หมอวรงค์ตบกะโหลกฝ่ายปชต.ปมตัดงบบัตรทอง บิดเบือนความจริง

0

จากกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องตัดงบบัตรทอง รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายค้านหลายคน เช่น สุดารัตน์ ที่ออกมาคัดค้านโจมตีรัฐบาล โดยเอาเรื่องโควิด-19 มาผูกโยง วันนี้หมอวรงค์ ออกมาอธิบายถึงเหตุผลไม่เป็นอย่างที่บางกลุ่มอ้างแต่อย่างใด?!?

ล่าสุดวันนี้(24เม.ย.63) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาทั้งหมดระบุว่า  โรคอิจฉาตาร้อน ไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมฝ่ายประชาธิปไตย ไม่สนใจการทุจริตที่มีหลักฐาน เรื่องถุงยังชีพช่วยคนจนของอบจ.ลำพูน แต่กลับมาสร้างกระแสบิดเบือน เรื่องตัดงบบัตรทอง 2,400 ล้านบาท และงบกระทรวงสาธารณสุข 1,200 ล้านบาท

โชคดีที่ได้ฟังคำขี้แจง จากผู้เกี่ยวข้องถึงทราบว่า การบรรจุแพทย์ พยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข 45,684 ตำแหน่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับโควิด-19 นั้น ตามกฏหมายบังคับต้องใช้งบบัตรทองมาจ่ายเงินเดือนเท่านั้น มันก็แค่นี้เองไม่ได้ไปตัดงบของเขาไปทำอย่างอื่น เพียงแต่กฏหมายไม่ได้ให้สปสช.จ่ายเงินเดือนเอง แต่ต้องโอนให้สำนักงบตั้งเป็นงบเงินเดือน ก็แค่นี้เองครับ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ส่วนเงิน 2,400 ล้านบาทก็ไม่ได้หายไปไหน เท่ากับว่าโรงพยาบาลต่างๆก็ประหยัดเงินบำรุงรวมไป 2,400 ล้านบาท เพราะใช้งบบัตรทองมาจ่ายเป็นเงินเดือนแทนแล้ว สุดท้ายก็คือ เงินกระเป๋าซ้ายไปอยู่กระเป๋าขวา ส่วนงบกระทรวงสาธารณสุข 1,200 ล้านบาท ก็แค่เงินที่ดำเนินการไม่ทันเพราะติดช่วงโควิด-19 ต้องตัดส่งเป็นงบกลาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

ทำไมกระทรวงกลาโหม รอบนี้เขาตัดเข้างบกลางสูงถึง 18,000 ล้านบาท แต่กลับไม่ยอมพูดถึงสักคำ มันยิ่งสะท้อนว่า ฝ่ายประชาธิปไตยนี้เอาแต่สร้างข่าวบิดเบือน และที่สำคัญงบกลางส่วนใหญ่ก็ให้กระทรวงสาธารณสุขไปสู้โควิด-19อยู่ดี การยิ่งสร้างข่าวปลอม ยิ่งสะท้อนว่าฝ่ายประชาธิปไตย“อิจฉาตาร้อน” ทั้งเรื่องผลการต่อสู้โควิด-19 ที่ได้ผลเป็นที่ชื่นชมทั่วโลก และการกล้าบรรจุข้าราชการให้พี่น้องแพทย์ พยาบาล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เลยเก็บอาการไม่อยู่

กูรูด้านความสำเร็จกล่าวว่า ใครที่”อิจฉาตาร้อน” ยิ่งสะท้อนว่าพวกเขาใกล้ที่จะล้มเหลว รัฐบาลโปรดมั่นใจที่จะเดินต่อไปบนพื้นฐานที่ทำปัจจุบันคือ “เร่งชี้แจง โปร่งใส ใช้คนเก่ง” แค่นี้ประชาชนจะออกมาช่วยปกป้อง และฝ่ายประชาธิปไตยก็คงต้องเฉาไปเอง

ที่มาเฟซบุ๊ก : Warong Dechgitvigrom