NATO ขนเรือรบ ๕๐ ลำปิดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เยอรมนีขู่บุกเลบานอน นับถอยหลังResistancesลุย

0

สงครามโลกครั้งที่สามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!! ฟีโอดอร์ ลูเคียนอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของรัสเซียเชื่อว่าสงครามโลกครั้งใหม่เกิดขึ้นในรูปแบบของความขัดแย้งที่เกี่ยวพันกันทั้งโลกมากกว่าที่จะเป็นความขัดแย้งหลักเดี่ยวๆอย่างเช่นรัสเซีย-ยูเครนในยุโรป และปาเลสไตน์-อิสราเอลในตะวันออก กลาง ล่าสุดนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี ๑๙๔๕ ที่เรือรบกว่า๕๐ลำจาก๑๑ประเทศมาชุมนุมที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลแดง โดยเยอรมนีส่งจม.ขู่เลบานอนจะบุกถ้ายังช่วยปาเลสไตน์

วันที่ ๒ ต.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและรัสเซียทูเดย์รายงานว่า การโจมตีอย่างเต็มกำลังของอิสราเอลต่อฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า ๙,๐๐๐ ราย ได้เกิดแผนการที่รั่วไหลว่า อิสราเอลวางแผนขับไล่ประชากรทั้งหมดในดินแดนนี้ ขณะที่กองทัพอิสราเอลปฏิเสธว่าได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้กับกลุ่มฮามาสและกลุ่มปาเลสไตน์อื่นๆที่ตอบโต้มาอย่างรอบทิศ

เมื่อวันอังคาร สื่อของอิสราเอลรายงานว่ากระทรวงข่าวกรองของอิสราเอล ซึ่งเทียบเท่ากับสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (ODNI) ได้ร่างแผนเพื่อย้ายชาวปาเลสไตน์ทั้งหมด ๒.๓ล้านคนที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซาไปยังอียิปต์โดยสมบูรณ์

ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ เสนอให้ผลักดันชาวกาซาทั้งหมดข้ามพรมแดนไปยังคาบสมุทรไซนายของอียิปต์ ซึ่งจะมีการจัดตั้งเมืองเต็นท์ ตามด้วยการก่อสร้างเมืองถาวร มันจะสร้าง “ทางเดินเพื่อมนุษยธรรม” ที่มีลักษณะไม่ชัดเจน เช่นเดียวกับเขตรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนฝั่งอิสราเอลเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวปาเลสไตน์กลับไปยังดินแดนอิสราเอลอีกได้

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ปฏิเสธอย่างโกรธเกรี้ยวต่อรายงานดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเพียง “รายงานแนวคิด” หรือการฝึกซ้อมสมมุติ และกระทรวงไม่มีอำนาจในการเสนอแนะนโยบายในกรุงเยรูซาเลม สวนทางความจริงที่ว่ากระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้สั่งให้ชาวกาซามากกว่า ๑ ล้านคนออกจากพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาแล้ว ในขณะที่กำลังเตรียมการโจมตีเมืองกาซาอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะพบกับกลุ่มฮามาสในการสู้รบขั้นเด็ดขาด

ฮามาสปกครองฉนวนกาซานับตั้งแต่ได้รับการเลือกตั้งในปี ๒๕๔๙ และกลุ่มติดอาวุธได้ช่วยปฏิบัติการจู่โจมข้ามพรมแดนเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ซึ่งทำให้มีชาวอิสราเอลทั้งทหารและพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า ๑,๓๐๐ คน

มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เรียกร้องให้นานาชาติพิจารณาว่า “เรากำลังพูดถึงพลเรือนหลายล้านคน” “ทุกคนเหนื่อยล้า ทั้งชาวอิสราเอล ปาเลสไตน์ เพื่อนบ้านในภูมิภาค ผู้เห็นอกเห็นใจของทั้งสองคนทั่วโลก” “และทำไม? แต่เพราะประเทศหนึ่งตัดสินตัวเองว่ามีสิทธิ์ตัดสินชะตาคนนับล้านตามแผนการของตัวเอง ซึ่งแนวทางดังกล่าวนำพาทุกคนไปสู่ทางตันโดยสิ้นเชิง ปรากฏว่าสหรัฐฯผู้ให้การสนับสนุนกลับไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆต่อสิ่งที่ตนได้ทำลงไป มันเป็นวันฮาโลวีนสำหรับพวกเขาโดยแท้”

เลธ มารูฟ ผู้ประกาศข่าวและนักข่าวมือรางวัลในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอนกล่าวกับรายการ The Critical Hour ของ Radio Sputnikเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า “เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการรั่วไหลโดยเจตนา”  “กลุ่มผู้ชมชาวตะวันตกกำลังพยายามทำให้แนวคิดเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ออกจากดินแดนของพวกเขาเป็นปกติและชอบธรรม เราจึงต้องระวังเมื่อการรั่วไหลเหล่านี้เกิดขึ้นและเข้าใจว่าพวกเขาตั้งใจที่จะปล่อยออกมา”

 

