สายเกินขวาง!? BRICS สร้างสกุลเงินร่วมใช้ทองคำหนุน ส.ส.สหรัฐซัดดอลลาร์ล่มสลายเพราะไบเดนหนุนศึกยูเครน

0

ในสถานการณ์สู้รบที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดในสงครามตัวแทนยูเครน สงครามเศรษฐกิจที่ปะทะกันอย่างเงียบๆแต่ส่งผลต่อการชี้ขาดชัยชนะได้เริ่มเด่นชัดขึ้น ระหว่างมหาอำนาจขั้วเดี่ยวแองโกลแซกซอนที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำ กับกลุ่มโลกหลายขั้วที่รัสเซีย-จีนเป็นแกนนำ พบว่ายิ่งสหรัฐฯเปิดหน้าลุยหนุนหลังสงครามยูเครนมากเท่าไหร่ คว่ำบาตรรัสเซียและพันธมิตรอื่นๆมากเท่าใด สถานภาพของเปโตรดอลลาร์ก็ยิ่งตกต่ำมากขึ้นอย่างที่ไม่อาจคาดคิดมาก่อน

ล่าสุดสื่อรัสเซียเผยแพร่บทความอธิบายว่า เพราะเหตุใดระบบดอลลาร์จึงล่มสลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางการสร้างสกุลเงินร่วมของกลุ่ม BRICS โดยมีทองคำหนุนหลัง

วันที่ ๓๑ ม.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกรายงานว่า มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกัน (Republican Representative Marjorie Taylor Greene) ซัดรัฐบาลไบเดนว่าเป็นต้นเหตุทำลายเงินดอลลาร์สหรัฐ 

เทเลอร์กล่าวว่า “เงินดอลลาร์สหรัฐอาจเลิกเป็นสกุลเงินของโลก เป็นผลมาจากรัฐบาลเข้าไปหนุนความขัดแย้งในยูเครน และรัสเซียสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า ไม่ต้องใช้เงินดอลลาร์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้ประสบความสำเร็จ ก็ทำได้แล้ว อย่างนี้คนอื่นก็จะทำตาม”

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าสมาชิกกลุ่ม BRICS กำลังทำงานเพื่อเพิ่มการชำระเงินในสกุลเงินของประเทศ ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นเพราะกลไกที่ไม่น่าเชื่อถือของระบบเงินดอลลาร์ ที่ใช้เป็นอาวุธข่มเหงประเทศอื่นๆ

กัล ลุฟต์(Gal Luft) ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการวิเคราะห์ความมั่นคงทั่วโลกในวอชิงตัน

การสร้างสกุลเงิน BRICS เป็นกระบวนการที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” เนื่องจากประเทศสมาชิกของกลุ่ม “สนใจที่จะลดความเสี่ยงต่อเงินดอลลาร์สหรัฐและทำให้สกุลเงินของพวกเขาเป็นสากล” 

ลุฟต์กล่าวว่า “BRICS กำลังสร้างสกุลเงิน ‘ที่มีทองคำหนุนหลัง’ จีน รัสเซีย และแอฟริกาใต้จะสามารถสร้างสถาปัตยกรรม Gold-Standard 2.0 ได้”

ตามความเห็นของลุฟต์ สถาปัตยกรรมทางการเงินนี้จะ “ดึงดูดประเทศ Global South จำนวนมากเป็นทางเลือกแทนระบบเฟี๊ยตดอลลาร์ (fiat dollar) หรือเงินดอลลาร์กระดาษ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาช่วยให้สหรัฐฯไม่เพียงแต่คว่ำบาตรและบีบบังคับพวกเขาเท่านั้น แต่ยังเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองด้วยค่าใช้จ่ายของพวกเขาต้องใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค”

สำหรับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นที่สกุลเงิน BRICSอาจเผชิญ ลุฟต์วิเคราะห์ว่า “สหรัฐฯ และประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ที่ให้บริการโดยระบบดอลล่าร์ ในปัจจุบัน เช่น สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป จะไม่ต้อนรับเด็กใหม่เข้ามาในบล็อกการเงินการคลังของตัวเอง  และจะพยายามโน้มน้าวให้สกุลเงินที่มีอำนาจน้อยกว่า ในหมู่ สมาชิก BRICS ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นอินเดีย โดยชี้ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่มั่นคง”

