ท่านใหม่ สั่งสอนหลานปลื้มพร่ำเสรีภาพ ไม่คิดวิเคราะห์แยกแยะ ไม่กลัวปลื้มติดโควิด-19 แต่กลัวเอาเชื้อไปเผยแพร่คนอื่น

0

ท่านใหม่ สั่งสอนหลานปลื้มพร่ำเสรีภาพ หลังโพสต์พลเมืองไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของรัฐ ไม่คิดวิเคราะห์แยกแยะ ไม่กลัวปลื้มติดโควิด-19 แต่กลัวเอาเชื้อไปเผยแพร่คนอื่น

มจ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก จุลเจิม ยุคล ระบุว่า หลานปลื้ม……อย่าเอาแต่พูดถึง สิทธิเสรีภาพ หรือความเป็นอิสระเสรีใดๆก็ตาม,… มันน่าจะเป็นความเห็นแก่ตัวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของคนส่วนรวม ทั้งประเทศ….

ปลื้มคงจะไม่ได้เข้าใจใน บริบทของสังคมอย่างแท้จริง ไม่ได้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้อย่างถ่องแท้ ปลื้มไม่ได้มีการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ คิดเพียงแต่ว่าตัวเองมีสิทธิ เสรีภาพ นึกจะพูดอะไรก็ได้ ไม่สนใจว่า เวลานี้ คนไทยส่วนใหญ่จะเป็นเช่นไร เจ็บป่วยล้มตายกันมากมายขนาดไหน นี่คือความล้มเหลวของปลื้ม และของคนรุ่นใหม่ ที่นำมาอ้างกันจนไม่รู้กาลเทศะ

ตอนนี้มีผู้นำในหลายๆประเทศ เขาชื่นชม รัฐบาลไทย เรื่องการป้องกันโรคไวรัส โควิท -19 มีแต่คนในประเทศไทยเราบางคน เช่น ปลื้ม ตำหนิ และด่าผู้นำรัฐบาลไทยเรา มันแปลกดีนะ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
  • ม.จ. จุลเจิม ยุคล
  • ผมไม่กลัวปลื้ม จะติดเชื้อ ไวรัสโควิท -19 หรอกนะ แต่กลัวปลื้มจะเอาเชื้อไปเผยแพร่ ให้คนอื่นนะ

หลานปลื้ม……อย่าเอาแต่พูดถึง สิทธิเสรีภาพ หรือความเป็นอิสระเสรีใดๆก็ตาม,……

Posted by จุลเจิม ยุคล on Friday, April 24, 2020

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ทางด้าน  หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ “คุณปลื้ม”  พิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  M.L. Nattakorn Devakula ระบุว่า เด็กนักเรียนในจีน สวีเดน เดนมาร์ก ญี่ปุ่น ฯลฯ เขายังได้ไปเรียน ไม่ใช่ให้นั่งเรียนผ่านคอมผ่านทีวีจากที่บ้าน รัฐบาลไทยอย่าสติเเตกสั่งล็อกเด็กไว้ในบ้านเลย ที่ว่ากันว่าจะให้ e-/on-air/remote-learning ตั้งเเต่ 1 ก.ค.เป็นต้นไปเเทนที่จะเปิดเทอมจริง กรุณาทบทวนใหม่ โรงเรียนเป็นที่เรียน เด็กต้องออกจากบ้านเเละมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนเเละครู ต้องออกกำลังกาย ต้องวิ่งเล่น ต้องได้สนทนากับเพื่อนร่วมโลก ไม่ใช่มานั่งอยู่หน้าจอในบ้านวันละ 5 ชั่วโมง

