ลากไส้เมกา!! เปิดฐานทัพลับสหรัฐรหัส ๕๑๒ ในอิสราเอล เตรียมการล่วงหน้าไว้ลุยอิหร่าน

0

ในที่สุดความหน้าซื่อใจคดของสหรัฐฯก็ถูกเปิดเผยอีกครั้งจากสื่อขุดคุ้ย รายงานที่ตีพิมพ์ใน The Intercept ระบุว่าฐานทัพสหรัฐก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบโต้อันตรายจากขีปนาวุธพิสัยกลางของอิหร่าน ก่อสร้างไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดศึกกาซาด้วยซ้ำ ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์มะกันหลายคนออกมาพูดถึงเรื่องการโจมตีฉนวนกาซาของอิสราเอลไม่ได้ทำลายฮามาส แต่ทำลายทุกอย่างที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของปาเลสไตน์ มีเป้าหมายขับไล่ชาวปาเลสไตน์และยึดพื้นที่ทั้งหมดนั่นเอง

วันที่ ๒๘ ต.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัลมายาดีและรัสเซียทูเดย์เปิดเผยรายงานของ  The Interceptว่า “สองเดือนก่อนเริ่มปฏิบัติการน้ำท่วมอัล-อักซอของกลุ่มต่อต้านปาเลสไตน์ กระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้รับสัญญามูลค่าหลายล้านดอลลาร์สำหรับการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับกองทหารสหรัฐฯ ที่ฐานทัพลับแห่งหนึ่งในทะเลทรายอัล-นากับ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อรหัสไซต์ 512 ,

ไซต์ 512 ซึ่งก่อนหน้านี้เรียกว่า “สถานที่รักษาความปลอดภัยของสหกรณ์” ซึ่งเป็นป้ายกำกับสำหรับฐานทัพที่มีต้นทุนต่ำและมีการประจำการน้อยที่สุด ถูกนำไปใช้กับสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับทหารได้มากถึง ๑,๐๐๐ นาย รายงานระบุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ไซต์ 512 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่เกิดจากกลุ่มต่อต้านปาเลสไตน์ แต่เพื่อตอบโต้อันตรายจากขีปนาวุธพิสัยกลางของอิหร่าน

 

รายงานระบุเมื่อจรวดต่อต้านของฮามาสหลายพันลูกถูกยิงในวันที่ ๗ ตุลาคม ไปยังการตั้งถิ่นฐานอย่างผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลและเมืองที่ถูกยึดครอง ไซต์ 512 ยังคงไม่ทำงานเนื่องจากเป้าหมายหลักคือการเฝ้าติดตามอิหร่าน ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า ๗๐๐ ไมล์ 

แม้ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะปฏิเสธแผนการส่งทหารสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของการเผชิญหน้าอย่างต่อเนื่องระหว่างกลุ่มต่อต้านปาเลสไตน์และการยึดครองของอิสราเอล แต่รายงานเผยว่าการมีอยู่ของทหารสหรัฐฯ อย่างลับๆ ยังคงมีอยู่และขยายวงกว้างขึ้น ตามที่ระบุไว้ในเอกสารของรัฐบาล

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการรุกรานฉนวนกาซาของอิสราเอล สหรัฐฯ ได้แสดงการสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อ “อิสราเอล” ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหญ่ที่สุด โดยให้ความช่วยเหลือทางการเงินและการทหาร ไฟเขียวการทำลายชีวิตหมู่ชาวปาเลสไตน์ และการยึดครองฉนวนกาซาของอิสราเอล โดยก่ออาชญากรรมรายวัน

เมื่อช่วงดึกคืนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลใช้ระเบิดฟอสฟอรัสโจมตีทางอากาสในฉนวนกาซ่าอีกครั้ง หลังจากใช้ในหลายแห่งก่อนหน้านี้รวมทั้งยิงใส่ชายแดนเลบานอนด้วย หลักฐานปรากฎชัดในช่องสารโซเชียลมิเดีย แต่โลกภายใต้บทบาทของสหประชาชาติเป็นเบื้อใบ้ไม่อาจพึ่งพาได้เพราะ เป็นการกระทำของอิสราเอลที่มีสหรัฐและตะวันตกหนุนหลัง

