ชาวบูร์กินาฟาโซเดือด! ต้านฝรั่งเศส ก่อม็อบเผาสถานทูตฯ-ไล่พ้นปท. งัดขีปนาวุธรัสเซีย สอยเครื่องบินรบให้ร่วง

0

ชาวบูร์กินาฟาโซเดือด! ต้านฝรั่งเศส ก่อม็อบเผาสถานทูตฯ-ไล่พ้นปท. งัดขีปนาวุธรัสเซีย สอยเครื่องบินรบให้ร่วง

จากกรณีเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ต้อนรับประธานาธิบดี แม็คกี้ แซล แห่งเซเนกัล ในฐานะผู้นำสหภาพแอฟริกา โดยการเดินทางเยือนรัสเซียในครั้งนี้มีเป้าหมายคือการแก้ไขวิกฤตอาหาร ร่วมด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรม

ต่อมาทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่แอฟริกา ติดขีปนาวุธรัสเซีย สั่งเฉดหัวทูตและกองทัพฝรั่งเศส โดบอกว่า ฝรั่งเศส ชาติเจ้าอาณานิคมขาใหญ่ในแอฟริกา แม้ต่อมาจะยอมให้เอกราช แต่กลับมีข้อแม้กดขี่มากมาย เช่น ต้องใช้ภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาราชการ , บรรดาชนชั้นนำและทหารต้องไปเรียนต่อฝรั่งเศส
ต้องให้สัมปทานเหมืองแร่กับฝรั่งเศส , ต้องให้มีฐานทัพฝรั่งเศสในประเทศ ก็ไม่ต่างอะไรกับเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสอยู่ดี มีเอกราชก็เหมือนไม่มี จะตัดสินใจอะไรเองก็ไม่ได้

ชาติแอฟริกา จึงพยายามมองหาชาติมหาอำนาจใหม่ที่สูสีกับชาติมหาอำนาจเก่าที่กำลังโรยราอับแสง เพื่อปลดเอกชาติแอฟริกาออกจากอิทธิพลฝรั่งเศส และชาติตะวันตกมาโดยตลอด ช่วงหลังมา รัสเซีย จีน ได้เข้าไปจัดระเบียบโลกใหม่ในแอฟริกา โดยจีนช่วยในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบน้ำ เขื่อน ไฟฟ้า รถไฟ ท่าเรือ ส่วนรัสเซียส่งนักรบ Wagner ไปช่วยสอนกองกำลังรัฐบาลปราบปราบกลุ่มก่อการร้ายโปรตะวันตก

การต่อต้านฝรั่งเศส พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่ประชาชาวแอฟริกา ขณะที่ประเทศในแอฟริกาตะวันตกเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียอย่างแน่นแฟ้น สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้ชาติขาใหญ่บิ๊กโฟร์ สหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี ส่วนอิตาลีนั้นไม่เข้าไปมีอิทธิพลนานแล้ว ชาติขาใหญ่พยายามคงกำลังทหารไว้ และให้ NGOs กับกลุ่มติดอาวุธคอยก่อกวนรัฐบาลแอฟริกา

ธ.ค.2022 เดือนก่อน กลุ่มก่อการร้ายโปรตะวันตกลอบส่งพัสดุระเบิดให้เจ้าหน้าที่ทูตของรัสเซีย ประจำแอฟริกากลาง เขาถูกส่งตัวกลับไปรักษาที่รัสเซียทางเครื่องบิน แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือ ชาวแอฟริกา รักและผูกพันต่อรัสเซียมากที่มาช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตโครงการต่างๆ และด้านความมั่นคง ชาวบ้านแห่มาเต็มโรงพยาบาล

เพื่อให้กำลังใจและยังตามมาส่งถึงสนามบิน ขอให้เขาหายและกลับมาโดยไว เป็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้มีอำนาจฝรั่งเศส ที่ชาวบ้านมีแต่ขับไล่ ขว้างปาเมื่อผ่านไป ส่วนบูร์กินาฟาโซ นั้นโปรรัสเซีย เต็มตัวประธานาธิบดี Traore เปิดกว้างมากขึ้นในการทำงานร่วมกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะกับรัสเซีย

เมื่อเดือนที่แล้วนายกรัฐมนตรี Burkinabe Joachim Kyelem de Tambela เดินทางไปเยือนรัสเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์และขอความช่วยเหลือต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย กองทัพบูร์กินาฟาโซ ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ และอาวุธรัสเซีย ลุยปราบปรามกำจัดกลุ่มก่อการร้ายโปรตะวันตกที่คอยข่มขู่ก่อกวนชาวบ้านอย่างหนัก

