กูรูมะกันฟันเปรี้ยง! ไบเดนสั่ง IDFชะลอเข้าพื้นที่กลัวรับศึกรอบทิศ โลกอาหรับหันหลังไบเดน-เนทันยาฮู

0

ขณะที่ทำเนียบขาวเผยแพร่ข่าวว่า ปธน.สหรัฐได้พูดคุยกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะกับผู้นำปาเลสไตน์เกี่ยวกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับฉนวนกาซา แต่ก็มีรายงานจากสื่อฝั่งอาหรับและรัสเซียมีรายงานว่า มาห์มูด อับบาสผู้นำปาเลสไตน์ได้ปฏิเสธโทรศัพท์ของไบเดนไม่คุยด้วยภายหลังเหตุโจมตีโรงพยาบาลแบบติสต์ในฉนวนกาซา

สื่อบลูมเบิร์กระบุว่า สหรัฐฯ เป็นผู้กำหนดแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอลต่อฮามาส และมีรายงานว่า วอชิงตันกังวลว่าการโจมตีฉนวนกาซาอย่างเต็มกำลังอาจทำให้ทั่วทั้งตะวันออกกลางลุกเป็นไฟและควบคุมสถานการณ์ไม่ได้

ขณะเดียวกัน เบนนี แกนต์ซ(Benny Gantz) รัฐมนตรีสงครามของอิสราเอล ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ศึกปาเลสไตน์’คงอยู่ยาวนาน’ ชัยชนะจะได้รับการประกาศหลังจากการสร้างเขตสู้รบใหม่เสร็จสิ้นเท่านั้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายปี 

ออกอาการว่าแผนการใหญ่คลาดเคลื่อนจากที่คิดว่าจะเผด็จศึกได้ง่าย แต่ดูเหมือนสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกอิสราเอลไม่เป็นใจ กระแสต่อต้านสหรัฐฯและอิสราเอลกลับโหมกระหน่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนหนักที่สุดในตะวันออกกลาง ตามมาด้วยยุโรปและสหรัฐอเมริกา

วันที่ ๒๑ ต.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกรายงานว่า อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองนาวิกโยธินสหรัฐฯ และผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ สก็อตต์ ริตเตอร์ ชี้ให้เห็นว่าคลังแสงของกระทรวงกลาโหมเปลือยเปล่า และไม่สามารถตอบสนองเป้าหมายการสรรหาบุคลากรทางทหารได้ทันสถานการณ์

สหรัฐฯ ไม่สามารถมอบอาวุธที่จำเป็นสำหรับอิสราเอลในการทำสงครามกับกลุ่มฮามาส ฮิซบอลเลาะห์ และอิหร่าน หรือแม้แต่รักษากองกำลังของตนเองได้ 

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลได้ประกาศสงครามกับขบวนการฮามาสที่ปกครองในฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อม ภายหลังจากการโจมตีของกลุ่มฮามาสในปฏิบัติการ ‘พายุอัล-อักซอ’ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา การต่อสู้ที่ตามมา รวมถึงกับกองกำลังติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอนบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของอิสราเอล ทำให้ทหารกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) เกือบ ๓๐๐ นายเสียชีวิต และอีก ๒๐๐ นายถูกคุมขังในฉนวนกาซา พลเรือนอิสราเอลประมาณ ๑,๐๐๐ คนก็ถูกสังหารเช่นกัน นั่นแสดงถึงความสูญเสียที่เลวร้ายที่สุดของอิสราเอลนับตั้งแต่การรุกรานเลบานอนตอนใต้ในปี ๑๙๘๒

เทลอาวีฟได้เรียกกองกำลังสำรองของ IDF ประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ คน และทิ้งระเบิดฉนวนกาซาเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์เพื่อเตรียมการรุกภาคพื้นดิน ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ เนียร์ บาร์กัต กล่าวว่าได้รับ “ไฟเขียว”แล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่การบุกเข้าพื้นที่เต็มรูปแบบนั้นยังไม่เกิดขึ้นจริง

ริตเตอร์ย้ำว่า “IDFเข้าไปในฉนวนกาซาไม่ได้ หากพวกเขาเข้าไปจะถูกสังหารโดยกลุ่มฮามาสที่จงใจวางกับดักนี้”

“อิสราเอลไม่สามารถเอาชนะฮิซบอลเลาะห์ได้ มีความเป็นไปได้อย่างแท้จริงที่หากฮิซบอลเลาะห์เข้ามาพร้อมทุกสิ่งที่พวกเขามี พวกเขาจะยึดอิสราเอลทางตอนเหนือได้ทั้งหมด ไปจนถึงทะเลกาลิลีได้ ขณะเดียวกัน ซีเรียจะยึดที่ราบสูงโกลันกลับคืนมา และไม่มีอะไรที่อิสราเอลสามารถทำได้เพื่อหยุดเหตุการณ์นั้น”

