โลกระทึก!! กูรูมะกันซัดสหรัฐ-นาโต้จะพินาศ ดันยูเครนรบรัสเซียจะแพ้ยับ โศกนาฎกรรมลามแผ่นดินเมกา

0

ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันฟันธงชัด หากสหรัฐฯไม่ถอย จะเป็นโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ ที่ผลลัพธ์ในอิรักและลิเบียจะดูเหมือนข้อผิดพลาดเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในสงครามตัวแทนยูเครน

วันที่ ๒๑ ม.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวมิลิทารี่รีวิว รายงานว่า เท็ด กาเล็น คาร์เพ็นเตอร์(Ted Galen Carpenter) นักวิจัยอาวุโสของสถาบันแคโต (Cato Institute) กลุ่มนักคิดสำหรับปัญหาความมั่นคงของภาคเอกชนในอเมริกา ตีพิมพ์บทความในสิ่งพิมพ์อิสระไนน์ทีนฟอร์ตี้ไฟฟ์ (19FortyFive) ซึ่งเขาวิพากษ์ว่าน โยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวของสหรัฐฯ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าเศร้าในหลายประเทศ และความต่อเนื่องที่กำลังดำเนินอยู่คือ วอชิงตันกำลังใช้ยูเครนเป็นเบี้ยในสงครามตัวแทนของนาโต้กับรัสเซีย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น

นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็นในต้นทศวรรษ ๑๙๙๐ สหรัฐอเมริกาได้ยั่วยุหรือเข้าร่วมโดยตรงในความขัดแย้งทางทหารหลายครั้ง รายชื่อประเทศที่เคยประสบกับความก้าวร้าวของวอชิงตันมีมากมาย เช่น คูเวต โซมาเลีย บอสเนีย โคโซโว อัฟกานิสถาน อิรัก ลิเบีย ซีเรีย และล่าสุดคือยูเครน

แม้ว่าผู้นำสหรัฐจะเชื่ออย่างจริงใจว่า การแทรกแซงทางทหารเหล่านี้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาในเชิงกลยุทธ์ และมีเหตุผลทางศีลธรรมและความชอบธรรมเพียงพอ  แต่ประวัติศาสตร์ ก็พิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น ผู้เขียนมั่นใจว่า “สงครามครูเสด” ส่วนใหญ่ของวอชิงตัน ได้ทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วในประเทศและภูมิภาคทั้งหมดที่การแทรกแซงทางทหารเกิดขึ้น เลวร้ายหนักกว่าเดิม

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “ตัวแทนส่วนใหญ่ของสถานประกอบการในอเมริกาไม่แสดงอาการของการเรียนรู้บทเรียนที่เกี่ยวข้อง จากความผิดพลาดครั้งก่อน ตัวอย่างล่าสุดของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้นำสหรัฐฯ คือการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของนาโต้ไปทางตะวันออก ซึ่งคุกคามความมั่นคงของรัสเซีย จึงถูกบังคับให้เปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน แม้ว่ามันจะมีเหตุผลที่จะเห็นด้วยกับสถานะที่เป็นกลางของรัฐนี้และหลีกเลี่ยงการนองเลือดได้ สหรัฐกลับไม่สนใจทำ” 

คาร์เพนเตอร์เตือนว่า “ที่แย่กว่านั้น สงครามตัวแทนระหว่างวอชิงตันและนาโต้กับรัสเซียอาจบานปลายเป็นความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบได้ทุกเมื่อ  พร้อมผล กระทบทางนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้น  แต่ถึงกระนั้นความเป็นไปได้นี้ก็ไม่ทำให้ผู้นำอเมริกันหวาดกลัวหรือสนใจจะหยุดคิด  ซึ่งมักพยายามแก้ปัญหาความเหนือกว่าของโลกด้วยการหว่านความโกลาหลและการทำลายล้างในประเทศอื่นต่อไป  บทเรียนในอดีตไม่ได้สอนอะไรให้กับผู้ถืออำนาจปกครองของสหรัฐฯเลย” 

