เคียฟจนตรอก!? โดเนตส์โวยยูเครนใช้สารพิษ ทิ้งจากโดรนใส่ทหารรัสเซียในดอนบาส ผิดกม.สากลเป็นอาชากร

0

สถานการณ์สู้รบโดยรวม บ่งบอกความเหนือกว่าทางทหารของรัสเซียต่อเคียฟ-นาโต้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เนื่องจากยูเครนต้องสูญเสียเมืองยุทธศาสตร์สำคัญในพื้นที่ภูมิภาคใหม่หลายเมือง และกองทัพรัสเซียได้รุกคืบขับไล่กองทัพยูเครนถอยร่นออกไปเรื่อยๆ เพื่อปลดปล่อยดินแดนใหม่ทั้ง ๔ จากการควบคุมของยูเครนอย่างสมบูรณ์  เมื่อประสบความพ่ายแพ้เคียฟก็ใช้วิธีสกปรกหนักขึ้น ล่าสุดหัวหน้า โดเนตสค์ประกาศชัดว่า กองกำลังยูเครนใช้อาวุธสารพิษทิ้งจากโดรนในเมือง Donbass 

กองทหารอาสาสมัครของประชาชนดอนบาส และกองทัพประจำการของรัสเซียเริ่มพบหลักฐานของยูเครนที่น่าสงสัยว่าจะใช้อาวุธสารพิษตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิที่แล้ว เมื่อรัสเซียโวยในยูเอ็น เคียฟและผู้สนับสนุนตะวันตกได้ออกมาโต้แย้ง โดยกล่าวหาว่ารัสเซียเป็นฝ่ายใช้หรือเตรียมใช้คลังอาวุธสารพิษขณะที่สื่อตะวันตกเงียบกริบไม่รายงานจนในที่สุดกองทหารยูเครนก็งัดออกมาใช้ในช่วงที่กำลังเพลี้ยงพล่้าในสนามรบ ทำให้รัสเซียต้องออกมาโวยอีกครั้ง เรื่องนี้ต้องถึงสหประชาชาติไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็เป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการฟ้องนานาชาติทั่วโลก

วันที่ ๗ ก.พ.๒๕๖๖ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและรัสเซียทูเดย์รายงานเกี่ยวกับเดนิส ปูชิลิน (Denis Pushilin) หัวหน้าสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ประกาศว่า กองกำลังยูเครนหันไปใช้อาวุธสารพิษในทิศทางการต่อสู้ที่บัคมุต หรืออาติมอร์ฟสค์ (BakhmutArtyomovsk ) และเมืองอูเกลดาร์ (Ugledar) พื้นที่แนวหน้าในภูมิภาคดอนบาส 

ปูชิลินกล่าวว่า “ตามคำแถลงของกองกำลังของเราและผู้บัญชาการที่ออกมาให้ข้อมูลดังกล่าว มีข้อเท็จจริงของการใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยในหมู่ทหารของเรา ไม่เพียงแต่ในทิศทางของเมืองอาติมอฟสค์ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงในทิศทางของเมืองอูเกลดาร์ด้วย” 

เขาย้ำว่าได้รับรายงานเป็นเวลาอย่างน้อยสามสัปดาห์แล้ว “พวกเขากำลังทิ้งอาวุธสารพิษจากโดรนไปยังที่ตั้งของกองกำลังของเรา”

ก่อนหน้านี้ยัน กากิน (Yan Gagin) ที่ปรึกษาของปูชิลิน ให้สัมภาษณ์ในทำนองเดียวกัน เกี่ยวกับการใช้สารพิษโดยฝ่ายยูเครน และกล่าวว่าสารที่ใช้ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน อย่างรุนแรง ในหมู่นักรบบางคน

กากินระบุว่าฝ่ายยูเครนใช้อาวุธสารพิษมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีการโจมตีเกิดขึ้น “ตลอดแนวหน้าเนื่องจากสารที่ก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ สำลัก และไอ” และสารเคมีถูก “ฉีดพ่นจากภาชนะพิเศษที่ติดตั้งบนโดรน”

