ศบค.แถลงมนุษย์อยู่มาหลายล้านปีเพราะการปรับตัว เผยคนไทยต้องปรับตัวถึงต้นปีหน้าจนกว่าได้วัคซีน

0

ยอดติดเชื้อโควิด-19 ลดลง!! โดยศบค.แถลงวันนี้ 15 ราย ไม่มีตาย พบ 5 รายมาจากตปท.อยู่สถานกักตัว  พบอายุ 51-60 ปี แม่บ้านเป็นผีพนันสูง ย้ำคนไทยปรับตัวเข้าวิถีชีวิตใหม่ถึงต้นปีหน้าจนกว่าจะได้วัคซีนชี้มนุษย์ปรับตัวอยู่มาได้นับล้านปี

โดยวันนี้(26 เม.ย.63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลง สถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย แบ่งเป็นผู้มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 4 ราย ไปในสถานที่ชุมชน แออัด ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยวใน กทม. 3 ราย อาชีพเสี่ยงในจ.นครปฐม 1 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน จ.ยะลา 2 ราย กลับมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ 5 ราย

ในจำนวนนี้กลับมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 ราย และเนเธอร์แลนด์ 1 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,922 ราย หายป่วยสะสม 2,594 ราย ถือเป็นวันแรกที่ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรักษาตัวต่ำกว่า 300 ราย เหลือเพียง 277 ราย โดยไม่มีรายงานเสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้รายงานยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 51 ราย แม้ตัวเลขสรุปรายสัปดาห์จะค่อยๆ ลดลงมาตามลำดับ เป็นเลขสองหลัก จนเป็นที่น่าพอใจ แต่จะพยายามค้นหาเชิงรุกให้เจอในพื้นที่ที่มีการระบาดไวรัสโควิด-19 ก่อนหน้านี้

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ทั้งนี้ข้อมูลสถานที่พบผู้ป่วยซึ่งเป็นคนต่างด้าว ซึ่งแถลงไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า สถานที่ที่พบคือ ศูนย์กักคนเข้าเมืองที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์ที่กักคนต่างด้าวที่เข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย โดยผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ได้มีอาการหนัก

สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 2,920,738 เสียชีวิต 203,355 ราย สถานการณ์ทั่วโลกถือว่ายังไม่น่าไว้วางใจ การบินหรือการติดต่อระหว่างประเทศปิดเกือบหมดทั่วโลก มีผู้เดือดร้อนเพราะไวรัสโควิด-19 ตัวนี้ทั่วโลก อย่างสิงคโปร์ที่มีประสบการณ์คล้ายไทยที่สถานการณ์เคยดีมาก่อน แต่มีการติดเชื้อจากกลุ่มแรงงานต่างด้าว และพื้นที่เล็กทำให้การกระจายตัวเร็วขึ้น ซึ่งเราได้บทเรียนตรงนี้มา จึงเกิดการค้นหาเชิงรุกในกลุ่มแรงงานต่างด้าว

ส่วนคนไทยที่จะเดินทางกลับจากต่างประเทศในวันเดียวกันนี้ มาจากออสเตรเลีย 207 คน ส่วนวันที่ 27 เม.ย. จากญี่ปุ่น 35 คน นิวซีแลนด์ 168 คน และเนเธอร์แลนด์ 25 คน ซึ่งเป็นการต่อเครื่องบินของคนไทยที่อยู่ในยุโรป ขณะผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 25 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 26 เม.ย. มีผู้ฝ่าฝืนชุมนุม มั่วสุม 87 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 47 ราย

โดยเป็นการดื่มสุรา เล่นพนัน และยาเสพติด ออกนอกเคหสถานลดลงจากคืนก่อน 568 ราย จังหวัดที่มีการกระทำผิดมากที่สุด ได้แก่ ปทุมธานี รองลงมาคือ ระยอง กทม. ภูเก็ต สมุทรปราการ สงขลา ชลบุรี กระบี่ นครราชสีมา นครปฐม และเชียงใหม่ และมี 18 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้กระทำผิดเลย กลุ่มอายุที่กระทำผิดชุมนุมมั่วสุม อยู่ในช่วง 11-40 ปี เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่ช่วงอายุ 51-60 ปี เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าสาเหตุมาจากการเล่นพนัน จึงฝากถึงพ่อบ้านเตือนไปยังแม่บ้าน  เพราถ้าติดเชื้อโควิด-19 จะเดือดร้อนทั้งครอบครัว