กระแสการต่อต้านอิสราเอลได้แผ่ขยายไปทั่วทุกภูมิภาคโลก ไม่เฉพาะในตะวันออกกลาง อาหรับ ยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ต่อต้านการล้างเผ่าพันธ์ุโดยอิสราเอลอย่างเนืองแน่นไม่เว้นแม้แต่นิวยอร์คและวอชิงตันดีซี นอกจากนี้อินฟลูเอนเซอร์นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดังชาวอเมริกันอย่าง แจ็คสัน ฮิงเคิล ออกมาโพสต์รัวๆอย่างโกรธเกรี้ยวต่อปฏิบัติการ กวาดล้างในฉนวนกาซาว่าคือการล้างเผ่าพันธ์ุอย่างชัดเจน และมีเป้าหลายยึดแผ่นดินของปาเลสไตน์อย่างสมบูรณ์

แจ็คสัน ฮิงเคิล นักวิเคราะห์การเมืองกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ RT เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า “การกล่าวอ้างของอิสราเอลที่ว่าการทิ้งระเบิดฉนวนกาซาเพื่อกำจัดกลุ่มฮามาสนั้น“มันบ้าไปแล้ว กองกำลังอิสราเอลดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การกำหนดเป้าหมายประชากรพลเรือนในฉนวนกาซา พวกเขาทิ้งระเบิดทุกอย่าง ยกเว้นกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา”

ผู้ดำเนินรายการ ‘The Dive with Jackson Hinkle’ กล่าว โดยกล่าวหาอิสราเอลว่ามุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนต่างๆ รวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน องค์การสหประชาชาติและสภาเสี้ยววงเดือนแดง มัสยิด โบสถ์ บ้าน และแม้กระทั่งขบวนรถอพยพ

เขาย้ำว่า “นี่เป็นเพราะอิสราเอลไม่ต้องการให้มีรัฐปาเลสไตน์ และจุดประสงค์ที่แท้จริงของปฏิบัติการในฉนวนกาซาไม่ใช่เพื่อเอาชนะกลุ่มฮามาส แต่เป็นการบังคับชาวปาเลสไตน์ออกไปและเข้ายึดดินแดนแห่งนี้ทันทีและตลอดไป” 

ไม่ว่าองค์กรโลกบาลชนิดใดที่สหรัฐฯตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง จะแสดงบทบาทห้ามศึกแบบไหนก็ไร้ความหมา ยเพราะสปอนเซอร์ใหญ่ที่จัดตั้งองค์กรเหล่านี้ทั้งสหประชาชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ศาลอาญาโลกคือสหรัฐฯมีไว้เพื่อลงโทษประเทศที่ขัดขืนไม่ยอมสยบต่อมหาอำนาจเดี่ยวแองโกลแซกซอนทั้งสิ้น และล้วนไม่มีความสำคัญสำหรับอิสราเอล เมื่อสหรัฐฯและตะวันตกหนุนหลังแผนการใหญ่ให้อิสราเอลเป็นรัฐเดียว ผลักปาเลสไตน์จากบ้านของตนเองไปเป็นชาวอพยพกำลังใกล้จะบรรลุผล อิสราเอลจึงเดินหน้าเต็มพิกัด โลกกำลังเป็นพยานอีกครั้งในการสังหารหมู่ปาเลสไตน์ใช่หรือไม่ การเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่ของทุกฝ่ายที่ต้องการยุติศึกล้างผลาญคงไม่ทันการณ์ การขยับทางทหารของฝ่ายพันธมิตรปาเลสไตน์จึงได้เริ่มขึ้น

จับตาวงล้อมใหม่ต่อสหรัฐและอิสราเอล ที่นำพาสงครามภูมิภาคอุบัติขึ้น หากอิสราเอลจนแต้มในที่สุด โอกาสที่เนทันยาฮูจะเลือกใช้อาวุธนิวเคลียร์ก็เป็นไปได้ เมื่อมีอยู่ในมือถึง ๙๐ ลูก และนั่นคือสงครามอาร์มาเก็ดดอนที่ทุกคนไม่อยากให้เกิด!!