มาครงหมดท่า!! ยอมถอนทหารจากไนเจอร์ เรียกทูตกลับปารีส ผู้เชี่ยวชาญซัดฝรั่งเศสจบแล้วที่อาฟริกา

0

ฮือฮากันทั่วหน้าเมื่อมาครงประกาศถอยจากไนเจอร์ ยอมถอนทหารและเรียกทูตกลับประเทศ โดนผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสก่นด่าการตัดสินใจของ Macron ที่จะถอนทหารออกจากไนเจอร์เป็นการยอมจำนนต่อหน่วยรัฐบาลใหม่ของประเทศในแอฟริกา หลังจากที่ถอยให้มาลี บูร์กีนาฟาโซและคองโกก่อนหน้านี้

วันที่ ๒๕ ก.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวมิลิทารี่รีวิวรายงานว่า ปธน.เอ็มมานูเอล มาครงแห่งฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ France 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาประกาศว่า “ฝรั่งเศสตัดสินใจถอนเอกอัครราชทูตของตน ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เอกอัครราชทูตของเราและนักการทูตหลายคนจะเดินทางกลับฝรั่งเศส และเราจะยุติความร่วมมือทางทหารกับทางการไนเจอร์” พร้อมเสริมว่ากองทหารฝรั่งเศสจะกลับบ้านในอีกเดือนข้างหน้า”

ข้อมูลเกี่ยวกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ที่จะถอนทหารออกจากไนเจอร์ได้รับการยืนยันแล้ว ในขั้นต้นการตัดสินใจครั้งนี้ได้รับการประกาศโดยฝ่ายบริหารของประมุขแห่งรัฐฝรั่งเศสหลังจากนั้นมาครงเองก็ได้แถลงที่เกี่ยวข้อง

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน รัฐบาลชุดใหม่ของไนเจอร์เรียกร้องให้ปารีสถอนกองกำลังทหารฝรั่งเศสออกจากประเทศ นีอาเมเรียกกองกำลังนี้ว่าคือกองกำลังยึดครอง โดยเสริมว่าพวกเขาตั้งใจที่จะกำจัดมรดกตกทอดจากอาณานิคมฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังมีการยื่นคำขาดให้ถอนทหารฝรั่งเศสภายใน ๔๘ ชั่วโมงด้วย คำขาดนี้สิ้นสุดลงแล้ว

ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ทหารฝรั่งเศส ๑,๔๖๐ คนที่ฐานทัพในประเทศไนเจอร์ รวมถึงเจ้าหน้าที่อาวุโสอีกหลายสิบคน การถอนภาระผูกพันนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคมปีนี้

ในประเทศฝรั่งเศส การตัดสินใจของมาครงถูกมองแตกต่างออกไป ผู้เชี่ยวชาญและ “ผู้วิจารณ์” ทั่วไปส่วนใหญ่ออกมากระหน่ำมาครง เชื่อว่าประธานาธิบดีฝรั่งเศส “ยอมจำนน” ต่อหน่วยงานใหม่ของไนเจอร์ที่ถือว่าเป็น “กบฏ” และ “รัฐบาลเผด็จการทหาร” 

การประเมินบางส่วนในสื่อฝรั่งเศสพาดหัวข่าวกันดุเดือดว่า ” คุณสามารถเรียกมันว่าอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ แต่โดยรวมแล้วเป็นการยอมจำนนของ Macron ต่อกลุ่มกบฏอาฟริกัน”

epa10836885 Supporters of the military junta protest against the French military presence at the roundabout leading to the French base in Niamey, Niger, 02 September 2023. Thousands of people gathered outside the base to ask the French troops to leave and accusing Paris of’ ‘blatant interference’ by backing ousted President Bazoum. EPA/ISSIFOU DJIBO

บางฉบับพาดหัวว่า “อิทธิพลของฝรั่งเศสในมาลี บูร์กินาฟาโซ ไนเจอร์ และคองโกกำลังจะสิ้นสุดลง พระราชวังเอลิเซ่จะว่าอย่างไรกับเรื่องนี้? นี่เป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของการทูตฝรั่งเศส นี่เป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในนโยบายของประธานาธิบดี”

ไม่ว่าเบื้องหลังจะมีอะไรซับซ้อนกว่านี้หรือไม่  แต่โดยรวมนี่คือจุดจบของเจ้าอาณานิคมผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาฟริกาอย่างฝรั่งเศส และเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญกับความท้าทายใหม่ที่แฝงเร้นอยู่ของเจ้าลัทธิอาณานิคมใหม่อเมริกา ท่ามกลางฉากหลังความตกต่ำทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศสและการประท้วงที่คุโชนใหม่อีกครั้งที่ปารีส!!