ซัดหมัดตรง! สันนิบาตอาหรับจับมือองค์กรมุสลิมโลก ประกาศโทษอิสราเอล

0

สถานการณ์ในปาเลสไตน์ล่าสุดเป็นดังคำของเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติว่า ไม่มีสถานที่ปลอดภัยในกาซา ไม่เว้นแม้แต่โรงพยาบาล สถานบรรเทาสาธารณภัยแม้แต่รถพยาบาล

การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างสันนิบาตอาหรับหรือ LAS:League of Arab States และองค์กรความร่วมมือโลกอิสลามหรือ OIC:Organisation of Islamic Cooperation ลงมติเสียงข้างมากร่วมเรียกร้องหยุดยิงทุกฝ่าย ให้อิสราเอลหยุดสังหารหมู่แบบเหวี่ยงแหในทันที ปล่อยตัวประกันและผู้ต้องขังปาเลสไตน์ในอิสราเอลทั้งหมด อีกทั้งมีมติร่วมกล่าวโทษอิสราเอลก่ออาชญากรรมสงคราม

วันที่ ๑๓ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัล-อะราบิยา, อัล-มายาดีน และสื่อรัสเซียทั้งสปุ๊ตนิก-ทาซซ์และรัสเซียทูเดย์ ออกมาสรุปผลการประชุมไว้ชัดเจน ถึงแถลงการณ์ร่วมของสององค์กรที่กำหนดชะตากรรมโลกก้าวต่อไป ในกรณีขัดแย้งตะวันออกกลางที่เปิดฉากด้วย วิกฤตกาซาและลามไปถึงรอบๆอิสราเอลจ่อลามท้่วภูมิภาค

LAS, OIC ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ปล่อยตัวตัวประกัน-ผู้ต้องขังปาเลสไตน์ในความขัดแย้งตะวันออกกลาง รวมทั้ง เรียกร้องให้ยุติการสังหารโดยกองทัพที่ยึดครอง ระบุถึงกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล หรือIDF ว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้ายโดยชาวยิวที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน เช่นเดียวกับการโจมตีมัสยิดอัล-อักซอ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามและคริสเตียนทั้งหมด

แถลงการณ์ร่วมได้ “ประณามอาชญากรรมที่อิสราเอลกระทำต่อนักโทษชาวปาเลสไตน์หลายพันคน เราขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องออกแรงกดดันต่ออิสราเอล ให้หยุดอาชญากรรมเหล่านี้และ ขอประณามผู้ที่กระทำความผิด” คำแถลงระบุชัดว่า “เราขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ รวมกลุ่มชาวยิวหัวรุนแรงในอิสราเอลไว้ในรายชื่อ “องค์กรก่อการร้าย” ด้วย

ที่สำคัญคำแถลงของเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียระบุชัดว่า “อิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมสงคราม ต่อพลเรือนปาเลสไตน์”

เขาเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซาว่าเป็นภัยพิบัติด้านมนุษยธรรม ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสหประชาชาติไม่สามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งใดๆ ได้ นอกจากนี้เขายังระบุถึงความจำเป็นในการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไข การยุติการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอันร้ายแรงโดยอิสราเอล โดยชี้ให้เห็นถึงการมีอยู่ของสองมาตรฐานในโลก ตามที่เขาพูด อิสราเอลจะต้องยุติการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์

ปธน.อิบราฮิม ไรซี ของอิหร่านกล่าวว่า”การกระทำสำคัญมากกว่าคำพูด”เป็นสิ่งจำเป็นในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์  Raisi ซึ่งสวมผ้าพันคอเคฟฟิเยห์ (keffiyeh) ของชาวปาเลสไตน์แบบดั้งเดิมประกาศจุดยืนชัดในการเข้าร่วมประชุมครั้งประวัติศาสตร์

เดิมทีกลุ่มภูมิภาคทั้งสองมีกำหนดจัดประชุมแยกกัน แต่กระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบียประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าเป็นการประชุมจะรวมกัน นั่นคือการประกาศจุดยืนร่วมกันระหว่างสันนิบาตอาหรับและองค์กรมุสลิมโลก ซึ่งไม่เห็นบ่อยนัก

Raisi เฉ่งเดือดวอชิงตันต่อการสนับสนุนอิสราเอลในความขัดแย้ง “อเมริกาบอกว่าไม่ต้องการให้เกิดการขยายตัวของสงคราม และได้ส่งข้อความข่มขูไปยังอิหร่านและหลายประเทศ แต่ข้อความเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับการกระทำของอเมริกา” 

เขาย้ำว่า “เครื่องจักรสงครามในฉนวนกาซาอยู่ในมือของอเมริกา ซึ่งขัดขวางการหยุดยิงในฉนวนกาซาและขยายสงคราม โลกจะได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของอเมริกา” 

เออร์โดกันแห่งตุรกี พูดเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ว่าภารกิจหลักในขณะนี้คือการหยุดยิงและส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องไปยังพื้นที่กึ่งแยกของทางการปาเลสไตน์ ยิ่งไปกว่านั้น มีความจำเป็นที่จะต้องบรรลุผลการหยุดยิงถาวรไม่ใช่ชั่วคราว อย่างที่วอชิงตันพยายามเสนอ หยุดยิงเป็นเวลาสี่ชั่วโมงนั้นเป็นเรื่องน่าละอาย เออร์โดกัน กล่าวปิดท้ายว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประเทศตะวันตกซึ่งมักพูดถึงสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพยังคงนิ่งเงียบเมื่อเผชิญกับการสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง

ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ทานี ประมุขแห่งกาตาร์สับอิสราเอลเรื่องการโจมตีสถาบันทางการแพทย์ เขาประกาศว่า “เราขอเรียกร้องให้สหประชาชาติส่งทีมงานระหว่างประเทศเพื่อสอบสวนการโจมตีของอิสราเอลต่อโรงพยาบาลในฉนวนกาซา ระบบระหว่างประเทศกำลังล่มสลาย ทำให้เกิดการทิ้งระเบิดในโรงพยาบาลและบริเวณที่อยู่อาศัยของค่ายผู้ลี้ภัยในปาเลสไตน์ เราถามว่าอิสราเอลจะอยู่เหนือกฎหมายและกฎหมายระหว่างประเทศไปอีกนานแค่ไหน?

กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 แห่งจอร์แดนทรงเสนอให้จัดตั้งแนวร่วมระหว่างประเทศเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ป้องกันการพลัดถิ่นของประชากรออกจากฉนวนกาซา และเริ่มกระบวนการเจรจาที่จริงจัง เขาเรียกร้องให้หยุดสงครามที่ไร้มนุษยธรรมทันที มิฉะนั้นอาจเกิดการปะทะกันในภูมิภาค ซึ่งผลที่ตามมาจะส่งผลต่อเสถียรภาพและความปลอดภัยของทั้งโลก

เขาย้ำว่า “โลกต่างร่วมกันประณามการรุกรานของอิสราเอลในฉนวนกาซาว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม เราไม่สามารถนิ่งเฉยเกี่ยวกับสภาพภัยพิบัติที่ผู้อยู่อาศัยที่ไม่มีการป้องกันในฉนวนกาซาต้องเผชิญ และเรียกร้องให้เปิดเส้นทางมนุษยธรรมอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่จะปฏิเสธอาหารสำหรับประชากรพลเรือน กีดกันน้ำ ไฟฟ้า และยารักษาโรค

ท่าทีอย่างเป็นทางการของโลกมุสลิมอาจไม่สะใจขาเชียร์ให้รบ แต่นี่เป็นกุศโลบายที่สวนทางความต้องการของไซออนนิสตฺ์ที่ต้องการให้เป็นสงครามศาสนา และเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษที่ทั้งอาหรับประเทศมหาเศรษฐีมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับเหล่าประเทสมุสลิมนอกกลุ่มอ่าว สามารถออกแถลงการณ์ร่วมในประเด็นสำคัญที่สุด หากจะอธิบายปรากฎการณ์ครั้งนี้คือ โลกมุสลิมได้พร้อมใจกันประกาศโทษอิสราเอลอย่างชัดเจนว่า เป็นผู้ก่ออาชญากรรมสงคราม และองค์กรIDF เป็นกลุ่มก่อการร้าย สำหรับทางการเมืองโลกถือว่า สหรัฐฯและอิสราเอลแพ้แล้ว ทางด้านการทหารการสู้รบยกระดับดุเดือดกว่าเดิมที่หน้างานใน ๕ แนวรบใหญ่ที่เป้าหมายคือสหรัฐและอิสราเอล 

อาจกล่าวได้ว่า อิสราเอลกำลังถูกพรหมทัณฑ์จากโลกอย่างกว้างขวาง ผู้นำอิสราเอลและองค์กรทหารของอิสราเอลมีสถานะ ผู้ก่อการร้าย ซึ่งหมายถึง ได้หมายหัวเนทันยาฮูแล้วว่า จะได้รับชะตากรรมเดียวกับที่พอลพตต้องเผชิญ!!??