แนวหน้าการใช้ปัญญาประดิษฐ์ : กรณีศึกษาที่ 5 ไป่ตู้ (BAIDU) การเรียนรู้ของเครื่องที่นำไปใช้ในเครื่องมือค้นหา และรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตนเอง

0

แนวหน้าการใช้ปัญญาประดิษฐ์

กรณีศึกษาที่ 5 ไป่ตู้ (BAIDU) การเรียนรู้ของเครื่องที่นำไปใช้ในเครื่องมือค้นหา และรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตนเอง

แปล ดร.วีรพจน์  ลือประสิทธิ์สุกล

เขียน เบอร์นาร์ด มารร์ และ แมต วอร์ด,2019

 

ไป่ตู้ เป็น บริษัทเทคโนโลยีจีนที่มุ่งเน้นไปที่บริการและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต บริษัทฯเป็นผู้ให้บริการเครื่องมือค้นหาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศจีนทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงชุดข้อมูลมากมายที่ถูกสร้างขึ้นจากคำค้นหาหลายพันล้านรายการ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ไป่ตู้ ยังเป็น ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น รันแพลตฟอร์มโฆษณา ทั้งยัง ได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ให้ทำงานด้านพัฒนายานพาหนะขับเคลื่อนด้วยตนเอง โครงการอพอลโลของไป่ตู้นับเป็นหนึ่งในโครงการรถยนต์ขับเคลื่อนได้เองที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในโลก

 

ในปี 2018, ไป่ตู้ เป็น บริษัทปัญญาประดิษฐ์ของจีนแห่งแรก ที่เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนใน The Partnership on AI ที่ก่อตั้งโดย Facebook, Amazon, Google, Microsoft และ IBM เพื่อสนับสนุนการพัฒนา  “จริยธรรมของ AI”

 

ไป่ตู้ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างไร?

นอกจากฟังก์ชั่นการค้นหาแล้ว ไป่ตู้ ยังให้บริการค้นหารูปภาพ แผนที่ วิดีโอ ข่าว และบริการแปลภาษา แก่ผู้ใช้ด้วย โดยที่ AI ของไป่ตู้ถูกนำไปใช้ในทุกฟังก์ชั่นเหล่านี้ ซึ่งได้ส่งมอบผลลัพธ์ที่แม่นยำเกินความคาดหวังของผู้ใช้

 

ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ไป่ตู้ ได้รับกาช่วยเหลือจาก ความเป็นจริงที่ว่า มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศจีนกว่า 800 ล้านคน ซึ่งมากกว่าสองเท่าของจำนวนประชากรทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายความว่า “อัลกอริทึม AI” ของไป่ตู้ มีโอกาสทำงานร่วมกับ ฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว้างขวาง ยิ่งกว่าของคู่แข่งรายอื่น ๆ

 

ไป่ตู้ นำการดำเนินงาน AI ทั้งหมดมารวมไว้ภายใต้ชื่อเดียวคือ Baidu Brain”แพลตฟอร์มของไปตู้ ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่3 แล้ว เปิดให้เข้าถึง บริการเทคโนโลยี AIมากถึง 110 อย่าง ซึ่งรวมถึง การประมวลผลภาษาธรรมชาติ กาจำรูปภาพ การจำใบหน้า และการติดฉลากอัตโนมัติของข้อมูลวิดีโอ นอกจากนี้ มันยังมีเครื่องมือที่เรียกว่า EasyDL ซึ่งช่วยในการพัฒนา  “ระบบเรียนรู้ลึก” โดยไม่จำเป็นต้องมีการเขียนโค้ดใด ๆ

 

ในการประชุมที่จัดขึ้นโดยไป่ตู้ในปักกิ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2018 นายแพทย์คนหนึ่งซึ่งไม่มีทักษะการเขียนโปรแกรมใด ๆ สามารถพัฒนา “เครื่องมือการเรียนรู้ลึก” ที่สามารถจำแนกหนอนพยาธิได้ถึง 40 ชนิด โดยใช้แพลตฟอร์มนี้

 

รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตนเอง

ไป่ตู้ถูกเลือกให้เป็น  “แชมป์” ของประเทศจีน เอาชนะบริษัทคู่แข่งที่มีอยู่หลายราย ในด้านการพัฒนา  “ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยตนเองทั้งคัน” บริษัทตั้งเป้าที่จะมี “รถยนต์ขับขี่ด้วยตนเอง” บนท้องถนนของกรุงปักกิ่งภายในปี 2019 และ จะเริ่มการผลิตแบบจำนวนมากภายในปี 2021

เพื่อไปถึงเป้าหมายนั้น ไป่ตู้ได้เปิดตัว Project Apollo ซึ่งมีผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำหลายรายอาทิเช่น Ford และ Hyundai เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน

AI มีความสำคัญมากต่อ “รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง”  ตัวรถยนต์ได้รับการติดตั้งเซนเซอร์ ที่เชื่อมต่อกับ “อัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่อง (คอมพิวเตอร์)” ในคลาวด์ และทำงานอยู่ในยานพาหนะที่กำลังวิ่งอยู่ เพื่อให้พวกมัน “มองเห็น” เงื่อนไขและอันตรายต่าง ๆบนท้องถนน

รถยนต์ของไป่ตู้ ใช้ข้อมูลแผนที่ 3 มิติความละเอียดสูง ที่เก็บรวบรวมมาจากภาพถ่ายดาวเทียม และ จากกล้องบันทึกภาพที่ติดอยู่กับรถยนต์ นำมาสร้างฐานข้อมูลภาพโดยละเอียด ที่ครอบคลุมระบบถนนของจีนทั่วทั้งประเทศ

