เบื้องหลังซาอุฯ-ชาติอาหรับให้ไทยบินผ่านน่านฟ้าได้แล้ว! เจ้าชายฯทรงโทร.คุยเอง เปิดดำรัส “เราติดคนไทยอยู่หนึ่ง”

0

จากที่มีการสู้รบในอิสราเอลกับปาเลสไตน์ โดยกลุ่มนักรบฮามาส ซึ่งมีการจับกุมชาวต่างชาติเป็นตัวประกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานไทย แม้จะเดินทางกลับมาจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ก็ติดขัดในเรื่องของการบินผ่านน่านฟ้าบางประเทศนั้น

โดยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 13.30 น. ที่ซาอุดิอาระเบีย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึง สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า จะสนับสนุนซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า

ซึ่งเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เคยโทรศัพท์มาหาด้วยตัวเองเมื่อ 10 วันที่แล้ว ขอให้ประเทศไทยสนับสนุน ซึ่งเวลานั้นรัฐบาลได้แบ่งรับแบ่งสู้ เพราะเวลานั้น ยังไม่ทราบว่าอาเซียนจะเสนอเป็นเจ้าภาพหรือไม่ แต่ชัดเจนแล้ว จึงได้ตอบรับยินดีที่จะสนับสนุนซาอุดีอาระเบีย

“ท่านทรงปิติยินดีมาก และดำรัสว่าเราติดคนไทยอยู่หนึ่ง และท่านก็ดำรัสต่ออีกว่าจะมีเอ็กซ์โปอีกครั้งหนึ่งในปี 2030 ซึ่งซาอุดีอาระเบีย ก็จะเสนอเป็นเจ้าภาพอีกเช่นกัน

พระองค์ทรงประสงค์ให้ไทยสนับสนุนอีกครั้ง ซึ่งรวมแล้วซาอุฯ ติดไทยไว้สองครั้งด้วยกัน ถือได้ว่า เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมิตรภาพที่ดี พระองค์ทรงให้ความกรุณาดูแลทีมไทยแลนด์ที่มาซาอุดีอาระเบียอย่างดี” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ล่าสุดวันนี้ 21 ตุลาคม 2566 เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ซึ่งเป็นของวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ภาพนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย พร้อมข้อความถึงความคืบหน้าในกรณีดังกล่าวว่า

ข่าวดี “ ซาอุฯ-อาหรับ” ไฟเขียว  เครื่องบินทอ.บินผ่านน่านฟ้า ไปอพยพแรงงานไทย ในอิสราเอลได้ ไม่ต้องบินอ้อม คาด หลัง นายกฯ คุย เจ้าชาย MBS ประเดิม เที่ยวบินแรก RTAF229  21 -22 ตุลาคม นี้เลย ทอ.เล็ง แผน ใช้ C130 บินเสริม

มีรายงานข่าวว่า  กระทรวงการต่างประเทศ  ได้แจ้งไปยังกองทัพอากาศ ว่า สามารถ บินผ่านน่านฟ้า  ซาอุฯ และ กลุ่มประเทศอาหรับได้ แล้ว

โดยเครื่องบิน  A340-500 ของทอ. เที่ยงบินที่ 3 RTAF229 ในวันที่ 21 ตุลาคม 2566 นี้ จะบินผ่าน เส้นทางปกติ คือ เมียนมา อินเดีย โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย จอร์แดน และอิสราเอล ลงจอดที่สนามบิน Ben Gurion ,TelAviv โดยใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง จากเดิมที่ต้องบินอ้อมใช้เวลาราว 12ชั่วโมง ออกเดินทาง1330 น. 21 ตค. กลับ 22 ตค. เวลา10.50 น.

ทั้งนี้ ทอ. กำลังพิจารณา ใช้ แผนเดิม คือ ใช้เครื่องบิน C130 บินไปรับคนไทย ในอิสราเอลด้วย  หากเป็นเส้นทางปกติ  จะแวะเติมน้ำมัน ที่อินเดีย

นอกจากนี้ทวิตเตอร์ Srettha Thavisin @Thavisin ยังได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงการเข้าเฝ้าฯของนายเศรษฐา ต่อเจ้าชายฯด้วยว่า “ผมได้เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาฯ และนายกรัฐมนตรีซาอุดีฯ ในห้วงการประชุม ASEAN – GCC Summit ที่กรุงริยาด

โดยเห็นพ้องกันถึงความสันพันธ์ไทย-ซาอุดีฯ ที่ดีในขณะนี้ และโอกาสและศักยภาพในการขยายความร่วมมือ โดยเฉพาะในด้านการค้าและการลงทุนในอนาคต ซึ่งรวมถึงการเจรจา Thai – GCC FTA

ท่านจะทรงสั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ ของซาอุดีฯ เร่งดำเนินความร่วมมือกับฝ่ายไทย โดยเฉพาะการเข้าใปลงทุนในประเทศไทย โดยจะจัดทำแผนความร่วมมือให้เสร็จภายในต้นปีหน้า

ในส่วนของสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง ท่านทรงแสดงความเห็นพระราชหฤทัยแรงงานไทยในอิสราเอลที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ได้รับผลกระทบอย่างมาก  และทรงรับที่จะช่วยเหลือฝ่ายไทยในการนำพี่น้องชาวไทยที่ตกเป็นตัวประกันให้สามารถกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยด้วย”