ฝีแตก!! ไบเดนร่อแร่นิวยอร์กชุมนุมต้านหนุนยูเครน รีพับลิกันดันปลด-ฟ้องอาญา พวกเดียวกันเหยียบซ้ำ

0

พลุดอกแรกถูกจุดแล้วที่นิวยอร์ก ชาวมะกันชุมนุมกันในนิวยอร์ก สับไบเดนเละ เรียกร้องต่อต้านนาโต้กระตุ้นสงครามต่างแดน ขณะคนเร่ร่อนในประเทศท่วมท้นมีเป็นล้าน คนชั้นกลางลำบากสาหัส ปัญหาภายในประเทศทับถมหนี้ท่วมหัว

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงจากนิวยอร์กและภูมิภาคใกล้เคียงอื่นๆ จัดการชุมนุมและเดินขบวนบริเวณไทม์สแควร์  ต่อต้านการเข้าพัวพันในสงครามต่างๆ ในต่างแดนของสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลหันมาใส่ใจกับปัญหาภายในประเทศ ทั้งเรื่องคนเร่ร่อน ด้านการศึกษา และการรักษาพยาบาล

บรรดาผู้ประท้วงส่งเสียงต่อต้านการแผ่ขยายอาณาเขตของนาโต้ เรียกร้องสันติภาพในยูเครน วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สหรัฐฯ ทุ่มทุนใช้จ่ายมหาศาลไปกับวิกฤตยูเครน และคำแถลงล่าสุดของทำเนียบขาว ที่เตรียมจัดหาขีปนาวุธยิงจากพื้นผิวสู่อากาศ “แพริออต” แก่เคียฟอีกด้วย

ไบรอัน เบคเกอร์ ประธานกลุ่มแนวร่วม ANSWER Coalition พันธมิตรต่อต้านสงครามในสหรัฐฯกล่าวว่า “เรามาอยู่ที่นี่ในวันนี้ เพราะว่าเราคัดค้านการแผ่ขยายอาณาเขตไม่รู้จบของนาโต้ ซึ่งไม่ใช่แค่มันไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็น แต่มันยังเป็นการกระทำที่ขาดความยั้งคิดและยั่วยุ และจะทำลายอเมริกาในที่สุด” 

ในวันจันทร์ที่๑๖ ม.ค.เป็นวันรำถึงมาร์ตินลูเทอร์คิงจูเนียร์ ได้มีการประท้วงแบบเดียวกันตามมาตามเมืองต่างๆของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 

นอกจากวิกฤตการเมืองในระดับมหภาคแล้ว ไบเดนยังเจอหอกที่พุ่งใส่เขาโดยตรงกรณีเก็บเอกสารลับไว้ในสถานที่ส่วนตัว ตั้งแต่สมัยเป็นรองปธน.ยุคโอบามา ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ข้อหาเดียวกับทรัมป์  มิหนำซ้ำเจอเอกสารลับสหรัฐฯ เพิ่มในห้องสมุดคฤหาสน์รัฐเดลาแวร์อีก ไบเดนออกมาโต้เดือดว่า เจอเอกสารลับในโรงเก็บรถเป็นเรื่องธรรมดาเขาเป็นผู้นำ 

ด้านเดลี่เมล สื่ออังกฤษเปิดเผยว่า ริชาร์ด ซอเบอร์ (Richard Sauber) ที่ปรึกษาพิเศษทำเนียบขาวซึ่งเป็นทนายความของไบเดนออกมาแถลงยอมรับในวันเสาร์ (๑๔) ถึงการค้นพบเอกสารเพิ่มอีก ๕ หน้าภายในห้องที่ติดโรงรถรอบใหม่ กลายเป็นการค้นพบครั้งที่๓ ของสัปดาห์ ส่งผลทำให้ทุกฝ่ายเชื่อว่า ไบเดนเก็บเอกสารลับสหรัฐฯ ไว้ทั้งหมดราว ๑๖ ชุดในเวลานี้ 

ทำเนียบขาวในเวลานี้ตกอยู่ในที่นั่งลำบากถูกกล่าวหาว่า แอบปกปิดเรื่องการค้นพบเอกสารลับสหรัฐฯ เปิดเผยล่าช้าเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง

