ดร.เสรีเผย20เศรษฐีที่นายกจะคุยไม่ใช่จากฟอร์บส์?!? แย้ม3เรื่องไม่เกี่ยวเงินบริจาค!?!

0

จากที่บิ๊กตู่จะส่งจดหมายถึง20มหาเศรษฐีเมืองไทย ขอความคิดเห็นและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมประเทศไทยในสถานการณ์โควิด-19 กลายมาเป็นประเด็นให้พูดถึงกันมาก ทั้งหนุนและโจมตีว่าเป็นรัฐบาลขอทานด้วย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 เม.ย.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยในสถานการณ์โควิด-19 โดยช่วงหนึ่งระบุว่า หลายภาคส่วนในทีมประเทศไทย ได้เริ่มลงมือทำอะไรที่สำคัญ และมีประโยชน์ไปแล้วหลายอย่าง แต่วันนี้ผมต้องการเพิ่มความร่วมมือกับท่านทั้งหลาย ให้มากยิ่งขึ้น โดยเริ่มที่ภาคเอกชนก่อน สิ่งที่ผมจะทำในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ประการแรก คือผมจะออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 ท่าน

“ขอให้ท่านเหล่านั้นได้บอกผมว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ท่านจะร่วมมือกันกับเราอย่างไร และท่านจะลงมือช่วยเหลือประเทศไทยของเราให้มากขึ้น ได้อย่างไรบ้าง มหาเศรษฐีของประเทศไทยทั้งหลาย ล้วนมีอิทธิพลอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ผมขอให้ท่านได้มีบทบาทสำคัญ ในการร่วมกันช่วยเหลือประเทศ และ ร่วมเป็นทีมประเทศไทยด้วยกันกับเรา (ทีมไทยสู้โควิด-19)

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ล่าสุดวันนี้(18 เม.ย.63)  ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กว่า 20 เศรษฐีที่นายกฯ จะคุยด้วยเพื่อหารือด้านเศรษฐกิจคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในมิติต่างๆ ไม่ใช่ 20 เศรษฐีตามการจัดอันดับของ Forbes แล้วสื่อที่นำเสนอชื่อ top 20 เศรษฐีนั้นเอามาจากไหน รายงานข่าวเร็วไปไหม ไม่ตรวจสอบกันเลยเนาะ

“สิ่งที่นายกฯท่านจะปรึกษา 3 ประเด็นใหญ่ชัดเจนและน่าจะแสดงวิสัยทัศน์ที่ดี 3 ประเด็นนั้น คือ 1. อยากให้พยุงการจ้างงานเพื่อไม่ให้คนตกงาน 2. ช่วยลดราคาสินค้าเพื่อลดภาระของประชาชน และ 3. มาช่วยกันคิดว่าจะฟื้นเศรษฐกิจอย่างไรเรื่องนี้แล้วแต่คนจะมอง คนมองบวกก็จะบอกว่านี่คือการระดมความคิดทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจมาช่วยให้ประเทศไทยฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจให้ได้ หลังจากท่านได้คุณหมอมาช่วยท่านสู้กับ COVIT (โควิด-19) ได้ดีมากๆ

เมื่อเอาชนะโรคระบาด(โควิด-19)ได้ เราก็ต้องฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจ ไมว่า ครม. จะเก่งหรือไม่เก่งอย่างไร การฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจจะอาศัยความคิดนักการเมืองฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องบูรณาการความคิดของนักธุรกิจทุก sector ที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจเข้ามาเป็น recovery plan เราจึงจะฟื้นได้

สู้โรคด้วยคำแนะนำของหมอผู้เชี่ยวชาญจนเอาชนะได้ แล้วจะฟื้นเศรษฐกิจด้วยคำแนะนำของนักธุรกิจที่มีความสำคัญกับการพัฒนาและการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจน่าจะเป็นการขับเคลื่อนที่ถูกต้องนะคะ

อย่าจ้องแซะ แขวะ ด่า มันทุกเรื่อง เพราะเกลียดลุงตู่เลย คิดวางการเมืองแบบกีฬาสีลงก่อนเถอะนะคะ คิดถึงประเทศชาติ มาเป็นครอบครัวเดียวกัน สู้ปัญหาไปด้วยกัน ให้เราชนะไปด้วยกันเถอะนะคะ ขอร้องค่ะ” (ทีมไทยสู้โควิด-19)

