เมกา-นาโต้ผวา!! ปูตินสั่งเพิ่มทหาร ๑.๕ ล้าน ฝึกหน่วยรบพิเศษ-หน่วยอาสา ออกกม.ตัดสิทธ์ผู้ถือหุ้นรัฐไม่เป็นมิตร

0

หลังจากสหรัฐฯและสมาชิกตัวหลักของนาโต้แสดงท่าทีก้าวร้าวต่อรัสเซียเพิ่มทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ เตรียมจัดกองทัพรถถังยานเกราะของหลายประเทศประเคนให้ยูเครนไปสู้รัสเซียต่อ และเตรียมถมเงินจากภาษีของประเทศอัดให้ยูเครนเสมือนจ้างให้ทำลายล้างบ้านเมืองตัวเองอีกระลอก เรียกว่าจะให้รบจนยูเครนคนสุดท้ายจริงๆ แต่สถานการณ์วันนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะทุกอย่างผิดจากแผนที่วางไว้  ต้องการทำลายเศรษฐกิจให้รัสเซียล้มละลายติดหล่มสงคราม แต่กลับทำให้เศรษฐกิจเมกาและยุโรปถดถอยลงเรื่อยๆซะเอง  คาดว่ารัสเซียจะแพ้เพราะรบยืดเยื้อแต่รัสเซียกลับแข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมมากขึ้น ทั้งได้สรุปบทเรียนเห็นศัตรูอย่างทะลุปรุโปร่ง วันนี้เมกา-นาโต้จึงยังละล้าละลังไม่กล้าประกาศศึกเต็มรูปแบบ แม้จะเปิดหน้ากองบัญชาการร่วมของนาโต้ในสงครามยูเครนแล้วก็ตาม

ฝ่ายรัสเซีย ยิ่งเดินหน้าบุกไม่ยั้งทั้งในสนามรบ และสงครามเศรษฐกิจ ล่าสุดเครมลินประกาศเพิ่มความแข็งแกร่งของกองทัพด้วยกำลังพล ๑.๕ ล้านนาย พร้อมฝึกอาสาสมัคนจากภูมิภาคใหม่ๆ และหน่วยรบพิเศษเต็มอัตราศึก เนื่องจากปรากฎชัดแล้วว่า เมกา-นาโต้กำลังเร่งมือระดมกำลังเงินและอาวุธทำสงครามทำลายล้างรัสเซียอย่างโจ่งแจ้ง 

วันที่ ๑๘ ม.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวทาซซ์และรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ดมิทรี เปสคอฟโฆษกเครมลินเปิดเผยว่า “กองทัพรัสเซียต้องการทหาร ๑.๕ ล้านคน เนื่องจากชาติตะวันตกกำลังทำสงครามตัวแทนกับรัสเซีย”

เปสคอฟอธิบายว่า “สงครามตัวแทนหมายถึงองค์ประกอบของการมีส่วนร่วมทางอ้อมในการปฏิบัติการทางทหาร ทั้งองค์ประกอบของสงครามเศรษฐกิจ สงครามการเงิน ทางการเมืองและกฎหมาย” เขาเสริมว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมในการรับรองความปลอดภัยของรัสเซีย เครื่องมือเฉพาะสำหรับการบรรลุเป้าหมายนั้นอยู่ในระหว่างดำเนินการ

เมื่อเครมลินโยนลูก กลาโหมเด้งรับทันที เซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย จัดการประชุมกับเจ้าหน้าที่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและหน่วยบริการ และผู้บัญชาการอาวุโสคนอื่นๆ เกี่ยวกับการเพิ่มกำลังของกองทัพรัสเซียเป็น ๑.๕ ล้านนาย การระดมกำลังจะประสานกับการจัดหาอาวุธและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 

ชอยกู ย้ำว่า มาตรการทั้งหมดควรรวมอยู่ในแผนที่ครอบคลุมสำหรับการเพิ่มองค์ประกอบและความแข็งแกร่งของกองทัพรัสเซีย และประสานกับการส่งมอบอาวุธ ยุทโธปกรณ์พิเศษและยุทโธปกรณ์และวัสดุภายใต้คำสั่งป้องกันประเทศ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับที่พักของกองกำลังและจัดหาทรัพยากรที่เหมาะสม

มาตรการเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในช่วงปี ๒๐๒๓-๒๐๒๖ และกำหนดให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของแต่ละกองทัพ และผู้บัญชาการของภูมิภาคทางทหาร กองเรือเหนือ และการบริการ ตัดสินใจอย่างเหมาะสม

ในเวลาเดียวกันปธน.ปูตินได้ลงนามกฎหมายใหม่เกี่ยวกับสถานภาพของผู้ถือหุ้นในบริษัทรัสเซียจากรัฐที่ไม่เป็นมิตร ระบุชัดว่า การตัดสินใจขององค์กรไม่จำเป็นต้องได้รับคะแนนเสียงจากบุคคลดังกล่าว คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้สหรัฐและตะวันตกกำหนดคว่ำบาตรรัสเซียทางเศรษฐกิจ การเมืองไม่จบสิ้น เท่ากับสงครามเศรษฐกิจรอบใหม่กำลังเริ่มขึ้นอย่างเข้นข้นโดยรัสเซียไม่รอให้ฝ่ายตะวันตกทำอยู่ฝ่ายเดียว

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ปธน.ปูติน ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่กำหนดขั้นตอนชั่วคราวในการรับรองมติของบริษัทร่วมหุ้นรายใหญ่ของรัสเซีย ในด้านพลังงาน การสร้างเครื่องจักร และการค้า

เนื่อหาระบุว่า “ผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทดังกล่าวจะสามารถตัดสินใจโดยไม่ต้องนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นจากประเทศที่ไม่เป็นมิตร” เอกสารที่โพสต์เมื่อวันอังคารประการแรก อ้างถึงบริษัทที่เข้าเกณฑ์หลายประการ หนึ่งในนั้นคือประเทศอื่น ๆ หรือองค์กรระหว่างประเทศที่กำหนดบทลงโทษต่อเจ้าของ หรือผู้รับผลประโยชน์ของบริษัทรัสเซีย 

ประการที่สองคือบุคคลต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับรัฐที่ไม่เป็นมิตร มีส่วนได้เสียในทุนจดทะเบียนหรือหุ้นในบริษัทดังกล่าว แต่ไม่เกิน ๕๐% นอกจากนี้ รายได้ของกิจการสำหรับปีก่อนการตัดสินใจควรสูงกว่า ๑ แสนล้านรูเบิล คิดเป็นเงิน ๑,๔๖๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในกรณีที่คนชาติจากรัฐที่ไม่เป็นมิตรเป็นสมาชิกของหน่วยงานการจัดการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายอื่นจะมีสิทธิ์ลงมติไม่นับคะแนนเสียงของผู้นั้น ขั้นตอนชั่วคราวจะมีผลจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖

และเพื่อตอบสนองต่อมาตรการคว่ำบาตรชุดที่ ๙ ของสหภาพยุโรป กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแจ้งว่า มอสโกว์ได้ขยายบัญชีดำเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปที่ถูกห้ามเข้ารัสเซีย มาตรการคว่ำบาตรของรัสเซียต่อยู ครอบคลุมหัวหน้าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหภาพยุโรป ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฝึกกองกำลังยูเครนภายใต้กรอบภารกิจของสหภาพยุโรป ในการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กรุงเคียฟ

นอกจากนี้มีการคว่ำบาตรต่อรัฐและโครงสร้างเชิงพาณิชย์ของยุโรปที่ผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหารและส่งไปยังเคียฟ เช่นเดียวกับกับพลเมืองของสหภาพยุโรปที่หลงระเริงในวาทศิลป์ต่อต้านรัสเซียอย่างเป็นระบบในที่สาธารณะ บัญชีดำยังรวมถึงสมาชิกรัฐสภายุโรปอีกหลายคนด้วย 

เมื่อตะวันตกแซงก์ชั่นไม่เลิกรา ก็ถึงเวลารัสเซียคว่ำบาตรกลับ ทั้งชนชั้นสูงทางฝ่ายการเมือง การทหารและภาคธุรกิจครบทุกมิติแล้ว ตัดขาดสัมพันธ์กันแบบสมน้ำสมเนื้อกับโรครัสโซโฟเบียของแองโกลแซกซอน ศึกครั้งนี้ชี้ขาดความอยู่รอดของประชาชาติรัสเซีย จึงต้องมีชัยชนะอย่างเดียว ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน!!??