ทำให้ชิน!? จีนส่งบินทิ้งระเบิด H-6K ว่อนรอบเกาะไต้หวันทุกวันตอนกลางคืน ออกกฎเข้มรักษาความลับทหาร-สื่อโซเชียล

0

ความตึงเครียดในสถานการณ์ช่องแคบไต้หวันยังคงอยู่ การตั้งสาขานาโตที่ญี่ปุ่น การนำเรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์ไว้ในเกาหลีใต้ การร่วมซ้อมรบของสหรัฐฯกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้และพันธมิตรตะวันตก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้จีนไม่อาจวางใจเมกา

บลิงเคนไปจีนโดยไม่ได้หวังว่าจะประสบผลสำเร็จอะไรมาก เป็นเพียงภาพทางการทูตที่ว่า สหรัฐฯและจีนยังมีช่องทางเปิดในการเจรจา ความสัมพันธ์ยังไม่ถึงทางตัน แต่ปัญหาข้อขัดแย้งที่สหรัฐฯก่อขึ้นกับจีนนั้น ล้ำลึกเกินกว่าที่จะเจรจากันเพียงระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่สำคัญจีนยังคงปฏิเสธที่จะเปิดการสื่อสารโดยตรงระหว่างกองทัพ บ่งบอกจุดยืนที่ชัดเจนของจีนว่า คำถามไต้หวันยังคงเป็นเส้นแดงที่ไม่อาจประนีประนอม และการเคลื่อนไหวทางทหารล่าสุดของจีนคือส่งบินรบลาดตระเวนเหนือเกาะไต้หวัน ทั้งออกกฎใหม่เข้มงวดทหารในการสื่อสารทางโซเชียลมิเดียปกป้องความลับด้านความมั่นึคงอย่างเข้มงวด

วันที่ ๒๐ มิ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์รายงานว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6K ของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ได้ดำเนินการก่อกวนในเวลากลางคืนรอบเกาะไต้หวัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าจะกลายเป็นกิจวัตรและจะส่งคำเตือนไปยังทุกคนที่พยายามแยกเกาะออกจากจีน 

สถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า “The second airforce ภายใต้กรมการบินของกองทัพอากาศ PLA เป็นหน่วยแรกที่ทำการบินรอบเกาะไต้หวันในเวลากลางคืน นับตั้งแต่มีการประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6K”

เว่ย เสี่ยวกัง ครูประจำกลุ่มการบิน กล่าวในรายงานของ CCTV เปิดเผยว่า“เรามีความสามารถที่จะออกเดินทางได้ทุกเมื่อและทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวัน กลางคืน หรือก่อนรุ่งสาง” 

เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่สาธารณะจะได้รับแจ้งเกี่ยวกับเที่ยวบินโอบล้อมเกาะไต้หวันในเวลากลางคืนโดยเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6K 

 

ฟู เชียนเฉา (Fu Qianshao, a Chinese mainland military aviation expert)ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินทหารของจีนแผ่นดินใหญ่ บอกกับโกลบอลไทมส์เมื่อวันจันทร์ว่า กิจกรรมดังกล่าวในตอนกลางคืนรอบๆ เกาะไต้หวันจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน เที่ยวบินล้อมรอบเกาะไต้หวันในเวลากลางคืนของ H-6K แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นในทุกสภาพอากาศและตลอดเวลาของเครื่องบินทิ้งระเบิด 

ฟู่กล่าวว่า “การยั่วยุโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดน “เอกราชไต้หวัน” และกองกำลังแทรกแซงจากภายนอกอาจเกิดขึ้นในตอนกลางคืน”  โดยอ้างถึงเหตุการณ์ตอนค่ำที่แนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกาลงจอดบนเกาะไต้หวันในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ “นั่นคือเหตุผลที่ PLA ต้องพร้อมที่จะปฏิบัติการการลาดตระเวนแจ้งเตือนและภารกิจการสู้รบไม่ว่าเวลาใด” 

นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้ว่าการเที่ยวกลางคืนจะท้าทายนักบินมากกว่า แต่ก็สร้างแรงกดดันให้ศัตรูได้มากขึ้นเช่นกัน เพราะเที่ยวบินแบบหลังจะต้องอยู่ในภาวะตื่นตัวสูงตลอดเวลา มันแสดงให้เห็นความสามารถของ PLA ในการปกป้องอธิปไตยและเอกภาพของชาติ และส่งคำเตือนไปยังผู้ที่ดำเนินกิจกรรมแบ่งแยกดินแดน และอำนาจภายนอก

ซีซีทีวีรายงานว่า นอกจากการโอบล้อมเกาะไต้หวันในตอนกลางคืนแล้ว กลุ่มเครื่องบินทิ้งระเบิดยังสร้างสถิติมากมายเมื่อ H-6K ทำการซ้อมรบในทะเลเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกมากกว่า ๑๐๐ ครั้ง ทำการลาดตระเวนรบในภาคใต้ ทะเลจีน และบูรณาการกับกองกำลังบนบก ในทะเล ในอากาศ และในอวกาศ 