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ Forbes Thailand ได้เคยจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยปี 2563 ซึ่งการแถลงของนายกฯนั้นไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นกลุ่มดังกล่าวนี้ใน 20 รายนี้หรือไม่  1.พี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลค่าทรัพย์สิน: 2.73 หมื่นล้านเหรียญ (8.92 แสนล้านบาท) 2. เฉลิม อยู่วิทยา แห่ง บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด (Red Bull) มูลค่าทรัพย์สิน: 2.02 หมื่นล้านเหรียญ (6.6 แสนล้านบาท)

3.เจริญ สิริวัฒนภักดี เครือไทยเบฟเวอเรจ มูลค่าทรัพย์สิน 1.05 หมื่นล้านเหรียญ (3.43 แสนล้านบาท) 4. ตระกูลจิราธิวัฒน์ เจ้าของอาณาจักรกลุ่มเซ็นทรัล 9.5 พันล้านเหรียญ (3.1 แสนล้านบาท ) 5. สารัชถ์ รัตนาวะดี แห่ง บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ มูลค่าทรัพย์สิน 6.8 พันล้านเหรียญ (2.22 แสนล้านบาท) 6. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา แห่งบริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด มูลค่าทรัพย์สิน: 3.8 พันล้านเหรียญ (1.24 แสนล้านบาท)

7.ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่าทรัพย์สิน 3.1 พันล้านเหรียญ (1.01 แสนล้านบาท ) 8. ตระกูลโอสถานุเคราะห์ บมจ. โอสถสภา มูลค่าทรัพย์สิน 3 พันล้านเหรียญ (9.8 หมื่นล้านบาท ) 9. วานิช ไชยวรรณ บมจ. ไทยประกันชีวิต มูลค่าทรัพย์สิน 2.8 พันล้านเหรียญ (9.15 หมื่นล้านบาท) 10. ชูชาติ เพ็ชรอำไพ และ ดาวนภา เพชรอำไพ บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล มูลค่าทรัพย์สิน 2.65 พันล้านเหรียญ (8.66 หมื่นล้านบาท)

11.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ มูลค่าทรัพย์สิน 2.6 พันล้านเหรียญ (8.49 หมื่นล้านบาท) 12. Harald Link บี.กริม กรุ๊ป มูลค่าทรัพย์สิน 2.3 พันล้านเหรียญ 2.3พันล้านเหรียญ (7.51 หมื่นล้านบาท) 13. กฤตย์ รัตนรักษ์ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ ทรัพย์สิน 2.25 พันล้านเหรียญ (7.35 หมื่นล้านบาท) 14. คีรี กาญจนพาสน์ บีทีเอส กรุ๊ป ทรัพย์สิน 1.9 พันล้านเหรียญ (6.2หมื่นล้านบาท)

15.สันติ ภิรมย์ภักดี บมจ. บุญรอด บริวเวอรี ทรัพย์สิน 1.86 พันล้านเหรียญ (6.07หมื่นล้านบาท) 16. ทักษิณ ชินวัตร เอสซี แอสเซท ทรัพย์สิน 1.85 พันล้านเหรียญ (6.04 หมื่นล้านบาท) 17. วิชัย ทองแตง บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ ทรัพย์สิน 1.8 พันล้านเหรียญ (5.88หมื่นล้านบาท) 18. สมโภชน์ อาหุเนย บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ ทรัพย์สิน 1.75 พันล้านเหรียญ (5.72หมื่นล้านบาท) 19. ฤทธิ์ ธีระโกเมน บมจ. เอ็มเค เรสโตรองส์ กรุ๊ป 1.65 พันล้านเหรียญ (5.39 หมื่นล้านบาท) 20. ศุภลักษณ์ อัมพุช เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ทรัพย์สิน 1.6 พันล้านเหรียญ (5.23 หมื่นล้านบาท)

ที่มา https://thaimoveinstitute.com/4144/