รถยนต์ของฟอร์ดจะเข้าร่วมในการทดสอบครั้งแรก ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในต้นปีหน้า โดยที่พวกเขาจะได้รับการติดตั้ง  “ระบบขับเคลื่อนเสมือน” ของไป่ตู้นี้ ระบบนี้จะทำให้รถยนต์มีความสามารถถึง  “ระดับ 4” ของการขับขี่ด้วยตนอง ตามมาตรฐานการจัดระดับของ Society of Auto Engineers (SAE)

SAE ได้กำหนดนิยาม5 ระดับของความสามารถขับขี่ด้วยตนเอง ตั้งแต่ระดับ 0 (ไม่มีระบบอัตโนมัติ) ถึงระดับ 5 ซึ่งเป็น  “ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ”-หมายถึง รถสามารถขับเคลื่อนได้เอง ไปยังทุกที่ที่มนุษย์สามารถขับไปถึงได้

ระดับ 4 – ซึ่งไป่ตู้ตั้งใจจะทดสอบบนถนนในปีหน้า -กำหนดให้รถยนต์ต้องสามารถทำงานได้ครบทุกฟังก์ชั่นการขับขี่ทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความเอาใจใส่ของคนขับที่เป็นมนุษย์

เช่นเดียวกับรถยนต์ ระบบ Apollo Virtual Driver ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ก็สามารถนำไปติดตั้งเข้ากับรถบรรทุก และทำให้พวกมันมีความสามารถในการขับขี่ด้วยตนเองได้ บนพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของทางหลวงเปิด

 

ปัญญาประดิษฐ์ในมือถือ

ไป่ตู้ได้ร่วมมือกับ Huawei เพื่อสร้าง  “แพลตฟอร์ม AI แบบเปิด” สำหรับการพัฒนาบนโทรศัพท์มือถือ เป้าหมายคือเพื่อให้ผู้ใช้มือถือมี AIที่รู้จักคุณดีกว่า” ทำให้มันมีความสะดวกยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ในการใช้งานฟังก์ชั่นและบริการทั้งหลายที่เราชอบใช้กันบนโทรศัพท์มือถือ

มันจะช่วยให้นักพัฒนาโปรแกรมเขียนโค้ดที่จะเรียกใช้งาน  “การเรียนรู้ของเครื่อง” ที่ฝังตัวอยู่ในวงจรหน่วยประมวลผลเชิงประสาท ที่ถูกสร้างไว้แต่แรกในโทรศัพท์ของ Huaweiพวกนักพัฒนาจะสามารถใช้ประโยชน์จาก “ความสามารถรู้จำเสียงและภาพ” ใน “ฟังก์ชั่นการเรียนรู้ของเครื่อง” ได้เช่นเดียวกับ ความเหมาะสมของมันในการสร้าง “แอพความจริงเสริมแต่ง” ทั้งหลาย ความก้าวหนนี้ส่งให้ไป่ตู้กระโดดเข้าสู่เวทีแข่งขันอย่างเต็มตัวกับ Appleและ Samsung ซึ่งทั้งคู่ก็กำลังพัฒนา “AI ในมือถือ” ของตัวเองอยู่เช่นกัน

 

การแปลภาษาตามเวลาจริง

ไป่ตู้ได้พัฒนาอุปกรณ์พกพาที่สามารถทำให้เกิด  “การแปลภาษาแบบเรียนรู้สึก” ระหว่างภาษาอังกฤษ กับ จีนกลาง และ ญี่ปุ่น เป้าหมายในปัจจุบันของมันเล็งไปที่ตลาดนักท่องเที่ยว ช่วยเหลือผู้ใช้ในการนำทางไปทั่วเมืองต่าง ๆทั้งในและต่างประเทศ และช่วยในการทำงาน เช่น สั่งอาหารในภัตตาคาร ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ มันใช้  “อัลกอริทึมคาร

ประมวลผลภาษาธรรมชาติแบบเรียนรู้สึก” ขณะที่ การแปลภาษาจะถูกดำเนินการบนคลาวด์

 

ความท้าทายที่สำคัญ, จุดเรียนรู้, และ ไอเดียที่นำจะนำไปใช้

-จำนวนประชากรที่มีมากมายมหาศาลของประเทศบ้านเกิด – ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นผู้ใช้งานออนไลน์ – ช่วยให้ไป่ตู้รวบรวมชุดข้อมูลโปรไฟล์และพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง  สิ่งนี้ถูกนำมาใช้ในการปรับปรุง การนำเสนอบริการและการนำเสนอขายต่อผู้ลงโฆษณา ได้อย่างเจาะจง-ตรงเป้าหมาย-แม่นยำยิ่งกว่าใคร

– ไปตู้เสนอ “บริการ AI” ให้กับธุรกิจเพื่อให้ลูกค้าสามารถพัฒนาและปล่อยแอพพลิเคชั่นของตัวเองที่ได้รับการเสริมพลังจาก AI ภายใต้ Baidu Brain Framework

– ถึงแม้ว่าไป่ตู้มาทีหลังในธุรกิจ AI บนโทรศัพท์มือถือ แต่พวกเขาก็กำลังไล่ตามทันคู่แข่งมาอย่างรวดเร็ว โดยผ่านการเป็นหุ้นส่วนทางกลยุทธ์กับHuawei ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของจีนเพื่อที่จะใส่ AI ลงในโทรศัพท์มือถือ

-ไป่ตู้มีจีน ซึ่งมีโครงการพัฒนายานพาหนะขับเคลื่อนได้เอง ที่อาจกล่าวได้ว่า ก้าวหน้าที่สุดในโลก ด้วยรถยนต์ที่ติดตั้งด้วย Apollo Technology ที่คาดว่าจะนำ การขับเคลื่อนด้วยตนเองระดับ 4 ออกมาสู่ถนนเร็วๆนี้