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก อาการต่างๆ เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และไอเป็นสัญญาณของการสัมผัสกับสารทำลายประสาท ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า กองทหารยูเครนบางส่วนโอ้อวดอย่างเปิดเผยว่าตนครอบครองอาวุธผิดกฎหมายเหล่านี้ทางออนไลน์  โดยโพสต์วิดีโอของโดรนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษและระเบิดแก๊สนำเข้าบนโซเชียลมีเดีย กากินเรียกร้องให้มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อาวุธผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างเป็นระบบและส่งไปร้องเรียนเป็นหลักฐานยังสหประชาชาติ

กองกำลังของรัสเซียและ Donbass เริ่มรายงานเกี่ยวกับแผนของยูเครนที่ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธสารพิษเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่แล้ว ที่งาน Army-2022 expo นอกกรุงมอสโกว์เมื่อปีที่แล้ว กองทัพรัสเซียได้สาธิตอากาศยานไร้คนขับ DJI Agras T30 ของยูเครนที่ยึดได้ในเมืองมาริอูปอล (Mariupol) ตลอดจนอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ซึ่งรวมถึงหน้ากากป้องกันแก๊สพิษที่ส่งไปยังเคียฟ โดยเยอรมนีและสาธารณรัฐเช็กเพื่อช่วยเหลือทางทหาร  โดรน DJI สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการเกษตรโดยเฉพาะ และมีอุปกรณ์พ่นยา รวมถึงกล้องในตัวและอุปกรณ์นำทาง

นอกจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีต่อกองทหารรัสเซียแล้ว มอสโกว์ยังแสดงความกังวล อย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับ ศักยภาพของอาวุธเหล่านี้ ในการยั่วยุ ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและพลเรือนโดยเคียฟเพื่อกล่าวหารัสเซียเป็นฝ่ายก่ออาชญากรรมสงคราม

นอกจากอาวุธเคมีแล้ว กองทัพรัสเซียยังได้ บรรยายสรุป ให้เจ้าหน้าที่ สาธารณชน และประชาคมระหว่างประเทศทราบอย่างสม่ำเสมอเกี่ยว กับ โครงการวิจัยเชื้อโรคและอาวุธชีวภาพที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสหรัฐฯ และดำเนินโครงการในยูเครน

ที่ผ่านมายูเครนและรัสเซียเป็นผู้ลงนามในอนุสัญญาอาวุธชีวภาพและอนุสัญญาอาวุธเคมี โดยสนธิสัญญาเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อจำกัดการวิจัยอาวุธชีวภาพและอาวุธเคมีทางทหารของทั้งสองประเทศอย่างเข้มงวด และกิจกรรมการกักตุน รัสเซียรื้อสต็อกอาวุธเคมีชุดสุดท้ายในยุคโซเวียตในปี ๒๕๖๐ แต่ยูเครนยังไม่มีการประกาศสต็อกอาวุธเคมีและยังไม่มีการรื้อสต็อกจนถึงเวลานี้

นับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารพิเศษของรัสเซียเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา  ทางการสหรัฐฯ และสื่อต่างๆ ก็ยืนยันว่าใครก็ตามที่อ้างถึงการใช้อาวุธสารพิษของยูเครน ถือว่าเป็นหุ่นเชิดของเครมลิน แต่หน้ากากจอมปลอมของมะกันหลุดออกมาหลายครั้ง

ในเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา วิกตอเรีย นูแลนด์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยอมรับว่าระบอบการปกครองของเคียฟยังคงรักษา “ศูนย์วิจัยทางชีววิทยา” ไว้หลายแห่ง และกล่าวว่าสหรัฐฯ “ค่อนข้างกังวล” ว่า “กองกำลังรัสเซียอาจพยายามเข้าควบคุม” สิ่งเหล่านั้น เป็นการยอมรับอย่างชัดเจนว่ามีการเตรียมการวิจัยฯสิ่งเหล่านี้ในยูเครนที่สนับสนุนโดยสหรัฐฯจริง แต่ทั้งยูเอ็นและสื่อหลักตะวันตกเมินเฉยมาตลอด เมื่อก้าวเข้าสู่ระยะอันตรายของการขยายวงสงคราม เค้าลางที่เคียฟจะนำออกมาใช้เริ่มชัดขึ้น รัสเซียจะรับมือกับเรื่องอุบาตอย่างนี้แบบไหน และสหรัฐรวมทั้งยูเอ็นจะมีท่าทีอย่างไร???