โรคระบาดนี้มีผลกระทบเป็นหลักกับผู้สูงอายุเเละผู้ซึ่งร่างกายอ่อนเเอซึ่งต้อง Isolate เเละดูเเลรักษา เเต่โรคนี้ไม่ได้ระบาดในประเทศไทยเเล้วในขั้นรุนเเรงเเละก็เป็นโรคที่รักษาได้ อย่าประสาทไปกับการเอาเเต่คิดว่าทุกคนต้องอยู่ในบ้านเเล้วออกไปข้างนอกไม่ได้เลย ถ้าคิดอย่างนั้นไม่ต้องมาบริหารประเทศ

ผมเน้นอีกครั้งพลเมืองไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของรัฐหรือผู้ซึ่งมีอำนาจทางการปกครองของรัฐ เลิกคิดว่าคนต้องอยู่ในกรง ประเทศชาติมีไว้ให้พลเมืองใช้ชีวิต เลิกกล่อมสมองคนให้กลัวไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถึงเวลาคืนชีวิตปกติให้เรา อัตราติดเชื้ออาจเพิ่มขึ้นบ้างเเต่นั่นเป็นเรื่องปกติ มนุษย์ต้องร่วมกันรับมือกับปัญหานั้นเเต่มันไม่ใช่เรื่องที่รับมือไม่ได้…..ครม.จะสั่งเลื่อนเปิดเทอมไปหาอะไรถ้าเลื่อนไปถึง 1 ก.ค.เเล้วมาให้เรียน On-line เเละ On-TV..โทษทีใช้ส่วนไหนของสมองคิด ถ้าจะบังคับให้เรียนเเบบ Remote Learning (ซึ่งไม่มีวันเวิร์ค เลิกพยายามพิสูจน์เพื่อโชว์ว่าทำได้ทั้งที่ไม่จำเป็น)

ทำไมต้องเลื่อนตั้งเเต่เเรก ถ้าเลื่อนไปเเล้วอย่างนี้ไปถึง 1 ก.ค. (ทั้งที่ไม่จำเป็นเพราะโรคหยุดระบาดเเล้ว) พอถึงวันนั้นเด็กทุกคนต้องเหยียบโรงเรียนได้ ไม่ใช่มาบังคับให้เรียนจากที่บ้านซึ่งเเย่สำหรับทั้งตัวเด็กเอง ผู้ปกครองเเละครู ศธ.เเละนายกฯ รบกวนเลิกบ้ากับความหวาดกลัวเกินกว่าเหตุ โรคไม่ได้ระบาดในหมู่เด็กหรือสถานการศึกษาเลยตั้งเเต่เเรก มาลงโทษเขาทำไม สถานการณ์มันเข้าสู่สภาวะปกติเเล้ว ชีวิตต้องกลับมาเดินหน้าตามปกติ ไม่ใช่มานั่งหดหัวอยู่บ้านกันต่อเเล้วไม่ยอมให้เด็กไปโรงเรียน

ตัวเลขที่ศบค.เเถลงทุกวันดูบ้างไหมหรือเเค่ให้โฆษกเเถลงไปวันวัน อย่าอ้างว่าหมอจากสธ.มากดดันนะครับ ตอนนี้มันจบเเล้ว เปิดเศรษฐกิจ เปิดโรงเรียน คืนสภาพชีวิตให้เราทุกคน จะมานั่งอยู่ในบ้านต่ออีก 2 เดือนใช้ส่วนไหนของสมองคิด คนไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของรัฐ สิทธิในการประกอบอาชีพเเละการเข้าถึงการศึกษานั้นมี เลิกนโยบายที่เกินเลยสักที….526 คนรอรักษาให้หาย ตายรวม 49 คน ป่วยเพิ่มวันนี้ 15 ราย หมดภาวะฉุกเฉินเเล้ว คืนชีวิตให้คนอีกเกือบ 70 ล้านคนได้เเล้ว!

เด็กนักเรียนในจีน สวีเดน เดนมาร์ก ญี่ปุ่น ฯลฯ เขายังได้ไปเรียน ไม่ใช่ให้นั่งเรียนผ่านคอมผ่านทีวีจากที่บ้าน…

Posted by M.l. Nattakorn Devakula on Wednesday, April 22, 2020