“จนถึงขณะนี้ โดยไม่ต้องกำจัดชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ออกจากฉนวนกาซา ชาวอิสราเอลได้สังหารผู้คนไปมากกว่า ๑๒,๐๐๐ คนแล้ว เนื่องจากมีคนอยู่ใต้ซากปรักหักพังถึง ๒,๐๐๐ คน และทำให้ผู้คนหนึ่งล้านครึ่งต้องพลัดถิ่นในฉนวนกาซา ดังนั้น จำนวนชาวปาเลสไตน์ผู้พลัดถิ่นในสงครามครั้งนี้จึงแซงหน้าจำนวนชาวปาเลสไตน์ผู้พลัดถิ่นในปี ๑๙๔๘/๒๔๙๑ เนื่องจากในปีนั้น ชาวอิสราเอลได้ขับไล่ และกำจัดชาวปาเลสไตน์จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ คนออกไป ตอนนี้เราเลยจำนวนนั้นไปแล้ว และเรากำลังเข้าใกล้จำนวนชาวปาเลสไตน์ที่ชาวอิสราเอลสังหารหมู่ในปี ๑๙๔๘ อย่างรวดเร็ว นั่นคือตอนนั้นชาวปาเลสไตน์ถูกสังหาร ๑๕,๐๐๐ คน”

“ดังนั้น คุณต้องเข้าใจว่านี่คือ ‘นักบา’ ครั้งที่สองแล้ว ซึ่งเป็นหายนะครั้งที่สองสำหรับชาวปาเลสไตน์ที่อาจใหญ่กว่าครั้งแรก และผู้คนได้เห็นเหตุการณ์นี้ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในครั้งนี้ ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น และไม่มีใครในโลกตะวันตก ในแง่ของหน่วยงาน ระบอบการปกครอง รัฐบาล สถาบันต่างๆ ที่ต้องการหยุดสิ่งนี้ พวกเขาทั้งหมดกำลังหาเหตุผลเพื่อที่จะปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้นมากกว่านี้ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ชาวปาเลสไตน์สามารถทำได้คือสิ่งเดียวกับที่พวกเขาต้องทำมาตลอด นั่นคือยืนหยัดเพื่อสิทธิของพวกเขาและต่อสู้กับผู้กดขี่ ผู้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ผู้ยึดครอง หรือผู้ล่าอาณานิคม และผู้ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา”

 

มารูฟกล่าวย้ำว่า “คุณคงเห็นแล้วว่า เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีปูตินออกแถลงการณ์ซึ่งฉันคิดว่าเป็นคำพูดที่รุนแรงที่สุดที่เราเคยได้ยินจากประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อเขากล่าวว่าชาวปาเลสไตน์กำลังต่อสู้ และเหตุผลที่ชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารก็เพราะรัฐบาลที่อยู่เบื้องหลังอิสราเอล และรัสเซียกำลังต่อสู้กับคนเหล่านั้นในยูเครนในขณะนี้ ดังนั้นในเวลานี้ สิ่งนี้จึงสอดคล้องกับอนาคตของรัสเซียและการสู้รบในยูเครน กับการสู้รบของชาวปาเลสไตน์กับไซออนิสต์และจักรวรรดินิยมที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา” 

“และคุณรู้ไหมว่าตอนนี้เรากำลังเข้าสู่เวทีที่แตกต่างออกไป และแน่นอนว่า ทุกคนกำลังรอคำปราศรัย ของซัยยิด ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์เลขาธิการใหญ่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในวันศุกร์ เพื่อแสดงให้เราเห็นว่าบทต่อไปในการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร แต่ไม่มีอะไรจะหยุดได้ ไม่มีสงครามใดที่จะยุติลง ชาวอเมริกันจะไม่หยุดยั้งไซออนิสต์จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ดังนั้น เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

 

เมื่อเร็วๆ นี้ วีเจย์ ปราชัด(Vijay Prashad) ผู้อำนวยการบริหารของ Tricontinental Institute Think Tank ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อในสหรัฐฯ กล่าวว่า “ในไม่ช้า ความขุ่นเคืองทั่วตะวันออกกลางเกี่ยวกับสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซาจะถึงระดับสูงสุดจนรัฐบาลของพวกเขาเอง “จะไม่ สามารถหยุดยั้งหรือควบคุมประชากรได้”

มารูฟกล่าวสรุปว่า“ชาวอิสราเอลพ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้ นับตั้งแต่เขาถล่มโรงพยาบาล ค่ายผู้อพยพ พวกเขาไม่ต้องการที่จะยอมรับมัน และพวกเขาต้องการที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อไปเพื่อให้รู้สึกเหมือนได้ทำอะไรบางอย่าง”  “และแน่นอนว่า ชาวอเมริกันปล่อยให้พวกเขาทำเช่นนั้น เพราะอเมริกายอมรับไม่ได้ว่ากองกำลังของตนเองที่เป็นผู้นำสงครามครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ก็พ่ายแพ้ไปแล้วเช่นกัน”

ในทางการเมืองโลกนั้นสหรัฐฯและอิสราเอล พ่ายแพ้แล้ว แต่ที่หน้างานสงครามชิงการนำระหว่างมหาอำนาจขั่วเดี่ยวสหรัฐและพวก กับมหาอำนาจหลายขั้วจะเปิดฉากขึ้นอย่างชัดเจนและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ประเทศไทยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ใหม่นี้หรือยัง!!??