น รายงานของWall Street Journal  เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าฝ่ายบริหารของ Biden กำลังเตรียมการโอนระเบิดแม่นยำจำนวน ๓๒๐ ล้านดอลลาร์ให้กับ “อิสราเอล”

อีกฉบับของนิวยอร์กไทมส์  เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ร้องขอให้ “อิสราเอล” ใช้ “ระเบิดขนาดเล็ก” ในการรณรงค์ล้างเผ่าพันธุ์ 

ชื่อเสียงของสหรัฐฯวันนี้มัวหมองเพราะอาชญากรรมสงครามของอิสราเอลที่เปิดเผยอย่างชัดเจนต่อสายตาชาวโลก  ความพยายามของรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน ที่จะแก้ไขความเสียหายนั้นถูกเปรียบเป็นพนักงาน ขายที่ทุกประเทศพากันรังเกียจ และต้อนรับด้วยความเย็นชาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วระบุว่า ทำเนียบขาวได้รับคำเตือนหลายครั้งผ่านสายการทูตว่าสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน “อิสราเอล” จะส่งผลให้เกิดการตอบโต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในส่วนของประเทศอาหรับ 

รองหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในโอมาน ให้สัมภาษณ์ในเคเบิลทีวีCNN แสดงความกังวลว่าสหรัฐฯ กำลังย่ำแย่ในขอบเขตการต่อสู้ การสนับสนุนการกระทำที่ร้ายแรงของ “อิสราเอล” ในฉนวนกาซาทำให้สหรัฐฯกำลังสูญเสียพวกเราในหมู่ชาวอาหรับไปชั่วอายุคน”ามันเป็น “ความผิดทางวัตถุและทางศีลธรรมในสิ่งที่พวกเขาพิจารณาว่าคืออาชญากรรมสงคราม”  ผลการประชุมของLAS และ OIC ยืนยันสิ่งที่ทูตสหรัฐฯกล่าว

วันนี้สถานะของสหรัฐและอิสราเอลในภูมิรัฐศาสตร์โลก ถือว่าพ่ายแพ้ และนั่นยิ่งทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น เมื่ออาวุธร้ายอย่างนิวเคลียร์อยู่ในมือของกลุ่มคนบ้าคลั่ง หากในสนามรบนั้นอิสราเอลเหนือกว่ากลุ่มต่อต้านทั้งฮามาส และฮิซบุลเลาะห์ไฉนจึงต้องออกมาเปิดเผยว่าตัวเองมีอาวุธนิวเคลียร์ และเชียร์ให้ใช้ แสดงว่าข้อเท็จจริงในหน้างานไม่ได้เป็นไปอย่างการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับชัยชนะในทุกพื้นที่ ภาพที่สาธารณะได้เห็นมีแต่ผลงานโจมตีโรงพยาบาล สถานกู้ภัย ค่ายผู้ลี้ภัยเป็นสำคัญ วันนี้โลกอาหรับซึ่งเคยเมินเฉย ไม่ได้เฉยอีกต่อไปแล้ว 

ทีเหลือจับตาดูกลยุทธทางทหารที่ไม่จำเป็นต้องเดินหน้าลุยปะทะอย่างเดียว ใครจะวางกับดักใคร ใครจะถูกเช็คบิล ศึกยูเครนฉายภาพให้โลกได้ประจักษ์มาแล้ว และกำลังถึงจุดเปลี่ยนว่าจะหาทางลง หรือไปต่อจนสุดทางของทั้งรัสเซียและสหรัฐกับพวก!!