สะพรึง !! SIPRI ชี้มหาอำนาจโลกแข่งสะสมนิวเคลียร์เพิ่ม รัสเซีย-เมกา๙๐% จีนที่ ๓ ปักกิ่งยันมีไว้ป้องกันไม่รุกรานใคร

0

อยู่ๆคลังสมองของเมกาก็ออกมาเผยแพร่รายงานว่ามหาอำนาจกำลังเพิ่มอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้นจากข้อมูลเดิม โดยไม่บอกแหล่งที่มาของข้อมูล แต่น่าสังเกตกลับเน้นไปที่จีนว่า จีนกำลังเพิ่มหัวรบนิวเคลียร์มากผิดปกติ ทำให้จีนต้องรีบออกมาโต้ว่า จีนไม่เคยเผยแพร่ข้อมูลทางทหารแล้วคลังสมองเมกาเอามาจากไหน และย้ำว่ามีไว้ปกป้องอธิปไตยของชาติและจำเป็นต้องปรับให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯในปัจจุบัน

วันที่ ๑๓ มิ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์มหรือ ซีปรี(SIPRI) เผยแพร่รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “มหาอำนาจนิวเคลียร์กำลังปรับปรุงและขยายคลังอาวุธให้ทันสมัยท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น” 

ตามรายงานของThink Tank หรือคลังสมองของตะวันตก ประมาณการว่า ณ เดือนมกราคม ๒๐๒๓ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ปากีสถาน เกาหลีเหนือ และอิสราเอล มีหัวรบทั้งหมด ๑๒,๕๑๒ หัวรบ โดย ๙,๕๗๖ หัวถูกเก็บไว้ในคลังสินค้าทางทหารสำหรับการใช้งานที่มีศักยภาพ  เพิ่มขึ้น ๘๖ หัวรบ จากหนึ่งปีก่อนหน้านี้

รายงานยังอ้างด้วยว่า ณ เดือนมกราคม รัสเซียและสหรัฐฯ ซึ่งระหว่างพวกเขาครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เกือบ ๙๐% ของโลก มีหัวรบติดประจำการ ๑,๖๗๔ และ ๑,๗๗๐ หัวตามลำดับ ปีที่แล้ว รัสเซียมีหัวรบประมาณ ๑.๕๘๘ หัวรบ ในขณะที่สหรัฐฯ มี ๑,๗๔๔ หัวรบ ตามข้อมูลของ SIPRI แต่ในคลังแสงปรากฎว่ารัสเซียมีถึง ๕,๘๘๙ หัวรบ สหรัฐฯมี ๕,๒๔๔ และจีนมาเป็นอันดับ ๓ ที่ ๔๑๐ หัวรบ

คลังสมองตั้งข้อสังเกตว่า“ขนาดของคลังอาวุธนิวเคลียร์ตามลำดับ ดูเหมือนจะค่อนข้างคงที่ในปี ๒๕๖๕ แม้ว่าความโปร่งใสเกี่ยวกับกองกำลังนิวเคลียร์จะลดลงในทั้งสองประเทศหลักหลังการปะทุของสงครามในยูเครน

ตลอดทั้งปี คลังแสงนิวเคลียร์ของจีนเพิ่มขึ้นจาก๓๕๐ หัวรบเป็น ๔๑๐ หัวรบ SIPRI ประเมิน และเสริมว่าภายในสิ้นทศวรรษนี้ ปักกิ่ง “อาจมีขีปนาวุธข้ามทวีปอย่างน้อยเท่ากับสหรัฐฯ หรือรัสเซีย”

รายงานระบุว่า สหราชอาณาจักรไม่คิดว่าจะเพิ่มคลังแสงในปี ๒๕๖๕ แม้ว่าจำนวนหัวรบคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า ในขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสยังคงดำเนินโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ในขณะที่อินเดียและปากีสถานดูเหมือนจะขยายคลังแสงนิวเคลียร์ของตนเพิ่มขึ้นด้วย 

กล่าวกันว่าเกาหลีเหนือกำลังจัดลำดับความสำคัญของโครงการนิวเคลียร์ และคาดว่าได้ประกอบหัวรบไว้ราว ๓๐ หัวรบ SIPRI กล่าวเสริมว่าอิสราเอลซึ่งไม่ยอมรับว่าครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างเปิดเผยว่ากำลังปรับปรุงคลังแสงนิวเคลียร์ของตนให้ทันสมัย

คลังสมองยังชี้ให้เห็นถึงการพังทลายของสถาปัตยกรรมการควบคุมอาวุธทั่วโลกท่ามกลางความขัดแย้งในยูเครน โดยสังเกตจากการตัดสินใจของวอชิงตันที่จะหยุดการเจรจาด้านเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์กับรัสเซีย และการที่มอสโกว์ระงับสนธิสัญญานิวสตาร์ทปี ๒๐๑๐ ซึ่งจำกัดคลังอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯและรัสเซีย

ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียประกาศความเคลื่อนไหวดังกล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นถึงการปฏิเสธของสหรัฐฯที่จะอนุญาตให้มีการตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ของตน เขายืนยันว่ามอสโกว์จะยังคงปฏิบัติตามข้อจำกัดของข้อตกลงเกี่ยวกับการติดตั้งหัวรบไม่เปลี่ยนแปลง

ประเด็นการเพิ่มหัวรบนิวเคลียร์ของมหาอำนาจที่กำลังเป็นคู่ขัดแย้งขณะนี้ทำเอาชาวโลกอกสั่นขวัญหายเข้าไปอีก ผู้เชี่ยวชาญชาวจีนได้หักล้างการคาดเดาและข้อกล่าวหาของต่างชาติ เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงคลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนให้ทันสมัย โดยเน้นย้ำว่าการมีกองกำลังนิวเคลียร์ที่น่าเชื่อถือของจีนมีส่วนสร้างสันติภาพและเสถียรภาพของโลกท่ามกลางความตึงเครียดและแรงกดดันจากสหรัฐฯไม่ได้มีไว้คุกคามหรือข่มขู่ใคร

หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวในการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า จีนปฏิบัติตามยุทธศาสตร์การป้องกันนิวเคลียร์ รักษาความสามารถด้านนิวเคลียร์ในระดับต่ำสุดที่จำเป็นสำหรับความมั่นคงของชาติ และไม่ได้กำหนดเป้าหมายไปยังประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ  

 Chinese Foreign Ministry spokesman Wang Wenbin 

หวังกล่าวว่า“เราปฏิบัติตามคำมั่นของเราที่จะ ‘ไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก’ ในทุกเวลาและภายใต้สถานการณ์ใด ๆ และจะไม่มีเงื่อนไขที่จะไม่ใช้หรือขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับรัฐที่ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์หรือเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ จีนเป็นรัฐอาวุธนิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวที่ใช้นโยบายดังกล่าว จีนจะยังคงมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่ถูกต้องตามกฎหมายและรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของโลกเป็นสำคัญ” 

จีนไม่เคยเปิดเผยคลังหัวรบนิวเคลียร์ของตนต่อสาธารณชน ซ่ง จงผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและผู้วิจารณ์รายการโทรทัศน์ของจีน ตั้งคำถามถึงการคาดคะเนของ SIPRIว่าเอาข้อมูลมาจากไหนและขาดหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ทั้งที่จีนไม่เคยเปิดเผยหรืออวดอ้าง” 

ข่าวประชาสัมพันธ์ของ SIPRI ยังอ้างคำพูดของนักวิเคราะห์ที่อ้างว่า “เป็นการยากมากขึ้นที่จะปรับแนวโน้มนี้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่จีนประกาศให้มีกองกำลังนิวเคลียร์ขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของชาติ”

ซ่งปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ว่าไม่ถูกต้องอย่างเห็นได้ชัด 

ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่ความแข็งแกร่งของประเทศที่ครอบคลุมของจีนพัฒนาขึ้น มีความจำเป็นในการปรับปรุงคลังอาวุธนิวเคลียร์ให้ทันสมัยเพื่อใช้เป็นเครื่องยับยั้งที่น่าเชื่อถือ และปกป้องความสำเร็จของการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความพยายามในการยับยั้งที่ครอบคลุมและเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงมาตรการทางทหารที่สหรัฐฯเคลื่อนไหวมาโดยตลอด 

เป้าหมายของการปรับปรุงคลังแสงนิวเคลียร์ของจีนให้ทันสมัยคือเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ ยับยั้งความเป็นเจ้าโลก และจีนไม่มีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ และรัสเซียแต่อย่างใด

ข้อเท็จจริงของจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ คงไม่ถูกต้องสมบูรณ์เพราะไม่มีใครบอกความจริงในเรื่องความลับทางทหาร ต่างก็แอบสอดส่องกันอยู่ยิ่งการต่อสู้ระหว่างมหาอำนาจเดี่ยวแองโกลแซกซอนที่นำโดยสหรัฐฯ กำลังขับเคี่ยวอย่างหนักกับมหาอำนาจโลกหลายขั้วที่มีรัสเซีย-จีนเป็นแกนนำ การออกมาเปิดเผยย่อมมีวาระซ่อนเร้นต้องการผลบางประการ ปรากฎการณ์นี้ย่อมนำมาสู่ความวิตกกังวลต่อสงครามใหญ่ที่หากเกิดขึ้นคงหนีไม่พ้นสงครามนิวเคลียร์ และนั่นหมายถึงความล่มสลายของมนุษยชาติครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง!!