ลุฟต์เน้นว่า “เมื่อพูดถึงระบบเงินดอลลาร์ ระบบจะ “ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเฟดที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของคนชาวอเมริกันและนักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับแรก โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ยากไร้ในโลก” “ตรงกันข้าม สิทธิพิเศษที่สูงเกินไปของสหรัฐฯ อนุญาตให้กู้ได้ไม่จำกัดจำนวนเพื่อนำเงินมาชดเชยการขาดดุลที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ประเทศยากจนต้องดิ้นรนหาเงินทุนของตนเอง”

การมองโลกในแง่ดีของลุฟต์เกี่ยวกับสกุลเงิน BRICS สอดคล้องกับ แอชราฟ พาเทล (Ashraf Patel) นักวิจัยอาวุโสจากอินสติติวท์ โกลบัล ไดอะล็อค (Institute for Global Dialogue) และสมาชิกของเครือข่ายติ้งแต้งบริกส์ (BRICS Think Tank Network) ของแอฟริกาใต้

เขากล่าวว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลุ่มประเทศ BRICS “มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการสร้างสกุลเงินใหม่”

พาเทลอธิบายว่า “โดยธรรมชาติแล้ว นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบครั้งใหญ่ และในโลกหลายขั้วที่เกิดขึ้นใหม่ ความคิดริเริ่มดังกล่าวเกิดขึ้นได้เมื่อกลุ่ม BRICS เติบโตขึ้น โดยมีประเทศหลักหลายแห่งในภาคใต้ของโลกที่กำลังพัฒนาแสดงความสนใจเข้าร่วมกลุ่ม BRICS”

Patel เสริมว่า ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ “แรงผลักดันในการสร้างระบบทั่วไปสำหรับการชำระเงินปลีกและการทำธุรกรรมระหว่างประเทศสมาชิก” สมาชิก BRICS กำลังสร้าง “ระบบการชำระเงินเดียว BRICS Pay”

เขากล่าวว่า “ในอนาคตอันใกล้ ประเทศเหล่านี้วางแผนที่จะเปิดตัวแพลตฟอร์มคลาวด์แบบพิเศษ ซึ่งจะเชื่อมต่อระบบการชำระเงินในประเทศของตน กระเป๋าเงินออนไลน์จะได้รับการพัฒนาให้สามารถเข้าถึงระบบการชำระเงินเหล่านี้ได้ รวมถึงแอปพลิเคชั่นมือถือที่คล้ายกับ Apple Pay ซึ่งสามารถติดตั้งบนสมาร์ทโฟนเพื่อซื้อสินค้าในห้าประเทศ BRICS โดยไม่คำนึงว่าสกุลเงินใดที่ชำระเงินและเงินในสกุลเงินใด บัญชีของผู้ซื้อเป็นสกุลเงินใด” 

จากข้อมูลของพาเทล การสร้างสกุลเงิน BRICS เป็น “ขั้นตอนหนึ่งของการกระจายสกุลเงินระยะยาวในระบบการเงินการค้าระหว่างประเทศในเส้นทางยาวไปสู่ ​​’การลดทอนอำนาจดอลลาร์’ ในการค้าโลก”

มอสโกว์ย้ำหลายครั้งว่านโยบายคว่ำบาตรของวอชิงตันบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์ ลดการลงทุนเงินสำรองของประเทศในหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ และมีส่วนในการเพิ่มปริมาณการค้าต่างประเทศในสกุลเงินรูเบิลและสกุลเงินประจำชาติอื่นๆ วอชิงตันและพันธมิตรใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างรุนแรงหลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนเมื่อวันที่ ๒๔ ก.พ. ๒๕๖๕ เมื่อสงครามยืดเยื้อดำเนินมาถึงวันนี้ ทั้งหมดที่สหรัฐฯทำได้ส่งผลสะท้อนกลับเข้าตัวเองทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน สั่นคลอนอำนาจเดี่ยวสหรัฐฯในระดับสากลและภายในประเทศของตัวเอง!!