มูเตฟา อาลี(Mutefa Ali, a squadron leader at the air group ) หัวหน้าฝูงบินของกลุ่มทางอากาศซึ่งมีประสบการณ์ในการรับมือกับการรบกวนในระยะประชิดโดยเครื่องบินต่างประเทศในช่วงภารกิจกล่าวว่า “เราไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าเกาะโซ่ สำหรับเราภารกิจเหล่านั้น เป็นเพียงการก่อกวนในทะเลที่ไกลออกไป” 

นอกจากนี้ ในการฝึกร่วมทางเรือและทางอากาศในปี ๒๕๖๑ บินทิ้งระเบิด H-6K ของหน่วยนี้โจมตีเป้าหมายเรือรบอย่างแท้จริงด้วยขีปนาวุธชนิดใหม่เป็นครั้งแรก ต่อมาในปี ๒๕๖๕ หน่วยพัฒนาซอฟต์แวร์คำนวณวิถีระเบิดที่ลดเวลาที่ต้องใช้ลง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มความแม่นยำขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์

ตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6K สามารถบรรทุกอาวุธยุทโธปกรณ์ได้หลากหลาย รวมถึงขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดิน KD-20, ขีปนาวุธต่อต้านเรือความเร็วเหนือเสียง YJ-12 และขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง YJ-21

การเคลื่อนไหวทางทะเลทั้งของสหรัฐฯและจีนเป็นไปอย่างคึกคักตลอดเดือนที่ผ่านมา บทวิเคราะห์ของโกลบัลไทมส์ีระบุว่าเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เข้าสู่ทะเลจีนใต้เพื่อแสดงความแข็งแกร่ง ขณะที่เรือของจีนเดินทางเยือนประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อมิตรภาพ

จากการติดตามการบินของเครื่องบินขนส่งสหรัฐฯ C-2A Greyhound จำนวน ๒ ลำ เรือบรรทุกเครื่องบินUSS Ronald Reaganได้เดินทางผ่านช่องแคบ Bashi และแล่นเข้าสู่ทะเลจีนใต้เมื่อกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ตามการติดตามโอเพ่นซอร์สของจีนใต้ Sea Strategic Situation Probing Initiative ซึ่งเป็นคลังความคิดที่มีฐานอยู่ในปักกิ่งระบุว่า

เส้นทางการบินแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินของสหรัฐฯ บินระหว่างเรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าวกับฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่สหรัฐฯ เพิ่งเข้าร่วมเพื่อเผชิญหน้าทางทหารกับจีน สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงฐานทัพทหารเพิ่มเติมอีก ๔ แห่งจากเดิมมี แล้ว ๕ แห่งในฟิลิปปินส์ นอกเหนือจากการฝึกร่วมทางเรือและหน่วยยามฝั่งกับฟิลิปปินส์ในปีนี้

เหว่ย ดงซู (Wei Dongxu) ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารในปักกิ่งกล่าว“เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐคาดว่าจะทำการซ้อมรบและแสดงแสนยานุภาพในทะเลจีนใต้ ในฐานะที่เป็นกองกำลังจากนอกภูมิภาค สหรัฐฯ ได้รวบรวมกลุ่มบริวารในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ในขณะนี้ เพื่อหาฐานที่มั่นสำหรับกองกำลังทางเรือและการบิน จัดการซ้อมรบร่วมที่ยั่วยุซึ่งส่งผลเสียต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค”

ในวันเดียวกับที่เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เข้าสู่ทะเลจีนใต้ เรือฝึกคี จีกวง(Qi Jiguang)ของกองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ได้เดินทางถึงกรุงมะนิลาเพื่อเยือนฟิลิปปินส์เป็นเวลา ๓ วันเช่นกัน บรรทุกกะลาสีและนักเรียนนายร้อย ๔๗๖ คน เริ่มปฏิบัติภารกิจฝึกนักเรียนนายร้อยในทะเลไกล ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้เดินทางไปเยือนเวียดนาม ไทย และบรูไนแล้ว โดยฟิลิปปินส์มีกำหนดเป็นจุดสุดท้าย

ก่อนเข้าสู่ทะเลจีนใต้USS Ronald Reaganได้ร่วมมือกับ USS Nimitz ในกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินคู่โจมตีเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ร่วมกับกองกำลังจากประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และแคนาดา พวกเขาได้ทำการฝึกซ้อมติดต่อกันในทะเลจีนตะวันออกและทะเลฟิลิปปินส์ในบริเวณใกล้เคียงกับเกาะไต้หวันของจีน จีนมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ยั่วยุไม่เอื้อต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างจีนและสหรัฐฯ!!