หยุดเถอะ”สนธิญาณ”ถามฝ่ายแค้นเห็นเสรีภาพสำคัญกว่าชีวิตคน การเมืองปนโควิด..ไม่ได้เรื่อง!!

0

หยุดเถอะ”สนธิญาณ”ถามฝ่ายแค้นเห็นเสรีภาพสำคัญกว่าชีวิตคน นำความแค้นทางการเมืองมาปนโควิด..ไม่ได้เรื่อง!! ดู 6 ประเทศ ประชาธิปไตย ตาย75% ของตายทั้งโลก

ในรายการ ทิศทางไทยในช่วงเวลา 00.00 กับ สนธิญาณ” ทางช่องสถาบันทิศทางไทย เผยแพร่ผ่านทางยูทูป  ทางด้าน สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยในระหว่างการเกิดแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ของไทยระบุว่า.. ในทางการเมืองจะมีฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล แต่ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยมีฝ่ายอีกฝ่ายหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมานั่นก็คือ “ฝ่ายแค้น” ซึ่งหมายถึงฝ่ายที่มีเป้าหมายทางการเมืองสูงมากกว่าการเข้าไปยึดกุมอำนาจรัฐเพื่อบริหารประเทศ “ฝ่ายแค้น” ก็คือฝ่ายที่ไม่พอใจสภาพทางการเมืองที่เป็นอยู่อยากจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ โดยบางเรื่องก็พูดไม่ถนัดปากว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรแต่พวกนี้ถูกเรียกว่าพวกชังชาติ

ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ทั้งโลกชื่นชมการแก้ปัญหาของลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ชื่นชมการแก้ไขปัญหาของคนไทยที่ร่วมไม้ร่วมมือ องค์การอนามัยโลกชื่นชมอสม. ที่เป็นแนวหน้าในการดูแล ทำให้ไทยอยู่ในอันดับต้นๆในการแก้ไขปัญหา แต่สำหรับพวก“ฝ่ายแค้น” มีช่องโหว่ตรงไหนทิ่มไปตรงนั้น

 

“สนธิญาณ” ยกตัวอย่าง “ฝ่ายแค้น” คนหนึ่งที่อยากระบุชื่อ คือ พลโทพงศกร รอดชมภู เป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งถูกยุบพรรคไปแล้วนั้น อดีตเป็นทหารเคยอยู่ในฐานะตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญด้วยซ้ำ ลองมาดู“ฝ่ายแค้น” อย่าง พลโทพงศกรมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร ซึ่งคนพวกนี้เวลาหยิบยกมาพูดก็จะนำเรื่องของสิทธิเสรีภาพมานำหน้าสำคัญกว่าคุณค่าชีวิตของเพื่อนมนุษย์  ซึ่งในระหว่างที่มีคือเยอรมนีออกมาชื่นชมรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหา พลโทพงศกร บอกว่า บ้าละ ที่คนออกมาเที่ยวในสวนแบบไม่สนใจกฎหมายเรื่องโควิดของเยอรมนี” …. “..ผมเห็นว่านี่ล่ะ ความรักในสิทธิและเสรีภาพของฝรั่งยิ่งกว่ากลัวความตาย คนไทยเราอาจจะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคย ผมเลยเอามาแสดงให้ดูบ่อย ๆ หวังว่าจะไม่ว่ากัน..”

ขานรับโดยโบว์-ณัฏฐา มหัทธนา  บอกว่า ผู้ป่วยติดเชื้อใหม่ 19 ราย เหลือผู้ป่วยโควิด 655 คน ในประเทศที่มีประชากร 70 ล้านคนและอุณหภูมิเกือบ 40 องศา โฆษกกล่อมประสาทคนบอกให้ตัวเลขเหลือต่ำสิบต่อเนื่อง 14 วัน (จึงจะหยุดล็อคดาวน์?) ขอเรียกร้อง ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ นับตัวเลขคนผูกคอตายสะสมเอามาแถลงด้วยค่ะ #รัฐบาลประสาท.

เจ้าประจำอย่าง “ปลื้ม- หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล ออกถี่ออกซ้ำ ล็อคดาวน์กลายเป็นปัญหาคุกคามวิถีชีวิตประชาชนมากกว่าไวรัสโคโรนาหลายเท่า รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 655 ราย ป่วยเพิ่ม 19 คน หมดเหตุผลสำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเเละหยุดปิดสถานที่ต่างต่างอย่างนี้ได้เเล้ว!”

