จีน-รัสเซียรุกหนัก! สร้างสำนักข่าวกรองในคิวบาดักฟังอเมริกา-ร่วมซ้อมรบในทะเลญี่ปุ่น ส่งสัญญาณพร้อมโต้กลับเดือด

0

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (17 กรกฎาคม 2566) ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่าน Blockdit ถึงกรณีที่ จีนและรัสเซียค่อยๆ เป็นฝ่ายรุกอเมริกาบ้างแล้ว

โดยบอกว่า หลังจากเห็น รมว.คลังของอเมริกาเดินทางไปจีน เลียบๆ เคียงๆ ขอให้จีนอย่าเทพันธบัตรดอลล่าร์ออกไป เดี๋ยวค่าเงินดอลล่าร์จะเสียหาย จีนก็จับสัญญาณได้ว่าดอลล่าร์เริ่มเป๋แล้ว จึงโบ๊ยไปหารัสเซียให้เริ่มปฏิบัติการรุกบ้าง

๑.ในทางเศรษฐกิจ สิงหาคมที่จะถึงนี้ สกุลเงิน BRICS ก็จะถือกำเนิดขึ้นมา ผู้คนก็จะแห่ไปซื้อตุนเอาไว้เป็นเงินสำรองแทนดอลล่าร์ที่กำลังจะล่มสลาย ถือเป็นการแยกทางเดินกับรัฐบาลอเมริกาและนาโต้อย่างตรงไปตรงมา นั่นแปลว่าสกุลเงินยูโรก็น่าจะถูกอเมริกาสั่งให้เลิกใช้ไม่นานตามมา เพื่อสั่งให้ประเทศบริวารหันไปตุนพันธบัตรดอลล่าร์แทน

๒.จีนเริ่มตอบโต้อเมริกาทางเศรษฐกิจ โดยออกกฎหมายมาเพื่อดำเนินการ คว่ำบาตรตอบโต้อย่างเป็นทางการด้วย นับแต่นี้ต่อไป สงครามเศรษฐกิจจะเข้มข้นยิ่งขึ้น เพราะจีนจะตอบโต้อเมริกาซึ่งๆ หน้า ไม่มีทำแบบเลี่ยงๆ อีกแล้ว

๓.ในทางทหาร รัสเซียและจีนจะซ้อมรบกันที่ทะเลญี่ปุ่น เป็นการส่งสัญญาณบอกอเมริกาว่าถ้าอเมริการุกรานจีนเรื่องไต้หวัน รัสเซียจะไม่อยู่เฉยแน่ ส่วนจีนเอง ก็กำลังสร้างสำนักงานข่าวกรองที่คิวบาเพื่อให้สามารถดักฟังการพูดคุยทางอีเล็กทรอนิกส์บริเวณภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาทั้งหมด ตอบโต้ที่อเมริกาส่งกองทัพมาปิดล้อมจีน

ในขณะเดียวกัน กองทัพรัสเซียในซีเรียก็ส่งเครื่องบินสอดแนมและเครื่องบินรบ Su-35SM ลาดตระเวณ เหนือน่านฟ้าซีเรียเป็นประจำ แถมส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดใส่ค่ายกลุ่มก่อการร้ายที่มะกันไปฝึกเอาไว้บ่อยมากยิ่งขึ้น เหมือนกำลังจะไล่บี้ให้มะกันถอนทหารที่เข้ามายึดครองในซีเรียอย่างผิดกฎหมายออกไปเสียโดยไว

ส่วนสถานการณ์ในยูเครน ขณะนี้ อเมริกาได้จัดส่งระเบิดดาวกระจาย (Cluster Bombs) ไปให้ยูเครนแล้ว รัสเซียบอกว่าหากยูเครนใช้ รัสเซียก็จะใช้ตาม ก็ยิ่งจะทำให้รัสเซียปิดเกมเร็วขึ้น ค่ายทหารยูเครนจะเจอระเบิดดาวกระจายประสิทธิภาพสูงจากรัสเซียถล่ม ระเบิดนี้อาจทำให้มีคนยูเครนเสียชีวิตมากขึ้น แต่ไม่สามารถจะทำให้ยูเครนชนะรัสเซียได้ เพราะอย่างไรเสีย อเมริกาและแก๊งนาโต้ก็จะพ่ายแพ้รัสเซียอย่างบอบช้ำมากอยู่เหมือนเดิม

ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีรายงานว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งรายงานต่อรัฐสภาสหรัฐฯ เกี่ยวกับสถานะของกองเรือดำน้ำ จากเอกสารระบุว่า เปอร์เซ็นต์ของเรือดำน้ำโจมตีที่ปลดประจำการชั่วคราว ไม่มีอาวุธทางยุทธศาสตร์บนเรือ อยู่ระหว่างการซ่อมแซมนั้นสูงเป็นประวัติการณ์ เกิน 1/3 ของจำนวนเรือทั้งหมด ซึ่งสถิติแสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมของกองทัพเรือสหรัฐสำหรับการทำสงครามกับจีน