คำรามเดือด!! รัสเซียเคลียร์ทุ่นระเบิดเคียฟทะเลดำ เตือนเข้มเรือใครเข้ามาถือว่าตั้งใจรบ เจอสอยไม่เลือกหน้า

0

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า รัสเซียไม่ต่อสัญญารับประกันความปลอดภัยในทะเลดำ เนื่องจากทำสัญญากันไปเกือบปี ตะวันตกปล่อยแต่เรือยูเครนขายธัญญพืชให้ประเทศร่ำรวยแต่กักเรือรัสเซียไม่ให้ไปส่งธัญญพืชอาฟริกาและประเทศยากจน รัสเซียจึงไม่เห็นความจำเป็นต้องต่อสัญญาและแนะนำให้ใช้เส้นทางอื่นแทน พร้อมย้ำว่าเส้นทางทะเลดำไม่ปลอดภัยอีกต่อไปเพราะเป็นเขตสู้รบ

ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ประกาศว่าจะพิจารณาเรือทุกลำที่เดินทางไปยังท่าเรือของยูเครนในทะเลดำ ว่าเป็นเรือบรรทุกยุทโธปกรณ์ทางทหารและมีศักยภาพในการขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหาร ขอสงวนสิทธิ์จัดการแบบทหาร เรียกว่าใครกล้าเข้ามาในเขตของรัสเซียมีสอย

วันที่ ๒๐ ก.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวทาซซ์และรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียได้ให้คำมั่นว่ามอสโกว์อาจคืนสถานะข้อตกลงธัญพืชทันทีที่สัญญาก่อนหน้านี้ทั้งหมดที่ให้ไว้กับรัสเซียได้รับการปฏิบัติตามอย่างสมบูรณ์

“เราไม่ได้คัดค้านข้อตกลงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของมันต่อตลาดอาหารโลกสำหรับหลายประเทศทั่วโลก เราจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการกลับไปใช้ข้อตกลงนี้อย่างแน่นอน” เขากล่าวย้ำในการประชุมกับครม.เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ผู้นำรัสเซียเน้นว่ามันอาจเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขเดียว เมื่อหลักการที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมดเกี่ยวกับการเข้าร่วมของรัสเซียในข้อตกลงจะถูกนำมาพิจารณาอย่างครบถ้วน และที่สำคัญที่สุดคือนำไปปฏิบัติโดยไม่มีข้อยกเว้น

ปูตินย้ำว่า “ยกเลิกการคว่ำบาตรต่อเสบียงธัญพืชและปุ๋ยของรัสเซียสู่ตลาดโลกเป็นหลักการข้อแรก”

ทางด้านกลาโหมฯ พลเอกเซอร์เก ชอยกู รมว.กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า “รัสเซียจะมองว่าเรือทุกลำที่แล่นข้ามทะเลดำไปยังท่าเรือของยูเครนเป็นการบรรทุกสินค้าทางทหาร กำหนดเวลาจะเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ ๑๙ ก.ค.นี้” 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากข้อตกลงธัญพืชในทะเลดำหมดอายุ “เนื่องจากความคิดริเริ่มในทะเลดำได้ยุติลงแล้ว และทางเดินเพื่อมนุษยธรรมทางทะเลถูกยุติลง เรือทุกลำที่ข้ามทะเลดำไปยังท่าเรือของยูเครนจึงถือเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการขนส่งสินค้าเพื่อการทหาร นอกจากนี้รัฐธงของเรือดังกล่าวจะถูกมองว่ามีส่วนร่วมในความขัดแย้งของยูเครนสนับสนุนเคียฟ

กระทรวงฯระบุว่า “พื้นที่ทางทะเลในน่านน้ำสากลทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลดำได้รับการประกาศให้เป็นอันตรายชั่วคราวสำหรับการเดินเรือ ประกาศเตือนที่เหมาะสมเกี่ยวกับการถอนการรับประกันความปลอดภัยแก่ชาวเรือได้ออกตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้ว”

ก่อนหน้านี้มอสโกว์เตือนถึงอันตรายที่เกิดกับเรือพลเรือนจากการทิ้งทุ่นระเบิดในทะเลโดยกองกำลังของเคียฟ

แถลงการณ์กองทัพฯเมื่อวันพุธที่ผ่านมา กองเรือทะเลดำของรัสเซียระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ทหาร Ka-27 ได้ทำลายทุ่นระเบิดของยูเครนด้วยปืนกล หลังจากที่พบโดยเรือลาดตระเวน Sergey Kotov ห่างจากช่องแคบบอสพอรัส ๑๘๐ กม. หรือ ๑๑๒ ไมล์ กองเรือได้เผยแพร่คลิปวิดีโอสั้นแสดงการปฏิบัติงาน

เจ้าหน้าที่ทหารของรัสเซียกล่าวว่ากองกำลังยูเครนได้วางชิ้นส่วนของอาวุธยุทโธปกรณ์ทุ่นระเบิด เมื่อต้นปีที่แล้วระหว่างกิจกรรมการทำทุ่นระเบิดที่วุ่นวายในพื้นที่ชายฝั่งของทะเลดำ “เคียฟไม่สนใจเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือทางทะเลแต่อย่างใด”

ข้อตกลงที่เรียกว่าธัญพืชในทะเลดำในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ ลงนามโดย UN และ Türkiye ซึ่งเป็นสื่อกลางในการไกล่เกลี่ย ทำให้สามารถขนส่งธัญพืชยูเครนได้อย่างปลอดภัยผ่านทางเดินทะเลดำ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างมอสโกว์และเคียฟ มอสโกว์ถอนตัวจากข้อตกลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ชาติตะวันตกไม่รักษาสัญญาใดๆ ที่ให้ไว้กับรัสเซียภายใต้ข้อตกลง ซึ่งรวมถึงการเปิดใช้การส่งออกธัญพืชและปุ๋ยจากประเทศนี้อีกครั้ง รัสเซียพิจารณาจากการเข้าร่วมที่ผ่านมาว่ามีแต่นะวันตกและเคียฟเท่านั้นที่ได้ประโยชน์มิหนำซ้ำยังเปิดโอกาสให้เคียฟใช้ฐานท่าเรือโอเดสซาในการลอบโจมตีรัสเซียโดยสะดวก

ในช่วง ๒ วันที่ผ่านมา รัสเซียยังเพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อนและโดรนกามิกาเซ่ในยูเครน โจมตีเป้าหมายอย่างกว้างขวางในและรอบๆ โอเดสซา เมืองท่าสำคัญของประเทศ การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้การโจมตีครั้งใหม่ของยูเครนต่อสะพานไครเมียของรัสเซีย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับการยุติข้อตกลงธัญพืช