ปูตินซัดสหรัฐต้นเหตุความรุนแรงกาซา-อิสราเอล ลั่นต้องเจรจาแก้ปัญหาด้วยแนวทาง ๒ รัฐ

0

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับกับผู้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงครั้งนี้ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้การเจรจาปล่อยตัวประกันสำเร็จโดยเร็ว ข้อมูลล่าสุด คนไทยเสียชีวิต ๑๘ คนอเมริกัน ๑๑ คน รัสเซีย ๑๐ และประเทศในยุโรปหลายประเทศที่ข้อมูลยังไม่นิ่ง บ่ายวันอังคารที่ผ่านมา ทางการอิสราเอลบันทึกว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๙๐๐ รายและบาดเจ็บ ๒,๖๐๐ ราย ขณะเดียวกัน ทางการปาเลสไตน์ในฉนวนกาซารายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย ๘๓๐ รายและบาดเจ็บอีก ๔,๒๕๐ รายนับตั้งแต่การสู้รบปะทุขึ้น

มาติดตามสถานการณ์ล่าสุด ได้พัฒนาไปสู่การตอบโต้ความโหดร้ายด้วยความโหดเหี้ยมยิ่งกว่า กระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ฟ้องโลกว่า กองกำลังอิสราเอลส่งอาวุธฟอสฟอรัสขาวโจมตีฉนวนกาซา พร้อมคลิปหลักฐานระบุว่า “การยึดครองของอิสราเอลกำลังใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาวที่สั่งห้ามในระดับสากลกับชาวปาเลสไตน์ในย่านคารามาทางตอนเหนือของฉนวนกาซา”

อาวุธฟอสฟอรัสขาวไม่ได้ถูกห้ามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่การใช้อาวุธเหล่านี้ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด อาวุธดังกล่าวไม่ควรใช้ในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น เนื่องจากภัยคุกคามเฉียบพลันที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือน ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยอาวุธตามสัญญาบางประเภท ๒๕๒๓

การดำเนินการเกิดขึ้นหลังส.ส.อิสราเอลพรรค Knessetของรัฐบาลเนทันยาฮู เชียร์ให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ทำลายฉนวนกาซาให้เป็นแหลกเป็นจุล 

และโลกกำลังจับตาว่า ศึกกาซาครั้งนี้จะลามไปสู่มหาสงครามใหญ่หรือไม่ คนที่ทุกสายตากำลังเพ่งมองคือรัสเซีย ซึ่งได้แสดงจุดยืนในทันทีร่วมกับตุรกีและซาอุดีอาระเบีย เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิง และชูการแก้ปัญหาในพื้นที่ด้วยการยอมรับ ๒ รัฐอย่างเท่าเทียม ล่าสุดในการพบกับผู้นำอิรัก-อียิปต์ก็ยืนยันเช่นนั้น

วันที่ ๑๑ ต.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และทาซซ์รายงานว่า ปธน.ปูตินแห่งรัสเซีย เรียกร้องให้ทุกฝ่ายของความขัดแย้งในอิสราเอลลดความเสียหายให้กับพลเรือนให้เหลือศูนย์” เขากล่าวในการเจรจาหารือกับนายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด ชีอะห์ อัล-ซูดานี ของอิรัก

ปูตินกล่าวย้ำว่า ชาวปาเลสไตน์จำเป็นต้องมีรัฐชาติเพื่อให้ทุกฝ่ายเคารพผลประโยชน์ของพวกเขา วิกฤตที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางเกิดจากการที่กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์บุกโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอล ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการที่วอชิงตันไม่สามารถแก้ไขข้อขัดแย้งได้

“ฉันเชื่อว่าหลายคนคงเห็นด้วยกับฉันว่ามันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความล้มเหลวของนโยบายตะวันออกกลางของสหรัฐอเมริกา พวกเขาพยายามผูกขาดข้อตกลงสันติภาพ แต่น่าเสียดายที่ไม่สนใจการค้นหาการประนีประนอมที่จะเป็นที่ยอมรับสำหรับทั้งสองฝ่ายา แต่กลับ ไม่เคยคำนึงถึงผลประโยชน์หลักของชาวปาเลสไตน์ ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างรัฐชาติปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ ดังที่ระบุไว้ในมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ”

ในทางกลับกัน วอชิงตันกลับกดดันทั้งสองฝ่ายในความพยายามที่จะกำหนดแนวทางแก้ไขในแบบที่ตนเองต้องการ

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวโทษสหรัฐฯว่าเป็นเหตุให้เกิดสงครามครั้งใหม่ นักการทูตระดับสูงของรัสเซียเสนอเมื่อวันจันทร์ว่ากลุ่มที่เรียกว่าผู้ไกล่เกลี่ยในตะวันออกกลางควรมี ๔ ฝ่ายเบื้องต้นคือ สหรัฐฯ รัสเซีย สหภาพยุโรป และสหประชาชาติ ควรมีบทบาทนำในการเจรจาสันติภาพ แต่สหรัฐฯ ได้กีดกันกลไกนี้เพื่อ”ผูกขาด”กระบวนการสันติภาพเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และในที่สุดก็ประกาศจุดยืนสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ทุกด้าน

ชัดเจนแล้วว่าใครบ้างที่ออกมายืนเคียงข้างปาเลสไตน์โดยไม่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง เพราะผลที่ออกมาคือพลเรือนผู้บริสุทธ์ต้องรับกรรม ภาพรวมของสถานการณ์เวลานี้ ความพยายามทำลายฉนวนกาซ่าให้เป็นเกาะร้างตามเสียงคำรามของเนทันยาฮู ได้รับการตอบรับจากสหรัฐและพวกในทันที เมื่อเมกา-อังกฤษ-ฝรั่งเศสได้ออกแถลงการร่วมประกาศสนับสนุนทุกอย่างให้อิสราเอล หนึ่งในบริกส์อย่างอินเดีย ก็ออกมาประกาศจุดยืนสนับสนุนอิสราเอลชัดเจน และกระแสคลื่นความคับข้องใจได้แผ่ขยายอย่างกว้างขวางในหมู่ประเทศมุสลิมทั่วโลก แม้แต่ในอเมริกาและยุโรปไม่เฉพาะในตะวันออกกลางกำลังเดือดคลั่กอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดูเหมือนว่า การพยายามยั่วยุตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาของสหรัฐและอิสราเอล กำลังออกดอกผลเป็นมหาสงครามใหญ่ แม้ฝ่ายหนึ่งพยายามอย่างเต็มที่ที่จะดึงรั้ง แต่อีกฝ่ายกำลังเร่งโหมแรงไฟแค้น เพื่อเป้าหมายยึดปาเลสไตน์อย่างเบ็ดเสร็จใส่มืออิสราเอลใช่หรือไม่ คงต้องจับตา!!