ปลอดภัยไว้ก่อน!! ธนาคารกลางหลายปท.แห่ย้ายทองสำรองกลับบ้าน หลังUSใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธ อายัดทรัพย์รัสเซีย

0

ช่วงนี้มีกระแสข่าวการที่ประเทศจำนวนมาก แห่นำทองคำสำรองกลับบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรแบบรัสเซียต่อสินทรัพย์ต่างประเทศ ขณะที่เพิ่มการซื้อโลหะมีค่าเพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อในระดับสูงไปพร้อมๆกันด้วย

ล่าสุดธนาคารกลางทั่วโลกทำสถิติซื้อทองคำในปี ๒๕๖๕ และในไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากพวกเขามองหาแหล่งหลบภัยจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงและราคาตราสารหนี้ที่ผันผวน 

วันที่ ๒๗ ก.ค. สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์และบิสซิเนสอินไซด์เดอร์ รายงานว่าจากการสำรวจนักลงทุนภาครัฐโดยผู้จัดการสินทรัพย์ Invesco จีนและตุรกีคิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของการซื้อทองคำเหล่านี้  ด้วยความกังวลจากการตัดสินใจของสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ในการอายัดทรัพย์สินของรัสเซีย 

บรรดาธนาคารกลางของประเทศต่างๆเลือกที่จะซื้อทองคำจริง แทนที่จะซื้อตราสารอนุพันธ์หรือกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ติดตามราคาของโลหะมีค่า พวกเขายังชอบที่จะถือไว้ในประเทศของตนเมื่อความตึงเครียดทั่วโลกเพิ่มขึ้น 

ผลสำรวจของ Invesco พบว่า ๖๘% ของธนาคารกลางถือครองทองคำสำรองในประเทศบางส่วน เพิ่มขึ้นจาก๕๐% ในปี ๒๕๖๓ และคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น ๗๔% ในอีก ๕ ปีข้างหน้า 

รอด ริงก์โรว์(Rod Ringrow) หัวหน้าสถาบันทางการของ Invesco กล่าว “จนถึงปีนี้ ธนาคารกลางยินดีที่จะซื้อหรือขายทองคำผ่าน ETF” “ปีนี้มีทองคำจริงมากขึ้นและความปรารถนาที่จะถือครองทองคำในประเทศมากกว่าในต่างประเทศกับธนาคารกลางอื่นๆ  มันเป็นส่วนหนึ่งของปฏิกิริยาต่อการแช่แข็งเงินสำรองของธนาคารแห่งรัสเซีย ” 

หลังจากที่มอสโกว์เริ่มบุกยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศ G7 อื่นๆ ก็ประกาศว่าพวกเขาจะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อธนาคารกลางของรัสเซีย และป้องกันไม่ให้รัสเซียเข้าถึงเงินสำรองมูลค่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ที่ถือครองในต่างประเทศ ขณะนี้สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาถึงผลทางกฎหมายของการถ่ายโอนดอกเบี้ยและผลกำไรจากการถือครองเหล่านี้ไปยังยูเครน ซึ่งมีกระแสคัดค้านจากภายในประเทศและสมาชิกสหภาพยุโรปว่าผิดกฎหมายและทำให้เสียความน่าเชื่อถือ

จากการสำรวจธนาคารกลาง ๕๗ แห่งและกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ๘๕ แห่งที่บริหารสินทรัพย์มูลค่า ๒๑ ล้านล้านดอลลาร์ นักลงทุนภาครัฐจำนวนมาก “กังวล” กับแบบอย่างที่กำหนดโดยยึดทรัพย์สินของรัสเซีย โดยร้อยละ ๙๖ กล่าวว่าการลงทุนเพิ่มเติมในทองคำนั้นได้รับแรงหนุนจากสถานะเป็นที่หลบภัย 

นายธนาคารกลางรายหนึ่งจากประเทศตะวันตกกล่าวกับ Invescoว่า “เราเพิ่มความเสี่ยงเมื่อ ๘-๑๐ ปีที่โดยถือครองไว้ในลอนดอน ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนและเพื่อเพิ่มผลตอบแทน” “แต่ตอนนี้เราได้โอนทองคำสำรองของเรากลับไปยังประเทศของเราเพื่อรักษาความปลอดภัย  บทบาทของทองคำในตอนนี้คือการเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย” 

ความต้องการทองคำทั่วโลกพุ่งสูงสุดในรอบ ๑๑ ปีที่ ๔,๗๔๑ ตันในปี ๒๕๖๕ เพิ่มขึ้นจาก ๓,๖๗๘ ตันในปี ๒๕๖๓ โดยได้แรงหนุนจากการซื้อของธนาคารกลางและความสนใจของนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มสูงขึ้น จากการวิจัยของ World Gold Council แต่ในขณะที่ทองคำอยู่ในความต้องการมาก ทองคำจึงประสบปัญหาการเคลื่อนย้ายและขาดแคลนรวมกันเกือบ ๓๐๐ ตันในปี ๒๕๖๔ และ ๒๕๖๕