ผนึกกำลัง!? ตุรกีประณามอิสราเอล ปิดล้อมปชช.น่าอายไม่ใช่ทำศึก จับตาอิหร่าน-ซาอุฯหารือเข้มจ่อลุย

0

สงครามไม่เคยปราณีใคร สำนักงานบรรเทาทุกข์และการทำงานของสหประชาชาติเพื่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ๙  คน เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

หลังจากสหรัฐฯเคลื่อนกองเรือรบเข้าตะวันออกกลาง ปธน.ปูตินแห่งรัสเซีย เฉ่งเมกาทันทีว่า “ฉันไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดสหรัฐฯ จึงเคลื่อนย้ายกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน และส่งอาวุธชั้นสูงไปยังอิสราเอลมันทําให้สถานการณ์แย่ลง พวกเขาจะทิ้งระเบิดเลบานอนหรืออะไร” “ปัญหาคือตอนนี้มีคนที่นั่นกลัวตายด้วยรึ? วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือ คืนความยุติธรรม สถาปนารัฐปาเลสไตน์จึงจะถูกต้อง”

ปธน.อบราฮิม ไรซีแห่งอิหร่าน และมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมานหรือMBS แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ได้โทรศัพท์คุยกันเป็นครั้งแรก เพื่อหารือเกี่ยวกับศึก ปาเลสไตน์-อิสราเอล โดยใช้เวลาโทรประมาณ ๔๕ นาที ได้มีการหารือถึงเอกภาพของประเทศมุสลิมท่ามกลางการพัฒนาของสถานการณ์ในปาเลสไตน์

 

ด้านสถานการณ์ในสนามรบยิ่งดุเดือดเข้มข้น เมื่อเนทันยาฮูโพสต์ลงเทเลแกรมส่วนตัวของตัวเองภูมิใจที่ส่งบินทิ้งบอมบ์รัวๆโจมตีกาซาได้ราบ ดังที่เขาประกาศไว้ ขณะเดียวกัน มีการยิงโดรนกามิกาเซ่หลายร้อยลำ เข้ามาทางตอนเหนือของอิสราเอล โดยเข้ามาทางชายแดนเลบานอน หลังจากอิสราเอลโจมตีที่ชายแดนเลบานอนส่งผลให้ทหารเลบานอนเสียชีวิต ท่าทีของรัฐบาลเลบานอนไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้เพราะประชาชนออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลจับมือกับกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ลุยศึกกับอิสราเอล

โดรนและเครื่องร่อนจำนวนมาก บินเข้ามายังอิสราเอลจากซีเรียและเลบานอน

สถานการณ์ในเมืองไฮฟา ขณะนี้ชุลมุนชาวบ้านแตกตื่นกันไม่เป็นกระบวนยังไม่มีรายงานการตอบสนองของอิสราเอลว่าจัดการอย่างไร เหตุเกิดเพราะกองทัพอิสราเอลได้ส่งบินรบโจมตีทั้งซีเรียและเลบานอนเมื่อวานนี้ ทำให้รัฐบาลเลบานอนไม่อาจนิ่งเฉยแม้ไม่ได้ประกาศศึกโดยตรง แต่ก็เหมือนไฟเขียวให้ฮิซบอลเลาะห์ลุยอิสราเอลได้อย่างเต็มมือ

ปรากฏการณ์สำคัญที่วิกฤตกาซา จะทำให้โลกมุสลิมกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างที่อิสราเอลกับเมกาและบริวารคาดไม่ถึง

วันที่ ๑๒ ต.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวทาซซ์และอนาดูลูแห่งเตหะรานรายงานว่า ปธน.ตุรกี เรเซ็ป ตัยยิป เออร์โดกันกล่าวประณามการกระทำใดๆ ต่อพลเรือนว่าเป็นการกระทำที่ผิดร้ายแรง ศึกครั้งนี้ ‘ไม่ใช่สงคราม แต่เป็นการทำลายล้างหมู่’ 

Erdogan กล่าวในคำปราศรัยต่อฝ่ายนิติบัญญัติของตุรกีซึ่งออกอากาศทางช่องทีวีท้องถิ่นว่า “การใช้กำลังอย่างไม่สมส่วนต่อฉนวนกาซา โดยไม่มีพื้นฐานทางศีลธรรมใดๆ จะทำให้อิสราเอลอยู่ในสถานที่ทั่วโลกที่ไม่ต้องการที่จะเข้าไปอยู่ร่วมด้วย ความขัดแย้งนี้มีการต่อสู้ด้วยยุทธวิธีอันน่าอับอาย ไม่ใช่สงคราม แต่เป็นการล้อมดับชีพแบบหมู่”

เออร์โดกันวิพากษ์สหประชาชาติและองค์กรอื่นๆที่ละทิ้งชาวปาเลสไตน์ ไม่ปฏิบัติตามคำสัญญา และล้มเหลวในการปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของชาวปาเลสไตน์ เขาย้ำว่า “การโจมตีฉนวนกาซา โดยการวางระเบิดการตั้งถิ่นฐานของพลเรือน และการห้ามไม่ให้ยานพาหนะที่บรรทุกสินค้าด้านมนุษยธรรมเข้าไปในพื้นที่นั้น เป็นสิ่งที่กลุ่มก่อการร้ายทำ ไม่ใช่ประเทศต่างๆ”

ประธานาธิบดีตุรกีฟันธงสรุปว่า “มีเพียงวิธีแก้ปัญหาตามมติของสหประชาชาติเท่านั้นที่สามารถนำสันติภาพที่ยั่งยืนมาสู่ภูมิภาคได้ โดยประเทศปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระได้รับการสถาปนาภายในพรมแดนปี ๑๙๖๗ โดยมีกรุงเยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวง ซึ่งจะได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลก” 

ศึกครั้งนี้อิสราเอลคงไม่ฟังเพราะถือว่ามีเมกา-นาโต้หนุนหลัง ส่งเงินและอาวุธให้เพียบ ความมั่นใจอย่างสุดโต่งนี้อาจได้ผลลัพธ์ตรงข้าม เมื่อพิจารณาสถานการณ์ศึกปาเลสไตน์-อิสราเอล กับศึกยูเครน-รัสเซีย แม้ภาพที่ตะวันตกพยายามให้ดูคล้ายกัน แต่บริบทต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทีมสปอนเซอร์เดียวกันคือเมกา-นาโต้ ที่ยูเครนใครๆต่างรู้แล้วว่า ยูเครนแพ้ก็คือเมกาแพ้ ย้ายวิกมาตะวันออกกลางลีลายังคงเหมือนเดิม แต่ที่นี้สายแข็งอย่างที่ปูตินว่าไว้ ย่านนี้ใครมั่งกลัวตาย? เวลาจะพิสูจน์คำวิเคราะห์ของกูรูหลายสายทั้งตะวันตกและตะวันออกที่ว่า ศึกครั้งนี้จะนำความล่มสลายมาสู่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน!!