“สนธิญาณ” นี่คือความเห็นของบุคคลเหล่านี้ซึ่งอยากเรียนว่าโควิด-19 ที่ป่วยเริ่มต้นจากคนคนเดียวและเดินทางเผยแพร่ไปเรื่อยจนวันนี้มีผู้ติดทั่วโลก 2,634,529 คน ตายไปแล้ว 184,021 คน ย้ำว่าเริ่มจากคนเดียว เพราะมนุษย์เป็นตัวแพร่เชื้อเอง ซึ่งจะมีจำนวนเท่าไหร่นั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่การควบคุม

 

พิจารณาต่อพวกที่การพูดเรื่องสิทธิเสรีภาพ ตอนนี้ 6 ประเทศหลัก คือ สหรัฐอเมริกา สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ   จากคนตายทั้งสิ้น 184,021 คน ซึ่งใน 6 ประเทศนี้ตายทั้งสิ้น 139,196 คน ย้ำว่า6ประเทศ ตายไปเท่ากับ75% ของผู้ที่ตายทั้งโลก อยากให้เมืองไทยเป็นอย่างนั้นหรือ? นี่คือคำถามถึงคนเหล่านี้ว่าเขาคิดอะไร อย่างไร เขาเห็นเรื่องสิทธิเสรีภาพกับคุณค่าชีวิตเพื่อนมนุษย์ หรือ เขาก็เห็นคุณค่าชีวิตเพื่อนมนุษย์แต่เป็น“ฝ่ายแค้น” ชิงชังรัฐบาลลุงตู่ ชิงชังรัฐบาลเผด็จการ ตามความหมายของเขาเลยอย่างไรเสียก็ต้องทิ่มต้องแทงอย่างนั้นหรือ?

 

“สนธิญาณ”บอกเล่าถึงสถานการณ์โควิด-19 ระบุว่า ขณะที่สถานการณ์ในวันที่ 23 เมษายน มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 13คน ลงสู่ระดับหลักสิบที่มีเลขหนึ่งนำหน้า และที่น่าสนใจผู้ป่วย 13 คน อยู่ในกรุงเทพ 4คนเท่านั้น จากที่กรุงเทพเคยเป็นรังใหญ่ของโควิด-19 ตอนนี้เหลือ 4 คนเท่านั้น ภูเก็ต อีก 4คน มีชลบุรี สงขลา ชุมพร ปทุมธานีและนครปฐมอีกจังหวัดละ 1 คน  น่าสนใจไปกว่านั้นตรงที่วันนี้ผู้ป่วยที่เหลืออยู่ 359 คนแค่นั้น กลับบ้านได้แล้ว 2430 คน จากผู้ป่วยสะสม 2839 คน อีกทั้งตัวเลขที่ยิ่งเป็นบวกและยิ่งดี มีจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 14 วันที่ผ่านมา 32 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 28 วันที่ผ่านมา 9 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อนอีก 9 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 50 จังหวัดเป็นข่าวดีมาก ๆ

 

แต่ภายใต้ข่าวดีดังกล่าว เห็นควรหรือไม่..ว่าต้องเลิกสภาวะฉุกเฉินหรือไม่ ซึ่งตนย้ำว่าเลิกไม่ได้ต่อไปอีก 1-2เดือน ซึ่งไม่ใช่เรื่อจะเป็นจะตายทั้งสิ้นทั้งปวง แต่คือการนำอำนาจมาไว้ที่ลุงตู่เพื่อจะได้มีอำนาจสั่งการอย่างเป็นระบบและเป็นแผนงานอย่างที่ได้เห็นมาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่สะเปะสะปะกลับไปอยู่ที่หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการบ้าอำนาจหรือไม่ใช่เรื่องของการที่นำอำนาจมาไว้ที่ตัวย้ำว่าไม่ใช่

 

สำหรับประเด็นการคลายล็อคซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสภาวะฉุกเฉิน แต่การมีสภาวะฉุกเฉินทำให้การคลายล็อคเป็นระบบได้ เพราะการคลายล็อคยากกว่าตอนสั่งปิดซึ่งจะต้องคลายให้เหมาะสมจังหวะพอดีเพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดกลับใหม่อีก และต้องทำให้ระบบเศรษฐกิจดีขึ้นผู้คนค่อยๆมีชีวิตที่ดีขึ้นๆ ไม่มีใครไม่รักชีวิตเพื่อนมนุษย์เพื่อนคนไทยด้วยกันอย่าไปคิดมาบ้าๆทางการเมือง นำความแค้นทางการเมืองนำความแค้นเรื่องส่วนตัวเป็นประเด็นในทางการเมือง..ไม่ได้เรื่อง!! “สนธิญาณ” กล่าวทิ้งท้าย