รัสเซียฟันเปรี้ยง! อิสราเอลไม่มีสิทธิ์ในการป้องกันตัวเองแต่ต้น เพราะยึดครองโดยผิดก.ม.

0

สถานการณ์ล่าสุดในฉนวนกาซา ยังคงคุกรุ่นจากการสู้รบระหว่างกลุ่มต่อต้านและกองทัพอิสราเอล ขณะเดียวกันนักการทูตของรัสเซียประจำสหประชาชาติได้ออกมาซัดหมัดตรงว่า อิสราเอลไม่มีสิทธิ์อ้างการป้องกันตัวเองเป็นข้ออ้างในการปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา เพราะอิสราเอลเป็น“อำนาจยึดครอง”ผิดกม.มาแต่ต้น

ทั้งนักกฎหมายและนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนต่างออกมาประณามอย่างกว้างขวางที่อิสราเอลยังคงโจมตีโรงพยาบาลและศูนย์อพยพอ้างเป็นที่ซ่อนของฮามาส

วันที่ ๕ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และสปุ๊ตนิกรายงานว่า วาสซิลี เนเบนเซีย ผู้แทนถาวรรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยพิเศษฉุกเฉินเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า “ปฏิบัติการฉนวนกาซาของอิสราเอลไม่ใช่ ‘การป้องกันตัวเอง’ รัฐยิวเป็น “อำนาจที่ยึดครอง”อย่างผิดกฎหมายสากล

เนเบนเซียกล่าวว่าสหรัฐฯและพันธมิตรสามารถทำได้คือ”ชูประเด็นเกี่ยวกับสิทธิในการป้องกันตนเองของอิสราเอล”แต่เขาชี้ให้เห็นว่า“ในฐานะที่ใช้อำนาจครอบครอง จึงไม่มีสิทธิดังกล่าว ซึ่งได้รับการยืนยันจากความเห็นที่ปรึกษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี ๒๕๔๗แล้ว”

นักการทูตยังกล่าวโทษสหรัฐฯ และบริวารของตนว่ามีความหน้าซื่อใจคด โดยระบุว่าในสถานการณ์อื่นๆ พวกเขามักจะเรียกร้องให้เคารพกฎหมายมนุษยธรรม ตั้งคณะกรรมการพิเศษ และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อผู้ที่ “ใช้กำลังเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะหยุดยั้งทศวรรษของความชั่วร้าย” ด้วยความรุนแรง”

เนเบนเซียยังเน้นย้ำว่ารัสเซียยังคงยอมรับสิทธิของอิสราเอลในการรับรองความมั่นคงของตนเอง แต่จะสามารถรับประกันได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อมีการแก้ไขปัญหาปาเลสไตน์อย่างยุติธรรม ซึ่งควรอยู่บนพื้นฐานของมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ศาสตราจารย์อัลเฟรด เดอ ซายาส อดีตผู้เชี่ยวชาญอิสระของสหประชาชาติด้านระเบียบระหว่างประเทศ กล่าวว่า “เอกอัครราชทูตวาซิลี เนเบนเซีย กล่าวถูกต้องว่าอิสราเอลเป็นรัฐที่ถูกยึดครอง ซึ่งการยึดครองปาเลสไตน์ของเขาถูกประกาศว่าผิดกฎหมายในมติขององค์การสหประชาชาตินับไม่ถ้วน” 

“สิ่งสำคัญคือต้องระลึกถึงคำตัดสินของความเห็นที่ปรึกษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ซึ่งยืนยันอีกครั้งถึงสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเองของชาวปาเลสไตน์ และบันทึกการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องที่กระทำโดยอิสราเอล”

คริสโตเฟอร์ ซี. แบล็ค ทนายความคดีอาญาระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์ ๒๐ ปีในด้านอาชญากรรมสงครามและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผู้วิจารณ์ด้านกิจการระหว่างประเทศ ระบุว่า ความเงียบของชาวตะวันตกเกี่ยวกับความทุกข์ทรมานอันน่าสยดสยองนั้นไม่มีอะไรนอกจากเป็นความน่าละอาย

ทนายคดีอาญาระหว่างประเทศกล่าวสรุปว่า “ชาวยิวกลายเป็นเบี้ยของการเมืองของผู้มีอำนาจอีกครั้ง อันที่จริงทั้งชาวยิวและชาวปาเลสไตน์ต่างก็ตกอยู่ใต้คอของกันและกันเพื่อประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และพวกพ้องส่วนที่เหลือ แทนที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ พวกเขาถูกบังคับให้เข้าสู่ภาวะสงครามอย่างต่อเนื่อง ผลที่ตามมาสำหรับประชาชนทั้งสองนั้นยิ่งกว่าน่าเศร้า”