ในทศวรรษที่ ๑๙๙๐ แทนที่จะปล่อยให้การสลายตัวของยูโกสลาเวียดำเนินไปตามธรรมชาติ สหรัฐอเมริกานำการแทรกแซงทางทหารของนาโต้เพื่อรักษาประเทศใหม่ที่ไม่มั่นคง โดยในตอนแรกหนุนบอสเนีย แย่งชิงจังหวัดเซอร์เบียของโคโซโวจากการควบคุมของเบลเกรด ความขัดแย้งลากยาวจนหนึ่งในสี่ของศตวรรษต่อมา ทั้งสองพื้นที่นั้นยังคงขัดแย้งกันฝุ่นตลบด้วยปัญหาชาติพันธุ์และการเมือง ทำให้คาบสมุทรบอลข่านวุ่นวายไม่จบสิ้น

การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐอเมริกาภายใต้ข้ออ้างที่สมเหตุสมผลในการต่อสู้กับระบอบเผด็จการในอิรัก ลิเบีย และซีเรีย ซึ่งค่อนข้างมีเสถียรภาพในเวลานั้น นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่า หลังจากการโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน ความโกลาหลครอบงำในอิรักไม่หยุดยั้ง ประเทศนี้ได้กลายเป็นฐานขององค์กรก่อการร้ายระหว่างประเทศ 

การกำจัดมูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการลิเบียโดยพันธมิตรนาโต้ที่นำโดยสหรัฐฯ นำไปสู่การสั่นคลอนในภูมิภาค พลเรือนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก กระแสผู้ลี้ภัย และสงครามกลางเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ซ้ำซาก  เช่นเดียวกับในกรณีของอิรักและลิเบีย การแทรกแซงของสหรัฐฯ ในซีเรียและความพยายามที่จะกำจัดบาชาร์ อัล-อัสซาดได้นำไปสู่โศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง

ผู้เชี่ยวชาญมั่นใจว่า ตอนนี้สถานการณ์กำลังซ้ำรอยในยูเครน สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรนาโต้ ได้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมโดยไม่จำเป็นผ่านนโยบายที่เงอะงะและเชื่องช้าต่อรัสเซีย หวังทำลายผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของมอสโกว์ และเป็นอีกครั้งที่ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะยอมรับสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย การทำเช่นนั้นกลับสร้างสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม หากพวกเขาไม่ถอยตอนนี้ ยอมศิโรราบ ผลลัพธ์อันน่าสยดสยองในคาบสมุทรบอลข่าน อิรัก ลิเบีย และซีเรีย อาจดูเหมือนเป็นความผิดพลาดเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ของความขัดแย้งในยูเครนที่จะลุกลามมาถึงแผ่นดินอเมริกาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ข้อเท็จจริงวันนี้ จากท่าทีก้าวร้าวของยูเครน และการกระเหี้ยนกระหือรือของโปแลนด์ การประชุมนาโต้ครั้งล่าสุดบ่งบอกความไม่พร้อมของนาโต้อย่างชัดเจน แม้แต่ผู้นำกองทัพสหรัฐขัดแย้งกันเองในการประเมินความขัดแย้งในยูเครน

มาร์ค มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของอเมริการู้สึกกังขาเกี่ยวกับโอกาสของยูเครนในปี ๒๕๖๖ ที่จะปฏิบัติการรุกขนาดใหญ่และขับไล่กองทหารรัสเซียออกจากดินแดนของตน ว่าไม่น่าเป็นไปได้ เขาได้เดินทางไปพบผบ.สูงสูดของยูเครนที่วอร์ซอก่อนเข้าประชุมนาโต้ที่ฐานทัพอเมริกา

ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ลอยด์ ออสติน กล่าวว่า “รัสเซียไม่ประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ และกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนกระสุนปืน ทั้งยังประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ระหว่างการสู้รบในยูเครน ไม่รู้ว่าหลอกตัวเองหรือหลอกยูเครน

ดังนั้นเหล่าสมาชิกนาโต้ซึ่งดูเหมือนไม่เต็มใจก่อสงครามใหญ่ ต่างก็สามารถสังเกตเห็นความขัดแย้งกันของตัวแทนของผู้นำทางทหารระดับสูงของอเมริกาเห็นได้ชัดว่าไม่สามารถหาฉันทามติในประเด็นการประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการสู้รบในยูเครนได้อย่างสอดคล้องกับความเป็นจริง ท่ามกลางการรุกคืบของกองทัพรัสเซียในสนามรบและประกาศชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง เท่ากับการันตีการวิเคราะห์ของกูรูมะกันอย่างชัดเจน!!