เลือกข้างโลกหลายขั้ว!! มาดูโรแห่งเวเนฯประกาศถึงเวลาเทเมกา กลุ่มละตินยืนข้างรัสเซีย-จีน ชวนแห่เข้าBRICS

0

การเคลื่อนไหวที่น่าจับตาล่าสุดในละตินอเมริกา ทำให้ปธน.ไบเดนต้องเจอเรื่องปวดหัวเพิ่ม เมื่อผู้นำเวเนซูเอลา ” มาดูโร” เสนอให้ประเทศในละตินอเมริกาสร้างกลุ่มภูมิภาคใหม่ที่เป็นพันธมิตรกับรัสเซียและจีน กรอบดังกล่าวจะสร้าง “ขั้วอำนาจใหม่” ที่มีอำนาจต่อรองในโลกมากขึ้น อาจโดยกลุ่มเฉพาะของละตินและคาริบเบียนหรือ อาจโดยเข้าร่วมกับกลุ่มโลกหลายขั้วพันธมิตรทางเศรษฐกิจBRICS

ประเทศนี้มีน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาร์เรล แต่ถูกเมกากดไว้ไม่ให้โตเพราะไม่ยอมสยบอำนาจ ไม่ยอมให้สูบทรัพยากร ถึงขนาดหนุนรัฐบาลเงากดดันเวเนซูเอลาในเวทีโลกตลอดเวลานับทศวรรษ มีแต่รัสเซียที่คอยช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ และเตือนภัยจนรอดถูกลอบสังหารจากซีไอเอ จีนก็เชิญเวเนซูเอลาร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมทั้งบริกส์ และยูเรเซียตลอดมา

วันที่ ๑๗ ม.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์ รายงานว่า ปธน.นิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซูเอลา(Nicolas Maduro) เสนอให้มีการจัดตั้งกลุ่มระหว่างประเทศใหม่ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มประเทศละตินอเมริกาและแคริบเบียนที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียและจีน

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ประจำปีของเขาที่รัฐสภาของเวเนซุเอลาเมื่อวันศุกร์ มาดูโรกล่าวว่า “ผมได้พูดคุยกับประธานาธิบดีของบราซิล โคลอมเบีย และอาร์เจนตินาเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรระดับภูมิภาคใหม่” 

เขาย้ำว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะรวมความพยายาม ในการสร้างเส้นทางของละตินอเมริกาและแคริบเบียนเพื่อความก้าวหน้าในการก่อตั้งกลุ่มพลังทางการเมืองที่ทรงพลังซึ่งเป็นอำนาจทางเศรษฐกิจที่สามารถส่งเสียงพูดกับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ” 

ปธน.เวเนซุเอลากล่าวต่อไปว่ากลุ่มจะร่วมสร้าง “ ขั้วอำนาจใหม่”และจะเป็นพันธมิตรกับรัสเซียและจีน ซึ่งผู้นำของมาดูโรเรียกผู้นำรัสเซียและจีนว่า“พี่ชาย” 

พันธมิตรดังกล่าวจะประกอบด้วย  “ชุมชนแห่งชะตากรรมร่วมกันที่ปธน.สี จิ้นผิง พี่ชายของเราพูดถึง”หรือ“โลกหลายขั้วและหลายศูนย์กลางที่ปธน.ปูติน พี่ชายของเราพูดถึง”

เขาเน้นย้ำว่า “เพื่อให้โลกใหม่ที่ยุติธรรมนี้มาถึงเร็วขึ้น จำเป็นต้องมีกลุ่มละตินอเมริกาและแคริบเบียนที่เป็นเอกภาพและก้าวหน้า”

ปธน.ปูตินได้ทำลายแนวคิดของ”โลกขั้วเดียว”ที่ครอบงำโดยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา เขากล่าวถึงว่าความพยายามเพื่อให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งการกำหนดคุณค่าการนำมหาอำนาจเดี่ยวมีรูปแบบที่น่าเกลียดอย่างยิ่ง” ในขณะเดียวกัน ปักกิ่งยังกล่าวด้วยว่าจีนและรัสเซียกำลัง“ร่วมกันส่งเสริมโลกหลายขั้วและไม่ยอมรับอำนาจเหนือโลกแบบขั้วเดียว” 