รัฐบาล จึงไม่พอใจฝรั่งเศส ที่หนุนกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มอัลกออิดะห์และกลุ่ม IS ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน และยังทำให้ผู้คนเกือบ 2 ล้านคนต้องพลัดถิ่นฐาน รัฐบาลบูร์กินาฟาโซ ขับไล่ NGOS ที่ฉากหน้าเป็นประสานงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ ให้ออกจากประเทศ และประกาศให้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา แต่ฉากหลังเขากลับเป็นผู้ประสานงานกับผู้ก่อการร้ายเสียเอง

ต่อมารัฐบาล ยังขับไล่ทูตฝรั่งเศส ให้ออกไปจากดินแดนของตนอีกด้วย เพราะยิ่งอยู่ยิงป่วนหนักกว่าเดิม ชาวบูร์กินาฟาโซ ต่างทวีความเกลียดชังต่อต้านฝรั่งเศสมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อม็อบเผาสถานทูตอยู่เนืองๆ ปีก่อนรัฐบาลมาลี ที่เป็นโปรรัสเซีย แตกหักกับฝรั่งเศส จึงขับไล่ฐานทัพให้ออกไปจากประเทศของตนแถมกองทัพมาลี งัดขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่ผลิตจากรัสเซีย

ออกมาขู่ฝรั่งเศส ว่าพร้อมจะป้องกันบูรณภาพของดินแดนของตน ถ้าฝรั่งเศสไม่ยอมถอนทหารไป จะสอยเครื่องบินขนส่งทางทหารฝรั่งเศสให้ร่วง ทำให้ทหารกองทัพฝรั่งเศส หลายร้อยนายต้องหอบสื่อผืนหมอนใบระหกระเหินไปประจำการในบูร์กินาฟาโซ

ล่าสุดรัฐบาลบูร์กินาฟาโซ ที่เป็นคู่หูกับรัฐบาลมาลี ได้ยกเลิกข้อตกลงปี 2018 ที่ให้กองทัพฝรั่งเศสอยู่ในดินแดนของตน จากนั้นยื่นคำขาด ขับไล่เฉดหัวส่งกองทัพฝรั่งเศส ให้ออกไปจากประเทศภายในเวลา 1 เดือน ไม่งั้นเจอถล่มด้วยอาวุธรัสเซีย

กองทัพฝรั่งเศส ไปประจำการชาติใด ชาตินั้นวุ่นวายหนักกว่าเดิม บรรดาชาติในแอฟริกา จึงพากับขับไล่ทั้งทูต , NGOs ฐานทัพฝรั่งเศส พร้อมไม่ต่ออายุสัมปทานเหมืองแร่ให้ จากนั้นยกสัมปทานให้รัสเซียแทน เพราะรัสเซียไม่เอาเปรียบ จ่ายค่าภาคหลวงให้รัฐบาลกลางเต็มพิกัด และจ่ายให้กับกองทุนของท้องถิ่นชาวบ้านในพื้นที่ รัสเซีย ยังช่วยเหลืออาหารข้าวสาลี น้ำมัน ขนมาให้ไม่ขาดสาย

ทำให้ชาวแอฟริกาเห็นถึงความจริงใจรัสเซีย เปรียบเทียบกับฝรั่งเศส ที่ไม่เคยทำแบบนี้เลยตลอดหลายศษวรรษ มีแต่จะมาขนเอาทรัพยากรกลับไปแต่ฝ่ายเดียว ความผูกพันธ์ฉันท์มิตรรัสเซียกับชาวแอฟริกาทวีคูณในเชิงบวกขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าในเดือนนี้ สหรัฐ จะพยายามส่งกระทรวงต่างประเทศเดินสายมาข่มขู่รายประเทศในแอฟริกา ให้ออกห่างจากรัสเซีย และจีน

แต่สิ่งนั้นจะสูญเปล่าและไร้ผล ยิ่งขู่ด้วยระเบียบโลกเก่าขั้วเดียวเท่าไร จะยิ่งผลักดันชาวทวีปแอฟริกาให้ใกล้ชิดฝ่ายระเบียบโลกใหม่หลายขั้วมากขึ้นและรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียก็ย้อนเกร็ดเยือนทวีปแอฟริกาในเวลาไล่เลี่ยกัน
และจะถูกงัดขีปนาวุธ และปืนมาขับไล่ชาวตะวันตก ให้เผ่นป่าราบกลับบ้านไปแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.blockdit.com/world.update

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/profile.php?id=100077775671454