สามนิ้วไทยแหกตาดู! อภิมหาเศรษฐีอังกฤษทำสงครามชนชั้น แฉสุดเหลื่อมล้ำคนรวยแค่ 1% ค่าจ้างลดลง-คนจนท่วมปท.

0

จากที่ชาติยุโรปพากันร่วมคว่ำบาตรรัสเซีย ทำให้บรรดาประเทศเหล่านี้กลับได้รับผลกระทบ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งเรื่องพลังงาน อาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยที่เหลื่อมล้ำยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้มีรายงานจากสื่อต่างประเทสระบุถึงผลการศึกษาของอ็อกซ์แฟม พบว่าบุคคลร่ำรวยที่สุดในสหราชอาณาจักร 685,000 คน มีทรัพย์สินรวมกัน 2.8 ล้านล้านปอนด์ ในขณะที่ 70% ของประชากรทั้งหมด หรือประชาชน 48 ล้านคน มีทรัพย์สินรวมกัน 2.4 ล้านล้านปอนด์

รายงานขององค์กรการกุศลไม่แสวงหากำไรแห่งนี้ ที่ใช้ชื่อว่า Survival of The Richest ตอกย้ำถึงความเหลื่อมล้ำทั่วโลก หลังพบเห็นความขัดสนรุนแรงและความร่ำรวยแบบสุดขั้ว ต่างเพิ่มขึ้นทั้งคู่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

แอบบอต์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์มอร์นิง สตาร์ ว่า สหราชอาณาจักรกำลังกลายเป็นสังคมหนึ่งๆ ที่คนมั่งมีรวยเอารวยเอา และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากสุดเท่าที่เคยมีมา แต่รัฐบาลยืนกรานว่าพนักงานภาครัฐ อย่างเช่นพยาบาล จำเป็นต้องยอมรับการค่าจ้างที่ลดลงในแง่ของความเป็นจริง

ระหว่างปี 2021 ถึงปี 2022 บุคคลร่ำรวย 1% มีทรัพย์สินพอกพูนเกือบเท่าตัว ในฐานะทรัพย์สินใหม่ เท่ากับทั่วโลกรวมกัน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 21 ล้านล้านปอนด์ อ็อกซ์แฟมระบุ

ในขณะเดียวกัน เงินเฟ้อที่พุ่งทะยานบีบให้แรงงาน 1,700 ล้านคน มีค่าจ้างลดลงในแง่ของความเป็นจริง และอีกมากกว่า 820 ล้านคน หรือราว 1 ใน 10 ของประชากรโลก กำลังประสบกับภาวะอดอยาก

อ็อกซ์แฟม เรียกร้องให้เก็บภาษีความมั่งคั่งสูงสุด 5% จากอภิมหาเศรษฐีทั้งหลาย เพื่อรวบรวมเงิน 1.4 ล้านล้านปอนด์ในแต่ละปี สำหรับช่วยเหลือประชากร 2,000 ล้านคนออกจากความยากจนขัดสน

แดนนี ศรีสกันธราชา จากองค์กรการกุศลไม่แสวงหากำไรแห่งนี้ ตำหนิรัฐบาลประเทศต่างๆ ต่อความล้มเหลวในการจัดการกับความเหลื่อมล้ำที่ห่างออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ โดยบอกว่ามันเป็นการดูหมิ่นคุณค่าพื้นฐานความเป็นมนุษย์

วิกฤตต่างๆนานาผลักผู้คนหลายล้านสู่ปากเหว ในขณะที่พวกผู้นำของเราล้มเหลวในการทำสิ่งที่กล้าหาญ รัฐบาลประเทศต่างๆหยุดดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มน้อย

เราจะยอมรับระบบหนึ่งๆได้อย่างไร ในเมื่อคนที่ยากจนที่สุดในประเทศต่างๆมากมาย ต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงกว่าพวกอภิมหาเศรษฐี คนขายขนมปังรายหนึ่งในยูกันดา ต้องจ่ายภาษี 40% ในแต่ละเดือน ขณะที่อัตราภาษีที่แท้จริงของอภิมหาเศรษฐีบางส่วน อยู่ในระดับต่ำแค่ราวๆ 3%

องค์กรการกุศลไม่แสวงหากำไรแห่งนี้ พบด้วยว่าบริษัทอาหารและพลังงาน 95 แห่ง มีกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปีที่แล้ว มีกำไรลาภลอย 251,000 ล้านปอนด์ ซึ่งส่วนใหญ่ไปเข้ากระเป๋าบรรดาผู้ถือหุ้น

รายงานของอ็อกซ์แฟม ระบุว่าเงินเฟ้อพุ่งทะยานในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลียและสหรัฐฯ อย่างน้อยๆครึ่งหนึ่งมีผลกำไรส่วนเกินของบริษัททั้งหลายเป็นตัวขับเคลื่อน

นิค เดียร์เดน ผู้อำนวยการองค์กร Global Justice Now ให้สัมภาษณ์กับมอร์นิงสตาร์ ว่าตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า พวกอภิมหาเศรษฐีกำลังทำสงครามชนชั้นกับพวกเราที่เหลือ ชนชั้นมั่งมีที่มีอยู่น้อยนิด เสริมความร่ำรวยให้แก่ตนเอง ด้วยราคาที่คนยากจนเป็นคนจ่าย และหายนะด้านสภาพภูมิอากาศที่กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆทั่วโลก