สะพรึง! รัสเซียซัดยูเครนอับจนหมดเงิน-ไร้อาวุธ คลั่งโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เสี่ยงยุโรปพังเละโลกยับเยิน

0

ท่ามกลางกระแสสงครามเดือดในตะวันออกกลาง มอสโกว์ส่งเสียงเตือนถึงการยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครนเป็น ‘สัญญาณเตือนภัย’ สู่โลก ยุโรปจะเละก่อนใคร

เนื่องจากมีแนวโน้มว่า เมกาอาจจะหันเหไปสนับสนุนอิสราเอลมากขึัน และจะทุ่มเทให้กับยูเครนน้อยลง ในขณะที่เคียฟเรียกร้องขอขีปนาวุธชั้นสูงยังไม่ประสบผลมีแต่กระแสว่าจะให้ แต่ไม่ชัดว่าจะได้เมื่อไหร่

วันที่ ๑๐ ต.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์ รายงานว่า คิริลล์ บูดานอฟ หัวหน้าหน่วยสายลับซึ่งเป็นนายทหารระดับสูงของเคียฟ ยืนยันการโจมตีที่ล้มเหลว ๓ ครั้งเพื่อยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปกลับคืนมา นั่นหมายถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “ซาโปริชเชีย”

การยอมรับจากหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารของยูเครน เปิดเผยว่าการโจมตีด้วยหน่วยคอมมานโดสะเทินน้ำสะเทินบก ๓ ครั้งได้เริ่มขึ้นต่อเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปโรเชีย จะต้องไม่ถูกมองข้ามโดยสหประชาชาติหรือพลเมืองของรัฐนาโต กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียกล่าว

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อของยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บูดานอฟและผู้ใต้บังคับบัญชาบางคนเล่าถึงวิธีที่หน่วยข่าวกรองทหาร GUR ของประเทศได้ดำเนินการโจมตีด้วยคอมมานโดในเมืองเอเนอร์โกดาร์ และแต่ละการโจมตีล้มเหลว

มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย  กล่าวเมื่อวันจันทร์คำสารภาพดังกล่าวควรทำให้ผู้คนในรัฐ NATO “หลุดพ้นจากภวังค์ที่ถูกสะกดจิต”ซึ่งพวกเขา“ถูกชักจูงให้เชื่อ โดยรัฐบาลของพวกเขาว่ารัสเซียสร้างภัยคุกคามทางนิวเคลียร์” ซาคาโรวายังเรียกร้องให้มีปฏิกิริยาจากสหประชาชาติ ซึ่งเธอกล่าวว่า“เรียกร้องมาตลอดหลายเดือนนี้”ว่าพวกเขาไม่สามารถระบุทิศทางที่โรงงานนิวเคลียร์จะถูกคุกคามได้

หน่วยคอมมานโดทั้ง ๓ หน่วยของเคียฟไม่สามารถตั้งฐานที่มั่นของยูเครนในเอเนอร์โกดาร์ได้ แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่าการสำรวจดังกล่าวให้ประสบการณ์อันมีค่าแก่พวกเขา และมีส่วนทำให้เป้าหมายที่ใหญ่กว่าในการป้องกันไม่ให้รัสเซียใช้โรงงานแห่งนี้เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับภูมิภาค สถานีซาโปโรเชียอยู่ในสถานะปิดบางส่วน โดยมีเครื่องปฏิกรณ์เพียงเครื่องเดียวที่ให้พลังงานสำหรับการบริโภคเอง

สถานที่ดังกล่าวเป็นจุดสนใจของการทะเลาะวิวาททางการทูตที่ยืดเยื้อระหว่างมอสโกว์และเคียฟเมื่อปีที่แล้ว ยูเครนอ้างว่ารัสเซียเก็บอาวุธหนักไว้ที่โรงงานแห่งนี้ และกำลังโจมตีกองกำลังยูเครนจากโรงงานแห่งนี้ มอสโกว์ปฏิเสธข้อกล่าวหา และกล่าวว่ากองกำลังของเคียฟมุ่งเป้าไปที่โรงงานแห่งนี้เป็นประจำด้วยการยิงถล่มและโดรนโจมตี

หลังจากที่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยเฝ้าระวังของสหประชาชาติได้ปฏิบัติภารกิจติดตามตรวจสอบในสถานที่ถาวรในเดือนกันยายน ๒๕๖๕ โดยองค์กรปฏิเสธที่จะประเมินซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประปรายที่เกี่ยวข้องกับโรงงานแห่งนี้

ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ของ IAEA พยายามที่จะไกล่เกลี่ยข้อตกลงระหว่างรัสเซียและยูเครนเพื่อประกาศให้โรงงาน Zaporozhye ในบริเวณใกล้เคียงกับข้อจำกัดสำหรับการสู้รบโดยให้เป็นเขตปลอดทหาร นั่นหมายความว่าให้รัสเซียถอนกำลังออก แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเท่ากับว่าไม่มีหลักประกันอันใดที่เคียฟจะไม้บุกมายึดแล้วใช้เป็นอาวุธแบล็กเมล์รัสเซียต่อไป

A view shows the Zaporizhzhia Nuclear Power Plant

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปธน. เซเลนสกี ของยูเครนอ้างว่ารัสเซียได้ควบคุมสถานที่ดังกล่าวด้วยวัตถุระเบิด และอาจระเบิดได้ทุกเมื่อ คือปฏิบัติการติดธงปลอม ของเคียฟบรรยายถึงแผนการดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งการ“ขู่กรรโชกด้วยนิวเคลียร์”ต่อยูเครนและผู้สนับสนุนชาวตะวันตก รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว 

ข้อเท็จจริงคือ รัสเซียจำเป็นไหมที่จะต้องใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในการข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ในเมื่อรัสเซียมีอาวุธนิวเคลียร์พร้อมใช้ทุกระดับ ท่าทีของIAEA ก็สะท้อนชัดแล้วว่าทำงานแบบอ้ำอึ้ง เรียกร้องแต่ให้รัสเซียถอนทหารอย่างเดียวอ้างว่าเป็นเขตปลอดทหารแล้ว ยูเครนจะได้เลิกโจมตี พูดแบบนี้จะให้รัสเซียเชื่อถือได้อย่างไร การออกมาเตือนครั้งนี้เหมือนบอกให้ทุกฝ่ายจับตา การเคลื่อนไหวที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นหากเคียฟจนแต้มเพราะถูกเท!!??