ปธน.โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เยือนเทลอาวีฟเมื่อวันพุธ ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนอิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไข อิสราเอลขอให้วอชิงตันจัดหายุทโธปกรณ์และยุทโธปกรณ์ทางทหารจำนวนมาก รวมถึงกระสุนปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มม. จำนวนนับหมื่นที่ก่อนหน้านี้จัดสรรให้ยูเครน และขีปนาวุธจำนวนมากสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศไอรอนโดม ซึ่งใช้ในการสกัดกั้นจรวดที่ยิงจากฉนวนกาซา ในขณะที่ สหรัฐฯสามารถจัดหาได้ 

Ritter กล่าวว่า“อิสราเอลใช้ Iron Dome หมดแล้ว พวกเขาส่งคำร้องขอฉุกเฉินไปยังสหรัฐอเมริกาสำหรับกระสุน Iron Dome ทั้งหมดที่สหรัฐฯเรามี” แต่ในขณะที่ “อิสราเอลหวังว่าจะได้หลายพันนัด หรืออาจจะเป็น ๑๐,๐๐๐นัด” ทั้งหมดที่สหรัฐฯ ให้ได้คือ “๓๖๐ นัด ซึ่งก็แปลกอยู่บ้าง นั่นคือทั้งหมดที่สหรัฐมี”

เขาประเมินว่า“กลุ่มฮามาสอาจจะหมดแรงในคืนเดียว โดยยิงจรวด ๒ ชุด ชุดละ ๑๕๐ ลูก เท่านั้นเอง และกลุ่มฮิซบุลเลาะห์นั่งอยู่ในคลังเก็บอาวุธนับหมื่น และหากพวกเขายิงมันใส่อิสราเอล ไม่มีอะไรจะล้มพวกเขาได้ นั่นหมายความว่ากลุ่มฮามาสจะฉีกเนื้ออิสราเอลทำลายความสามารถในการเป็นผู้นำ ความสามารถทางอุตสาหกรรม และความสามารถทางทหารของอิสราเอล”

ริตเตอร์สรุปว่าผู้นำอิสราเอล “พาตัวเองจนมุมเอง” โดยสาบานว่าจะทำลายกลุ่มฮามาสให้หมดไปโลกใบนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่พวกเขาทำล้มเหลวหลายครั้งในอดีต

น่าสังเกตว่าแม้แต่ไบเดนก็ยังบอกเนทันยาฮูให้ “ใจเย็น”หน่อย “เบื้องหลังไบเดนบอกความจริงอันยากลำบากแก่อิสราเอลว่าอเมริกาจะไม่ก้าวเข้ามาต่อสู้ในสนามรบกับการต่อสู้ของอิสราเอลเพื่อสิ่งนี้ และหากอิสราเอลเข้าไปในฉนวนกาซา ผลที่ตามมาประการหนึ่งก็คือการแทรกแซงของฮิซบอลเลาะห์”

“อเมริกาไม่ได้วางรองเท้าบู๊ตหรือทิ้งระเบิดใส่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เพราะเราไม่ต้องการทำสงครามกับอิหร่านในวงกว้างขึ้น เรามีทหารหลายพันนายประจำการอยู่ทั่วอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งชีวิตของพวกเขาอาจตกอยู่ในความเสี่ยงหากอิหร่านเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ เราไม่ต้องการสิ่งนั้น มันไม่ใช่การต่อสู้ของเรา”

เขาตั้งข้อสังเกตว่า อุตสาหกรรมอาวุธ กองทัพสหรัฐฯ ถูกเจาะลึกมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนหนุ่มสาวหมดความสนใจในการต่อสู้และการสูญเสียในสงครามในต่างประเทศ

ริตเตอร์พูดในฐานะคนอเมริกัน แต่ไม่ได้พูดในฐานะอิลิทโลกที่อยู่เบื้องหลัง การกระตุ้นสมรภูมิสงครามร้อนในจุดวาบไฟทั้งหลาย วันนี้จุดวาบไฟในยุโรปและตะวันออกกลางได้ปะทุขึ้นแล้ว และกำลังขยายวงกว้างอย่างยากจะหยุดยั้ง ทั้งกำลังคืบคลานเข้าสู่สมรภูมิแห่งจุดวาบไฟที่เอเชีย-แปซิฟิก อาเซียนก็ไม่เว้น!!