“แม้วันนี้บ้านเราจะคุมตัวเลขได้ดี แต่รอบๆ บ้านเราและประเทศต่างๆทั่วโลก ตัวเลขยังพุ่งสูงขึ้น แสดงว่าเชื้อโควิด-19 ในอากาศยังมีอยู่เต็มไปหมด ถ้าเรายังใช้ชีวิตวิถีเดิม เดินทางไปท่องเที่ยว ไปซื้อของเหมือนเดิม ก็มีโอกาสจะกลับมาระบาดได้ใหม่ สิ่งที่เราลงทุนไปเมื่อหลายเดือน ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยกลายเป็นศูนย์ จึงต้องชี้แจงว่าการจะกลับไปสู่ภาวะปกติต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวพอสมควร สิ่งที่จะกลับไปปกติได้คือ

1.จะต้องมียารักษา เมื่อมียารักษาก็จะคุมเชื้อโรคได้ โดยต้องเป็นการรักษาให้หาย ไม่ใช่แค่การระงับยับยั้งไม่ให้โรคเจริญเติบโต หรือต้านไว้เฉยๆนั้นไม่พอ ยาต้านไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่การรักษาไวรัส เป็นการไม่ให้โรคกำเริบเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการรักษาให้หายทั้งหมด และ 2. ต้องมีวัคซีน ซึ่งเมื่อไหร่ที่มีวัคซีนก็จะตอบได้ว่า การแพร่ระบาดของโรคก็จะจบได้ตอนนั้น

“แต่กว่าจะได้ตรงนี้ข้อมูลล่าสุดก็คืออาจจะเป็นต้นปีหน้า หมายความว่าเราต้องใช้เวลาระหว่างนี้ไปถึงต้นปีหน้าในการควบคุมโรคโดยการควบคุมตัวเราเองให้ได้ ปรับชุดพฤติกรรมของเราในตอนนี้ให้ได้ เพื่อที่จะไม่เอาเชื้อโรคมาอยู่ที่ตัวเรา หรือเอาเชื้อโรคจากตัวเราไปอยู่ที่คนอื่น จึงต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้

ยืนยันหลายประเทศทั่วโลกยังไม่ยินยอมในช่วงตอนแรกที่จะปรับตัวเข้าจะเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นและหลักแสนขึ้นมาทันที แต่ปัจจุบันหลายประเทศจึงต้องปรับตัวมาและออกมาตรการ คล้ายๆ กับสิ่งที่ไทยได้ทำซึ่งเป็นการออกมาตรการมาตั้งแต่แรก ทำให้ตัวเลขของเราไม่สูง แต่ถ้าออกช้าก็คงไม่แตกต่างไปจากคนอื่น เช่นเดียวกันถึงแม้เราจะออกมาจรการได้เร็วและยกเลิกเร็ว ก็จะกลับไปเป็นตัวเลขเหมือนประเทศอื่นๆที่เกิดขึ้น คือการ์ดตกเมื่อไหร่ สิ่งที่ลงทุนมาทั้งหมดจะกลายเป็นศูนย์ทันที” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นอกจากนี้โฆษก ศบค.ยังกล่าวอีกว่า วันนี้ครบรอบ 1 เดือนในวันที่มีการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ( พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) วันที่ 26 เม.ย. ที่ขอความร่วมมือกับประชาชนในการควบคุมดูแล อยากใกล้ชิดกันมากขึ้น เชื่อว่าสิ่งที่ออกมาตรการมาได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการดูแลกันเพราะพวกเราเข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆร่วมกัน

“พิสูจน์ได้ว่า 1 เดือนที่ผ่านมาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้การต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 มีประสิทธิภาพ  เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะประคองสถานการณ์ต่อเนื่องต่อไป การ์ดจะต้องไปตก ทุกเรื่องเราได้มีการปรับตัวได้เป็นอย่างดี ขอให้ทุกคนใช้เวลาปรับตัวออกไปเรื่อยๆ ซึ่งความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์ที่มีอยู่ทำให้เราคงอยู่เผ่าพันธุ์ได้มาตลอดหลายล้านปี” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว