อดีตบิ๊กข่าวกรองฯหนุนคงพรก.ฉุกเฉิน จากนี้เร่งเยียวยาคน37ล้าน หากช้ามีพวกจ้องเคลื่อนไหวการเมือง

0

จากที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 4 ) ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 1) ลงวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 แล้วนั้น

โดยที่รัฐบาลได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเป็นลําดับอย่างต่อเนื่อง และมอบหมายให้ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคงร่วมกันประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาผ่อนคลาย หรือเพิ่มความเข้มงวดการบังคับใช้บางมาตรการ โดยมุ่งจะให้การควบคุมและการแก้ไขสถานการณ์ ฉุกเฉินสามารถยุติลงได้โดยเร็วและไม่ย้อนกลับมาอีก

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกําหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังนี้

ให้บรรดาประกาศหรือคําสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ผู้มีอํานาจตามกฎหมายว่าด้วย การเดินอากาศและกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ที่ได้ประกาศหรือสั่งไว้ก่อนวันที่ข้อกําหนดนี้ใช้บังคับ ไม่ว่าจะเป็นการห้าม การให้กระทําการ หรือการผ่อนคลายใดๆ ซึ่งถือว่าเป็นประกาศหรือสั่ง ตามข้อกําหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม จนกว่าจะได้มีข้อกําหนด ประกาศ หรือ คําสั่งเป็นอย่างอื่น

ล่าสุดวันนี้(30 เม.ย.63) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กหนุนนายกรัฐมนตรีให้มีการคงใช้ประกาศพรก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิว ต่อไปว่า ซานต้าหน้าฝน นาทีนี้​ น่าจะพูดได้เกือบเต็มปาก​ ว่ารัฐบาลจัดการการแพร่ระบาดโควิดได้เฉียบขาด

​แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ชัดเจน​ ที่บอกว่า​ ไทยรอดแน่นอน​ มาถูกทาง​ การคง​ พรก.​ฉุกเฉินเคอร์ฟิว​ ห้ามขายเหล้า​ เข้าใจได้ว่า​ ไม่ยอมการ์ดตก เพื่อไม่ให้สถานการณ์ตีกลับ หลังจากนี้​ รัฐบาลคงเน้นการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ​ คนเดือดร้อน​ ตกงานจากการปิดล๊อค​ หยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ​ ต้องยอมรับว่าเดือดร้อนกันถ้วนหน้า​

ข้อมูลตัวเลขที่ทางการชี้แจงออกมา​ จะช่วยคนตกงาน​ งานอิสระ​ เกษตร​กร​ ​ผู้ประกันตนตามกฏหมายแรง​งาน​ มากถึง​ 37​ ล้านคน​ ถือได้ว่า​ เป็นการแจกมากที่สุด​ เข้าใจว่า​ รัฐพยายามไม่ให้ตกหล่นใคร​ อยากส่งเสียงถึงกระทรวงการคลัง​ เร่งจัดการแก้ปัญหาของประชาชน​ อาจมีการซ้ำซ้อน​ อาจมีการแอบอ้างบ้าง​ แต่เชื่อว่าคนที่จะโกงไม่น่ามีมาก​นัก​

รัฐเสียค่าโง่ให้ธุรกิจเอกชนมามากหลายครั้งแล้ว หากจะเสียค่าโง่ให้ประชาชนบ้างคงไม่เป็นไร รัฐบาลมีเงินพร้อมแจกอยู่แล้ว อย่าให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า​ จนเสียความตั้งใจ​ จะไม่ได้ใจประชาชน​ ประการสำคัญ​ จะกลายเป็นเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวเกมการเมือง