กูรูมะกันฟันธง! เมกาแพ้ที่ยูเครนจะแพ้ที่ต.อ.กลาง ขณะอดีตนายกฯอิสราเอลเตือนเนทันยาฮูไม่รอด

0

อดีตที่ปรึกษาเพนตากอนออกมาฟันธงชัดว่า สหรัฐฯช่วย ‘อิสราเอล’ เอาชนะฮิซบอลเลาะห์และอิหร่านไม่ได้แน่นอน ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลสายกลางออกมาชี้ว่า เนทันยาฮูมีเวลาไม่มากที่จะปราบฮามาส แต่ไม่ได้พร้อมที่จะปะทะศึกหลายแนวรบแม้สหรัฐฯจะออกมาร่วมศึกอย่างออกหน้าออกตา เพราะสหรัฐฯเองก็เพิ่งบาดเจ็บมาจากศึกยูเครน และที่สำคัญเสียงตะโกนของทั้งโลกกำลังกดดันอย่างถาโถม พายุและความโกรธเกรี้ยวของประชาชนทั่วโลกไม่อาจ มองข้ามได้

ด้านเครมลินเรียกสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในตะวันออกกลางว่าเป็นหายนะและกดดันร่วมกับยูเออีของเปิดประชุม UNSC วันพรุ่งนี้

ด้านอิสราเอลนายกรัฐมนตรี เนทันยาฮู ยืนยันว่า “จะไม่มีการหยุดยิง จนกว่าจะมีการปล่อยตัวประกัน” เขาย้ำว่าอิสราเอลจะเข้าไปควบคุมรักษาความปลอดภัยในฉนวนกาซา ‘อย่างไม่มีกำหนด’ หลังสงครามครั้งนี้

ส่วนรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลโยอาฟ กาลันท์ ตอกย้ำ!ถึงการไม่ตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา

วันที่ ๘ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัล-อะราบิญาและอัล-มายาดีนรายงานว่า สก็อตต์ ริตเตอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองนาวิกโยธินสหรัฐฯให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศของไบเดนในตะวันออกกลาง และยกย่องกลยุทธ์ของฮิซบอลเลาะห์ในภูมิภาค ท่ามกลางการรุกรานของ “อิสราเอล” ในฉนวนกาซา

ริตเตอร์อธิบายว่าเนทันยาฮูเป็นคนเดียวที่ต้องการให้แนวรบด้านเหนือเปิดฉากกับเลบานอน เพื่อดึงสหรัฐฯเข้าสู่สงครามที่รัฐบาลของเขากำลังเป็นผู้นำในฉนวนกาซา เพราะเขาตระหนักดีว่ากองกำลังของเขา “ไม่ได้พร้อมกับภารกิจ พวกเขาไม่สามารถเอาชนะฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ในเวลาเดียวกันได้”

ริตเตอร์ยังชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่ซัยยิด ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์เลขาธิการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กำลังเดินหมากสำคัญกับเหตุการณ์ที่กำลังเปิดเผยอยู่  ริตเตอร์บอกว่า“เขาได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ในบทบาทจัดการการยกระดับความรุนแรงในศึกครั้งนี้ เขาไม่เต็มใจที่จะยกระดับความรุนแรงกับอิสราเอลอย่างเร่งรีบ เว้นแต่จะถูกยั่วยุ หรือสถานการณ์สุกงอม”

สำหรับริตเตอร์ การกระทำของฮิซบอลเลาะห์แสดงให้เห็นถึงความอุตสาหะของพวกเขาที่จะได้รับชัยชนะจากการยึดครองของอิสราเอลให้ได้

ริตเตอร์ระบุว่า“มีการโจมตีพลเรือนอย่างน่าสยดสยองในเลบานอน ซึ่งเป็นรัฐอธิปไตยที่ดำเนินการโดยอิสราเอล ไม่มีอะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงนั้นได้ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น และจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่มันเกิดขึ้น นี่เป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานของอิสราเอลมาโดยตลอด”

เขาย้ำว่า “ชาวเลบานอน ชาวซีเรีย ชาวอิรัก และชาวปาเลสไตน์ต้องทนทุกข์ทรมานจากพฤติกรรมแบบนี้ของอิสราเอลมานานหลายทศวรรษแล้ว”

เขาได้เน้นย้ำถึงปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความสามารถของ “อิสราเอล” ในการก่ออาชญากรรมที่โหดร้ายและไร้ความเอาใจใส่ในภูมิภาค ซึ่งก็คือ “การสนับสนุนอย่างไม่มีข้อกังขาของสหรัฐฯ แต่นั่นไม่รับประกันเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป ความแตกต่างและไม่ลงรอยระหว่างสหรัฐฯ และ “อิสราเอล” เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ผู้คนหลายแสนคนลงถนน สนับสนุนเป้าหมายของชาวปาเลสไตน์ และแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนจำนวนมากในกลุ่มฮามาสอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน” นี่เป็นแรงกดดันที่เหมือนพายุต่อสหรัฐฯโดยตรงอย่างเป็นประวัติการณ์ มันเป็นจุดเปลี่ยนในความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับโลกอาหรับ และต่อความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับอิสราเอลในปัจจุบัน” เขาสรุปว่า ” กลุ่มฮามาสชนะการต่อสู้ครั้งนี้อิสราเอลไม่สามารถเอาชนะภาคพื้นดินได้ อิสราเอลแพ้การต่อสู้สื่อไปทั่วโลก พวกเขาแพ้ในสหรัฐอเมริกาด้วย”

ขณะเดียวกัน อดีตนายกรัฐมนตรี เอฮุด บารัคของอิสราเอล กล่าวว่า “อิสราเอลเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ในการทำลายกลุ่มติดอาวุธฮามาสอย่างสมบูรณ์ ในสถานะความคิดเห็นของสาธารณชนทั่วโลกเรียกร้องให้หยุดยิง  ที่สำคัญที่สุดในสหรัฐฯหันมาต่อต้านการโจมตีของอิสราเอลต่อฉนวนกาซา อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางจำนวนผู้เสียชีวิตของชาวปาเลสไตน์ที่เพิ่มขึ้น”

ความเห็นของอดีตผู้นำอิสราเอลไม่ได้สนใจการล้มตายของประชาชนปาเลสไตน์แต่ห่วงการสนับสนุนของสหรัฐและสาธารชนทั่วโลก ขณะที่ริตเตอร์มองภาพรวมว่าสหรัฐและอิสราเอลจะพากันพ่ายแพ้อีกครั้ง บทสรุปของสงครามในต.อ.กลางไม่อาจจบในเวลาอันสั้นและไม่ใช่เพราะอิสราเอลต้องการแบบไหน แต่เพราะกลไกแห่งการต่อสู้ของฝั่งปาเลสไตน์ได้ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่แล้ว!!