เมดเวเดฟฟันธง! ศึกปาเลสไตน์-อิสราเอล ลามทั่วภูมิภาค เมกา-นาโต้จะเสียใจแพ้ยับ

0

ท่ามกลางสถานการณ์ร้อนในศึกขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอล เมกา-นาโต้ดาหน้าหนุนหลังอิสราเอลอย่างเปิดเผยผิดกับ สงครามตัวแทนยูเครนที่แอบอยู่หลังดันเคียฟออกหน้าจนย่อยยับทั้งการเมืองเศรษฐกิจและพ่ายแพ้ทางทหารอย่างยับเยิน ไม่ว่าจะโฆษณาชวนเชื่อว่ายูเครนกำลังชนะอย่างไร ความจริงที่เผยแพร่ในสื่อทางเลือก โซเชียลมิเดียและแม้แต่สื่อหลักก็ปิดบังต่อไปไม่ได้

ในขณะที่เปิดศึกใหม่ที่ตะวันออกกลาง คู่ต่อสู้จะไม่ใช่ประเทศเดี่ยว แต่กำลังขยายวงเป็นสองฝ่าย ระหว่างกลุ่มมหาอำนาจเดี่ยวหนุนหลังอิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งก็ไม่พ้นทีมเดียวกับยูเครน กับกลุ่มพันธมิตรโลกหลายขั้ว ที่พยายามดึงรั้งไม่ให้สงครามบานปลาย กับโลกมุสลิมที่เห็นใจและพร้อมยืนเคียงข้างปาเลสไตน์ นักวิเคราะห์สายตะวันออกมองว่า โลกยังมีความหวังว่าเมื่อปูตินแท็คทีมสี จิ้นผิงก็อาจแก้ปัญหาปาเลสไตน์-อิสราเอลได้ สำหรับอิหร่านถูกจับขึ้นเวทีเรียบร้อยแล้วจากสหรัฐและพวกว่า คือเป้าหมายสำคัญที่จะลุยด้วยอย่างแน่นอน

วันที่ ๑๙ ต.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวทาซซ์รายงานว่า ดมิทรี เมดเวเดฟอดีตประธานาธิบดีรัสเซียและรองประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย กล่าวในบทความสำหรับหนังสือพิมพ์อิซเวสเทียเดลีว่า “ความขัดแย้งในอิสราเอล-ปาเลสไตน์อาจกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ”  

เขาตั้งข้อสังเกตว่ามีการรายงานผลที่ตามมาอันน่าสยดสยองของการเผชิญหน้าครั้งนี้ รวมถึงการบาดเจ็บล้มตายและความเสียหายจำนวนมากทุกวันโดยเฉพาะประชาชนปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

“ตะวันออกกลางกำลังเห็นสงครามอีกครั้ง สงครามที่โหดร้ายไร้กฎเกณฑ์ สงครามที่มีพื้นฐานอยู่บนความหวาดกลัวและหลักคำสอนเรื่องการใช้กำลังอย่างไม่สมส่วนต่อประชากรพลเรือน ดังที่กล่าวกันในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายต่าง ‘บ้าคลั่ง’” 

 

เขาบอกว่า “แน่นอนว่ามันสำคัญกว่าสำหรับเราที่จะต้องประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการทางทหารพิเศษในการต่อสู้กับนีโอนาซีในยูเครน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปาเลสไตน์และอิสราเอลก็ไม่สามารถทำให้เกิดความวิตกกังวลเกินไปได้” เขากล่าวเสริมว่า ” สงครามมักมีสาเหตุใกล้ชิดและเกิดขึ้นภายใต้หลักการของการเชื่อมต่อถึงกัน”

เขาชี้ให้เห็น“ความขัดแย้งในปัจจุบันระหว่างชาวปาเลสไตน์และอิสราเอลก็ไม่มีข้อยกเว้น ความขัดแย้งนี้มีโอกาสทั้งหมดที่จะเติบโตเป็นสงครามระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ หรือแม้กระทั่งกลายเป็นสงครามระดับโลกหากสถานการณ์พัฒนาไปในทางที่ไม่ดี” 

“การโจมตีด้วยขีปนาวุธที่โรงพยาบาลแบ๊บติสในฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าสยดสยอง ผู้คนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บสาหัสและอาจพิการไปตลอดชีวิต เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั้งๆ ที่โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ นี่เป็นการกระทำป่าเถื่อนที่ต้องถูกประณามอย่างรุนแรง แต่เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในห่วงโซ่การพัฒนาที่เลวร้ายในภูมิภาค” 

เมดเวเดฟฟันเปรี้ยงว่า สหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบขั้นสูงสุดต่อเหตุโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซาซึ่งมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน 

เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ยืนยันว่าอิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ แต่ฝ่ายหลังปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู อ้างว่า “เป็นผู้ก่อการร้ายป่าเถื่อนในฉนวนกาซาที่โจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซา ไม่ใช่ IDF”

เมดเวเดฟเขียนใน Telegram โดยให้น้ำหนักถึงสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็น“การโจมตีที่น่าสยดสยอง”และ“เห็นได้ชัดว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม”  “ความรับผิดชอบขั้นสุดท้ายอยู่ที่ผู้ที่ทำเงินจากสงครามอย่างเหยียดหยาม กับผู้ที่แจกจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้ออาวุธอย่างไม่ไตร่ตรองเพื่อโหลดงานที่ซับซ้อนในอุตสาหกรรมการทหารและประกาศภารกิจระดับโลกอย่างไม่ถูกต้อง อ้างเพื่อปกป้องคุณค่าทางประชาธิปไตยอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา”

การโจมตีโรงพยาบาลก่อให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงทั่วโลก อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่าเขารู้สึกช็อคกับเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ยังนำไปสู่การประท้วงอย่างรุนแรงในประเทศอาหรับหลายประเทศ โดยผู้ประท้วงบุกโจมตีสถานกงสุลอิสราเอลในจอร์แดน ในขณะที่สถานทูตสหรัฐฯและตะวันตกที่ออกหน้าสนับสนุนอิสราเอลทั้งในตุรกี ตูนิเซีย และเลบานอน ก็ตกเป็นเป้าหมายเช่นกัน

ความพยายามผลักดันให้สหประชาชาติโดยคณะมนตรีความมั่นคง หรือUNSCออกมติประณามกรณีโจมตีโรงพยาบาลคริสเตียนในกาซาก็ต้องล้มเหลวอีกครั้งเมื่อสหรัฐวีโต้ ทำให้ญัตติที่ร้องขอโดยบราซิลตกไป!!??