ภายใต้อดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐฯประณามการเลือกตั้งของเวเนซุเอลาในปี ๒๕๖๑ ซึ่งมาดูโรชนะและได้รับตำแหน่งเป็นสมัยที่ ๒  กล่าวหาว่า“ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” วอชิงตันเปิดแคมเปญ “กดดันขั้นสูงสุด”เพื่อขับไล่มาดูโรโดยกำหนดมาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงต่อการากัส ซึ่งรวมถึงการห้ามค้าน้ำมันด้วย

สหรัฐฯ ยังให้การสนับสนุนฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้าน โดยยอมรับว่าเขาเป็น“ประธานาธิบดีชั่วคราวของรัฐบาลพลัดถิ่น” ของเวเนซุเอลา ในปี ๒๕๖๒ ผลพวงของการเคลื่อนไหว รัฐบาลของมาดูโรยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับวอชิงตัน

ตั้งแต่นั้นมา ความพยายามที่จะถอดถอนมาดูโรออกจากอำนาจ ซึ่งรวมถึงการลอบสังหาร การประท้วงตามท้องถนนหลายครั้งและความพยายามก่อรัฐประหารโดยสิ้นเชิงก็มลายหายไป ปลายเดือนธันวาคมของปีนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านในเวเนซุเอลาลงมติให้ยุบ ‘รัฐบาลชั่วคราว’ ที่นำโดยกุยโดอย่างสิ้นเชิง ทำให้รัฐบาลเงาของกุยโดก็เป็นหมัน แต่ยังเหลือกุยโดไว้คานอำนาจ หรือเป็นหมากที่จะใช้กดดันเวเนซูเอลาต่อไป

ก่อนหน้านี้ สถาบันคาเนกี้ได้เคยวิเคราะห์ว่า รัสเซียกำลังจะสูญเสียพันธมิตรใกล้ชิดคือเวเนซูเอล่า จากการที่มาดูโรยอมโอนอ่อนผ่อนตามข้อเรียกร้องของวอชิงตัน ยอมขายน้ำมันให้แลกกับการยกเลิกคว่ำบาตร

การตัดสินใจล่าสุดของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้เชฟรอนกลับมาผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา ระบอบการปกครองของมาดูโรจะยังคงต่อต้านอเมริกาอย่างสุดซึ้ง อย่างน้อยก็ในสำนวนโวหาร แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจจากการสร้างสายสัมพันธ์ใหม่กับสหรัฐฯ

สำหรับรัสเซีย การเริ่มสัมพันธ์ใหม่ของเวเนซุเอลากับสหรัฐฯ เสี่ยงที่จะสูญเสียผู้สนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขของมอสโกว์ มาดูโรกล่าวหาตะวันตกหลายครั้งว่าเพิ่มความขัดแย้งในยูเครนโดยมีจุดประสงค์เพื่อ “ทำลายกลไกความเจริญ” และ “ทำลายล้างประเทศรัสเซีย เขาประณามการคว่ำบาตรของตะวันตกต่อรัสเซียว่าเป็น “ความบ้าคลั่ง” ในขณะที่เรียกผู้นำของยูเครนว่าเป็น “ชนชั้นนำลัทธินีโอฯ” แต่การวิเคราะห์ตามแนวคิดของตะวันตกอาจไม่ถูกต้อง เพราะการเคลื่อนไหวของสหรัฐยังคงเจ้าเล่ห์ ต่างกับรัสเซียและจีนที่เปิดเผยตรงไปตรงมา บาดแผลที่สหรัฐทำไว้กับเวเนซูเอลา และมาดูโรมันกินลึกไม่อาจจางหายได้ง่าย

แม้ว่าสหรัฐฯ จะยังไม่รับรองปธน.มาดูโรอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้ติดต่อทางการทูตกับการากัส เพื่อเจรจาแลกเปลี่ยนตัวนักโทษและได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรแล้ว ไบเดนบากหน้าไปขอให้มาดูโรช่วยเพราะจนแต้มเรื่องสงครามพลังงานแพ้รัสเซีย แต่ยังคงประกาศหนุนหลังสมุนกุยโดอยู่ วันนี้จึงได้ยินมาดูโร่ประกาศท้าทายสหรัฐอีกครั้งอย่างเต็มที่!!??