จุดยืนไม่เปลี่ยน!! สีต้อนรับคิสซินเจอร์ ย้ำจีนยินดีอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สหรัฐฯเป็นฝ่ายทำให้ถึงทางแยกที่ต้องเลือก

0

ตลอดสัปดาห์นี้ข่าวการเยือนจีนของอดีตรมว.ต่างประเทศเฮนรี่ คิสซินเจอร์ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เขาได้พบทั้งรมว.กลาโหม โปลิศบูโรด้านต่างประเทศ และปธน.สี จิ้นผิงเพื่อนเก่าที่สร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันด้านความสัมพันธ์ชื่นมื่นระหว่างจีนและสหรัฐ

การที่ไบเดนส่งวีไอพีถึง ๓ คนมาเยือนจีนดูเหมือนว่าด้านหนึ่งพยายามฟื้นสัมพันธ์กับจีน แต่อีกด้านหนึ่งยังคงเล่นไพ่ไต้หวันซึ่งเป็นเส้นแดงของปักกิ่ง และดูเหมือน

ว่าการเยือนของทั้งสามคน อาจไม่ได้ก่อผลสะเทือนให้จีนเปลี่ยนจุดยืนที่ยืดเอาผลประโยชน์ของชาติทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองและการทหารเป็นหลัก และไม่พร้อมรับพฤติกรรมพูดอย่างทำอย่างของสหรัฐฯอีกต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์สหรัฐฯยิ่งเร่งเดินหน้าเคลื่อนไหวทางทหาร และผลักดันแนวร่วมนาโต้เอเชียเคลื่อนไหวต่อต้านจีนอย่างเปิดเผยมากขึ้น

วันที่ ๒๑ ก.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งจีนทักทายนักการทูตสหรัฐผู้คร่ำหวอด ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐระหว่างปี ๒๕๑๖-๒๕๒๐ ในฐานะ “เพื่อนเก่า”

สี จิ้นผิง ต้อนรับเฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯสู่ปักกิ่ง โดยกล่าวว่า “ขณะนี้ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญสำหรับอนาคตของความสัมพันธ์”

นักการทูตอเมริกันผู้มากประสบการณ์ซึ่งเพิ่งอายุครบ ๑๐๐ ปี ได้พบกับนายหลี่ ซางฟู่ รัฐมนตรีกลาโหมจีนก่อนหน้านี้ ผู้ซึ่งยังคงไม่รับสายรมว.กลาโหมสหรัฐฯลอยด์ ออสติน

สีจิ้นผิงกล่าวกับแขกเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “เป็นอีกครั้งที่จีนและสหรัฐฯ อยู่บนทางแยกที่จะไปจากที่นี่ และเป็นอีกครั้งที่ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องเลือก”

สีกล่าวเสริมว่า “คนจีนไม่เคยลืมเพื่อนเก่าของพวกเขา และความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะถูกเชื่อมโยงด้วยชื่อของเฮนรี คิสซิงเจอร์เสมอ ปักกิ่งยินดีที่จะสำรวจวิธีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างมหาอำนาจระดับโลกทั้งสอง”

คิสซิงเจอร์ซึ่งดำรงตำแหน่งภายใต้ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันและเจอรัลด์ ฟอร์ดในปี ๑๙๗๐ ในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศและที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตว่าความสัมพันธ์จีน-อเมริกาเป็น “เรื่องของสันติภาพโลกและความก้าวหน้าของสังคมมนุษย์”

เขามีบทบาทสำคัญในการเจรจาเพื่อยุติสงครามเวียดนาม เช่นเดียวกับการปรับความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งให้กลับสู่สภาพปกติ โดยมีเป้าหมายที่จีนซึ่งกำลังต่อสู้กับสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็น

ระหว่างการประชุมกับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมหลี่ ฉางฟู่ (Li Shangfu) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คิสซิงเจอร์ได้เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศเปลี่ยนเส้นทางการเผชิญหน้าในปัจจุบัน ด้านรมว.กลาโหมจีนกล่าวว่า จีนยินดีเสริมสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐฯมาโดยตลอด แต่สหรัฐฯเป็นฝ่ายทำลายความสัมพันธ์ในทุกมิติ

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนแย่ลงเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นไต้หวันและการค้า

วอชิงตันได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนไปยังปักกิ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศแอนโทนี บลิงเคน และรัฐมนตรีคลัง เจเน็ต เยลเลนด้วยความพยายามที่ชัดเจนในการคลี่คลายสถานการณ์

แต่คณะบริหารของ Biden ยังคงติดอาวุธให้กับไทเป รวมทั้งเสริมสร้างพันธมิตรทางทหารในเอเชียแปซิฟิกกับออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ในการประชุมสุดยอดพันธมิตรที่เมืองวิลนีอุสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นาโต้กล่าวหาจีนว่าดำเนิน “ นโยบายบีบบังคับ ” ที่คุกคามผลประโยชน์ของกลุ่มที่นำโดยสหรัฐฯ ปักกิ่งประณามคำกล่าวอ้างดังกล่าวว่าเป็น “ การใส่ร้ายป้ายสี ” และย้ำว่านาโต้ติดกับดักความคิดแบบสงครามเย็น