หัวเรือใหญ่ เมืองไทย แคปปิตอล ควัก 110 ล้าน เสนอแผน พร้อมร่วมมือรัฐบาลแก้วิกฤตโควิด-19

0
1011

ชูชาติ เพ็ชรอำไพ มหาเศรษฐีอันดับ 10 ของประเทศ หัวเรือใหญ่ เมืองไทย แคปปิตอล ควัก 110 ล้าน ช่วย นายกฯ พร้อมเสนอแผน แบ่งเป็นแจกถุงยังชีพช่วยคนตกงาน-บริจาคเงินให้โรงพยาบาล สู้วิกฤตโควิด-19

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.63 นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) ผู้นำสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ และนาโนไฟแนนซ์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 เม.ย.63 ที่ผ่านมา ได้รับหนังสือจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยบริษัทเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบริจาคให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อ่านข่าวเพิ่มเติม : เปิดรายชื่อ 5 มหาเศรษฐีไทยตอบรับจดหมายนายกฯ พร้อมร่วมมือรัฐบาลแก้วิกฤตโควิด-19

ที่ผ่านมาบริษัทได้บริจาคเงินผ่านโรงพยาบาลรวม 7 แห่ง มูลค่า 60 ล้านบาท และ MTC ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย พร้อมช่วยเหลือและบริจาคเพิ่มเติม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นความยากลำบากในครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยบริษัทฯ พร้อมที่จะทำใน 4 เรื่องหลักๆ คือ

  1. บริษัทฯจะทำถุงยังชีพ ช่วยเหลือคนตกงานที่มีปัญหาในการดำรงชีพ ซึ่งในถุงยังชีพ ประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้งต่างๆ เช่น น้ำปลา ปลากระป๋อง น้ำมันพืช เป็นต้น จำนวน 200,000 ถุง มูลค่าถุงละ 300 บาท รวมเป็นเงิน 60 ล้านบาท

2. บริษัทพร้อมมอบเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาลในจ.สุโขทัย ผ่านสาธารณสุขจังหวัด เพื่อนำไปใช้ซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อสู้กับโควิด-19 รวมไปถึงใช้สำหรับสร้างอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลอำเภอบ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย รวมเป็นเงินบริจาค 50 ล้านบาท

3. บริษัทพร้อมเปิดพื้นที่หน้าอาคารสำนักงานทุกแห่ง ซึ่งมีมากกว่า 4,000 สาขา เพื่อให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อน นำสินค้าเกษตร หรือผลิตภัณฑ์โอทอป มาวางจำหน่ายที่หน้าสำนักงานสาขาได้ทั่วประเทศ

4. บริษัทพร้อมให้รัฐบาลรวมถึงองค์กรต่างๆของรัฐหรือเอกชนใช้เครือข่ายสาขาของเมืองไทย แคปปิตอล ที่มีมากกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์ในการกระจายความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19

นายชูชาติ กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์หน้าเตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Stabilization Fund : BSF) วงเงิน 400,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำรองชั่วคราว สำหรับเข้าไปซื้อตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทที่มีคุณภาพดีมี Rating อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับ Investment grade โดยอยากเห็นการทบทวนแนวคิดการช่วยเหลือภาคเอกชนที่ออกหุ้นกู้ โดยเฉพาะให้ความช่วยเหลือภาคเอกชนที่ออกหุ้นกู้ในระดับที่ต่ำกว่า Investment grade มากกว่า