แน่นอนคนที่จะมาเหยียบซ้ำแผลทางอาญาของไบเดนคือ รีพับลิกัน จัดหนักถึงขั้นเสนอฟ้องร้องไบเดนเป็น “อาชญากรสงคราม” รวมทั้งเสนอให้ลงโทษเพิกถอนตำแหน่งด้วย น่าสังเกตว่าทำไมเดโมแครตจึงเคลื่อนไหวช่วยเหลือไบเดนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น และที่สำคัญคู่แข่งชิงตำแหน่งปธน.ของเดโมแครตเองออกมาหนุนให้ปลดไบเดนเต็มสูบ

เจฟฟรีย์ ยัง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตของรัฐเคนตักกี้เสนอให้ลงโทษปธน.โจ ไบเดน “ถูกไล่ออกจากตำแหน่งทันที” เนื่องจากก่ออาชญากรรมสงครามหลายครั้งโดยคณะบริหารของเขา

เจฟฟรีย์ ยังได้ทวีตว่า “ฉันคิดว่าโจ ไบเดน เป็นอาชญากร หรือดี-วอร์(D-War) ควรถูกฟ้องร้องทันทีสำหรับอาชญากรรมสงครามในยูเครน เยเมน ซีเรีย อิรัก ฯลฯ”  โดยระบุว่าเหตุผลในการฟ้องร้องรวมถึง “สงครามตัวแทนที่ผิดกฎหมายต่อรัสเซียในยูเครน” การเคลื่อนไหวครั้งพานักวิเคราะห์เกาะติดการเมืองมะกันหัวปั่นไปเลย แน่นอนเกิดกระแสชี้หน้ากันไปมาว่า เป็นสาวกปูติน รับเงินจากรัสเซียในหมู่รีพับลิกันและเดโมแครต ซัดกันนัวไปเลย

ในการแข่งขันชิงส.ส.ในปี ๒๐๒๒ ที่ผ่านมา ยัง (Young) เน้นการหาเสียงของเขาในสามประเด็นได้แก่ การลดงบประมาณของเพนตากอนลง “อย่างน้อย ๖๐%” ยกเลิกสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ซึ่งเขาตำหนิว่าทำให้อเมริกาเข้าสู่สงครามที่ไม่จำเป็น และลดผลกระทบขนาดใหญ่ของการใช้เงินในการเมือง โดยการจัดหาเงินทุนสาธารณะในการเลือกตั้งทั้งหมด ป้องกันการฟอกเงินและเงินสีเทาหนุนนักการเมือง 

และที่ฮือฮาที่สุดในรอบสัปดาห์นี้ น่าจะเป็นกรณีที่รมว.คลังสหรัฐ เจเน็ต เยเลนออกมาเตือนไบเดนแรงๆว่า อีก ๕ สัปดาห์เงินสดจะหมดคลัง ให้เร่งแหกเพดานหนี้อีกรอบ ทั้งๆที่นายทุนทั้งหลายและสื่อหลักตะวันตกเพิ่งชมเชยไบเดนว่าคุมเงินเฟ้ออยู่ ค่าCPI ลดลง หวังว่าเฟดคงจะชะลอขึ้นดอกเบี้ยไปได้ ถึงขนาดไอเอ็มเอฟออกมาปั่น เมกาจะไม่เจอเศรษฐกิจถดถอยเหมือนยุโรป

แต่นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำกลับพูดตรงข้าม ส่งสัญญาณความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯในปีนี้สูงมาก แม้จะมีสัญญาณการผ่อนคลายของอัตราเงินเฟ้อก็ตาม 

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยอ้างถึงการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ประจำไตรมาสล่าสุดว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า 

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอีวาย-พาร์เธนอน เกรก ดาโก(EY-Parthenon Greg Daco) กล่าวว่า”กิจกรรมภาคบริการยังคงแข็งแกร่ง แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังร่วงลงภายใต้น้ำหนักของอัตราการจำนองที่สูงขึ้น และกิจกรรมการผลิตกำลังชะงักงัน ทั้งสองกรณีส่งสัญญาณว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในวงกว้างของอเมริกากำลังจะมาถึง” ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการรวมกันของอัตราเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น และการเติบโตทั่วโลกที่อ่อนแอลง จะผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปี ๒๕๖๖ 

นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่าสหรัฐอเมริกาไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ แต่คาดว่าเศรษฐกิจจะกระเตื้องแบบค่อนข้างตื้นเขินและมีอายุสั้น !!