นายกฯกำชับ รัฐบาลให้ความสำคัญด้านสุขภาพ ดันงบกลางอีก 3,000 ล้านบาท

0
รัฐบาลให้ความสำคัญด้านสุขภาพ เพิ่มงบกลางอีก 3,000 ล้านบาท สู้โควิด-19

นายกฯ กำชับ สธ.และ สำนักงบฯ ดำเนินการเรื่องงบต้องไม่ให้กระทบประชาชน ด้านปลัดกระทรวงสาธาณสุข ยืนยัน โอนงบ  จาก สปสช.ไม่กระทบสิทธิบัตรทอง

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ร่วมกันแถลงข่าว ชี้แจงถึงกรณี กลุ่มคนรักประกันสุขภาพออกมาทักท้วงกรณีมติคณะรัฐมนตรี ตัดงบประมาณกองกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ งบบัตรทอง จำนวน 2,400 ล้านบาท

ว่า ไม่กระทบต่อผู้ใช้สิทธิบัตรทอง เพราะงบดังกล่าวเป็นงบค่าจ้างบุคคลากรทางการแพทย์เดิม ซึ่งเป็นพนักงานราชการ ลูกจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราว ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ถูกโอนเป็นข้าราชการตาม มติ ครม.จำนวน 45,000 คน จึงต้องโอนงบประมาณในส่วนของค่าจ้างมาเข้างบกลางไปที่สำนักงบประมาณก่อน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ หลังจากถูกบรรจุเป็นดังนั้นข้าราชการ 45,000 คนนี้ ก็จะได้รับเงินเดือนจากกรมบัญชีกลาง ดังนั้นจึงไม่กระทบกับประชาชนที่ใช้สิทธิบัตาทองแต่อย่างใด เพราะไม่ได้ตัดงบประมาณในส่วนนี้ไปเลย

ชี้แจงกรณี กลุ่มคนรักประกันสุขภาพออกมาทักท้วงกรณีมติคณะรัฐมนตรี

 

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

พร้อมกันนี้ ยังได้แจกแจงถึงที่มาของงบประมาณกระทรวงสาธาณสุข โดยภาพรวมว่า มีงบประมาณจาก สปสช. กรมบัญชีกลาง ประกันสังคม และงบบริจาค เป็นค่าจ้างบุคลากรที่เป็นข้าราชการ 200,000 คน และลูกจ้างอีก 200,000 คน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้งบประมาณ 1 แสนหนึ่งหมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบป้องกันดูแลสุขภาพ 10,000 ล้านบาท ดูแลผู้ป่วยใน 50,000 ล้านบาท ผู้ป่วยนอก 50,000 ล้านบาท

 

ซึ่งไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงได้อนุมัติงบกลาง ให้ สปสช.อีก เพิ่มเติม 3,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 จะทำให้ดูแลผู้ป่วยได้เพิ่มถึง 1 ล้านคน นอกจากนี้ ยังได้งบประมาณในการสนับสนุน ในการจัดทำห้องปลอดเชื้อแรงดันลบ จัดหาอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ยืนยัน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับระบบสาธารณสุข จึงได้มีการเพิ่มงบกลางเข้ามาดูแลผู้ป่วยในทุกมติ จึงขอให้ความมั่นใจว่าการดูแลคนไข้ ไม่มีเปลื่ยนแปลง งบประมาณก็ไม่ได้ตัดให้น้อยลง และส่วนขอกังวลที่ว่า จะมีการตัดค่าบริการต่างๆ ก็ไม่มีแต่อย่างใด รัฐบาลกลับเพิ่มงบกลางให้บริการประชาชนมากขึ้น

ชี้แจงกรณี กลุ่มคนรักประกันสุขภาพออกมาทักท้วงกรณีมติคณะรัฐมนตรี

ด้านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี มีแนวนโยบายและสั่งการมายังผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและกระทรวงสาธารณสุข ว่าวิธีการในการจัดสรรงบประมาณจะทำอย่างไร แต่ต้องไม่กระทบกับประชาชน ในการที่จะเข้าถึงสิทธิบริการบัตรทอง พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า บุคลากรทางการแพทย์ เป็นกองกำลังสำคัญในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 จะต้องดูแลอย่างดีที่สุด ซึ่งแหล่งงบประมาณนั้นกระทรวงสาธารณสุขก็ได้เตรียมแผนงานไว้แล้ว พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับทราบข้อมูลจากทุกช่องทาง ร่วมถึงสายด่วน 1111 จากประชาชน