กองทัพอิสราเอลไฟเขียวปฏิบัติการดาบเหล็กระดม400,000บุกกาซาทำลายฮามาส50,000ให้สิ้นซาก-พังเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน

0

จากที่สถานการณ์ของอิสราเอลกับปาเลสไตน์ โดยกลุ่มนักรบฮามาสกำลังดำเนินอยู่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา มีการคาดกันว่ากองทัพอิสราเอลจะเข้าโจมตีบริเวณฉนวนกาซา ซึ่งโดยไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นวันไหนนั้น

ล่าสุดวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เว็บไซต์ TOP WAR ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการบุกครั้งใหญ่ภาคพื้นดินของกองทัพอิสราเอลว่า

รายงานข่าวเอบีซี กองทัพอิสราเอลได้รับไฟเขียวให้บุกฉนวนกาซา และระยะภาคพื้นดินของปฏิบัติการดาบเหล็กจะเริ่มทันทีที่ IDF ประกาศความพร้อมที่จะเริ่ม

ในขณะนี้ อิสราเอลได้ระดมทหารมากกว่า 400,000 นาย ซึ่งกองกำลังของเขาน่าจะเพียงพอที่จะทำลายกลุ่มฮามาส จากข้อมูลที่มีอยู่ กลุ่มฮามาสและกลุ่มปาเลสไตน์อื่นๆ มีผู้ติดอาวุธมากถึง 50,000 คนในฉนวนกาซา

“กองทัพได้รับไฟเขียว (…) รัฐบาลอิสราเอลได้ตัดสินใจและให้ไฟเขียวแก่กองทัพ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม Nir Barkat ซึ่งเป็นสมาชิกของสภาความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล กล่าว และปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดใดๆ

ด้านโยอาฟ กัลลันต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ยังยืนยันด้วยว่า ได้รับอนุญาตให้บุกฉนวนกาซา โดยเรียกร้องให้กองทหาร IDF เตรียมเข้าสู่ดินแดนที่กลุ่มฮามาสควบคุม ในการปราศรัยต่อกองทัพ เขากล่าวว่าอีกไม่นานพวกเขาจะได้เห็นวงล้อมปาเลสไตน์ จากภายใน

ตามที่รายงานไปก่อนหน้านี้ อิสราเอลวางแผนที่จะทำลายฉนวนกาซาให้ราบคาบ ผลักดันผู้อยู่อาศัยไปยังชายแดนอียิปต์ ระเบิดเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน และทำลายล้างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก ขณะเดียวกัน อิสราเอลยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉนวนกาซาหลังปฏิบัติการสิ้นสุดลง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2566 Blockdit World Update ได้ออกมาโพสต์ข้อความรายงานถึงสถานการณ์ของอิสราเอลบริเวณฉนวนกาซาด้วยว่า

“สมาคมนักข่าวอัลจาซีราปาเลสไตน์ สื่อกาตาร์ ที่เกาะติดข่าวปาเลสไตน์ในเขตเวสแบงค์ และกาซา รายงานว่า ถูกกองทัพอิสราเอลโจมตีทิ้งระเบิดและยิงอาวุธใส่ส่งผลให้นักข่าวเสียชีวิต 11 ราย บาดเจ็บ 20 ราย อาคารสื่อมวลชน 50 แห่ง ถูกทำลายในกาซา

ตามรายงานของ Euro-Med Human Rights Monitor ระบุว่า กองทัพอิสราเอล ได้มุ่งทิ้งระเบิดใส่พลเรือนปาเลสไตน์ ในเขตกาซา ไปแล้วเทียบเท่ากับ 1 ใน 4 ของระเบิดนิวเคลียร์

ฝ่ายทัพฮามาส แม้พวกเขาจะมีอาวุธเป็นรอง แต่ยังคงตอบโต้โดยระดมยิงจรวดโจมตีเมืองทางภาคใต้ทุกแห่ง เช่น อัชเคลอน  รวมทั้งเมืองและสนามบินในกรุงเทลอาวีฟ ภาคกลาง และยาวไปถึงภาคเหนือ อิสราเอล ส่งผลให้อาคารต่างๆ พังทลายเสียหายมาก

ชาวอิสราเอล แปรสภาพกลายเป็นผู้อพยพลลี้ภัยสงครามจากทางภาคใต้ หนีไปด้วยรถบัสที่ทางการจัดให้ไปอาศัยยังภาคกลาง ส่วนกองทัพอิสราเอล ก็ยังคงแค่ขู่แต่ไม่กล้าบุกภาคพื้นดินเข้าเขตกาซา ที่ฮามาสทำเป็น Killing Zone ไว้ตั้งรับ

ตามตำราสงครามนั้นฝ่ายบุก ย่อมสูญเสียมากกว่าฝ่ายตั้งรับ อาจถึง 10 ต่อ 1 จากทุ่นระเบิด และอาวุธลูกยาวโดรน ขีปนาวุธ ที่เตรียมปักหลักไว้รอสวน ทำให้ฝ่ายอิสราเอล คิดหนักที่จะพลีชีพทหารราบอีกนับไม่ถ้วน ส่วนการประกาศข่มขู่ในยามสงครามถือเป็นปกติ