อธิบดีอัยการฯบอกคนออกคำสั่งปิดกิจการ คือขรก.มีกิน แต่ผู้รับคำสั่งไม่มีรายได้ ???

0

จากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พรก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้มาตรการตามพรก.ฉุกเฉิน นั้นก็เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 โดยต่อมาก็มีการสั่งให้ปิดสถานที่บางแห่ง เช่น ห้าง ร้านอาหาร ฯลฯ สถานที่อีกหลายแห่งที่จำเป็นต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งร้านเสริมสวย ร้านตัดผมด้วย ซึ่งทำให้นายจ้าง หรือ ลูกจ้าง พนักงานได้รับผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไป กระนั้นก็เพื่อไม่ให้มีการรวมกลุ่ม หรือ ชุมนุม รวมตัวกัน โดยเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว

ขณะที่ในวันนี้(25 เม.ย. 63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.  กล่าวถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ 53 ราย โดย 42 รายเป็นแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ที่เหลืออีก11 รายเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการป่วยโควิด-19 ของลดลงเรื่อยๆตลอดมา ซึ่งปัจจัยสำคัญคือมาตรการสังคมและพรก.ฉุกเฉิน การให้ความร่วมมือที่ดีของคนไทย แม้จะมีบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานที่ทำงานแต่รัฐบาลก็มีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือออกมาหลายประการ

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

แต่วันนี้เช่นกันที่ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า คนออกคำสั่งให้ปิดงาน ปิดกิจการ ล้วนเป็นข้าราชการผู้มีเงินกิน แต่คนรับคำสั่งไม่มีรายได้ประจำ ทำไงดีครับ

อย่างไรก็ตามหลังข้อความดังกล่าวของ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี ซึ่งถือว่าเป็นข้าราชการ คนหนึ่งของประเทศได้เผยแพร่ออกมาทำให้มีคนวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยในเฟซบุ๊กดังกล่าวมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆมากมายด้วย

ก่อนหน้านี้คือเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2559 นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยจากที่นายปรเมศวร์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวพาดพิงถึง พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ และนายปรเมศวร์ ก็เป็นข้าราชการระดับสูงในสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งประเด็นที่เขียนทางผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

“เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้นระหว่างตรวจสอบเพื่อความเหมาะสม จึงเห็นควรย้ายท่านปรเมศวร์จากตำแหน่งเดิมก่อน เพื่อรอผลการตรวจสอบและเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นายประยุทธ ระบุ

สำหรับคำสั่งย้ายราชการชั่วคราวดังกล่าว ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2543 มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด เลขที่ 1905/2559 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2559 เรื่องให้พนักงานอัยการช่วยราชการ และปฏิบัติราชการ โดยให้นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ไปรักษาการตำแหน่งรองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด

ที่มาเฟซบุ๊ก