เงียบไปเลยทั้งคู่​ ​ ปิยบุตร-ธนกร​ นักการเมืองไร้สำนึก​กัดกันได้ไม่เว้นยามชาติเกิดวิกฤติ​

0

เงียบไปเลยทั้งคู่​ ​ ปิยบุตร-ธนกร​ นักการเมืองไร้สำนึก​กัดกันได้ไม่เว้นยามชาติเกิดวิกฤติ​

 

นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ออกมากล่าวว่า “…หากรัฐบาลไม่ทำเพื่อประชาชนแล้วจะมีรัฐบาลไปทำไม ถึงเวลาทวงคืนอำนาจให้ประชาชน นอกจากนี้ ยังกล่าวหารัฐบาลช่วยแต่นายทุน ไม่ช่วยชาวบ้าน…”

นายธนกร วังบุญคงชนะ​ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ออกมาโต้ว่า “…ตนรู้สึกผิดหวังกับนายปิยบุตรอย่างมากที่ไร้ซึ่งจิตสำนึก เวลานี้เป็นเวลาที่ประเทศประสบวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ แต่นายปิยบุตรกลับไม่สำนึก ไม่สนใจ เล่นการเมืองบนความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน เวลานี้เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับโควิด-19 ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะคะคานทางการเมือง ขอให้นายปิยบุตรคิดถึงประเทศชาติและประชาชนบ้าง อย่าจมปลักกับอดีต บ้านเมืองเดินมาไกลมากแล้ว รัฐบาลไม่เคยเอื้อนายทุน ทำทุกอย่างเพื่อประชาชนเท่านั้น…”

บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า
บอกลาอาการคิดหนัก บอกลาซาด้า

ด่ากันไปด่ากันมา​ ท้ายสุดก็อีหรอบเดียวกันทั้งคู่​  สำหรับนายปิยบุตร​ที่ช่วงนี้อาจว่างงานมาก​เลยออกมาพูดเรื่องไวรัสยึดอำนาจ​ มาจนถึงเมื่อเกิดมาตรการเยียวยาที่เละเทะ​ คนด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง​ นายปิยบุตรก็ไม่รีรอที่จะฉวยโอกาสนี้เอามาโจมตีทางการเมือง​ แถมยังปลุกระดมว่ารัฐบาลไม่ได้ทำเพื่อประชาชน​ ถึงเวลาต้องทวงอำนาจคืน​  ซึ่งเป็นคำพูดที่พูดมาทั้งแต่ก่อนพรรคจะโดนยุบ​ มาหลังพรรคโดนยุบแล้วก็ยังพูดท่องเป็นคาถาแบบเดิม​

ซึ่งน่าสนใจว่าการพูดครั้งนี้ของนายปิยบุตร​ สอดรับกับการที่พรรคก้าวไกล​ ที่เป็นพรรคอนาคตใหม่​ V.2 ได้เปิดเว็บไซด์​ “เราไม่ได้รับเงิน5พัน” ซ้ำซ้อนกับการเปิดช่องทางอุทธรณ์ที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว​ และการปรากฏตัวของนายไพศาล​ จันปาน​ เสื้อแดงฮาร์ดคอร์​ มวลชนกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย​ไปสวมรอยปรากฏตัวที่กระทรวงการคลังเพื่อประท้วงมาตรการเยียวยา​ 5,000​ ด้วย

ที่นายธนกรพูดก็ไม่ผิดที่บอกว่านายปิยบุตรฉวยโอกาส​ ไม่สำนึก ไม่สนใจ เล่นการเมืองบนความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน​ แต่นายธนกรก็ต้องย้อนดูตัวเองด้วยว่าเหตุแห่งปัญหาที่เป็นจุดอ่อน​ เปิดช่องให้นายปิยบุตรและพรรคก้าวไกลใช้กลับมาทิ่มแทงรัฐบาลคือเรื่องอะไร​ โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาของคลังที่เละตุ้มเป๊ะ​ในหลายประเด็น

  • 1)มาตรการเยียวยาที่ทำไปแก้ไป​ เตรียมการแบบไม่รอบรอบ​
  • 2)การประเมินสถานการณ์และจำนวนผู้รับผลกระทบผิดพลาดอย่างมาก
  • 3)ระบบ​ AI.ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องมีประสิทธิภาพตัดกรองจริงหรือไม่​
  • 4)เจ้าหน้าที่กระทรวงฯที่ไปติดป้ายเรียกแขกเชิญม็อบให้มาประท้วงถึง
  • 5)คำอธิบายที่เหมือนแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆของคนที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายข้าราชการและฝ่ายการเมือง​ แถมยังออกมาขู่ชาวบ้านที่ลงทะเบียนไม่เข้าเกณฑ์ว่าจะลงโทษตามกฎหมาย
  • 6)ทำให้​คน​ 17​-18​ ล้านคนที่อยู่ในอารมณ์โกรธแค้นรัฐบาล​
  • 7)เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามทั้งสื่อ​ ทั้งนักการเมืองเอามาเป็นหอกดาบทิ่มแทงกลับ​

ย้อนไปเมื่อวันที่​ 13​ เม.ย.2563​ นายธนกรในฐานะ​เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า​ “…ระบบคัดกรอง AI  มีการตรวจสอบที่ชัดเจน  ระบบคัดกรองไม่มั่วแน่นอน​ เพราะใช้ฐานข้อมูลที่ขึ้นทะเบียนไว้ นอกจากนั้นยังมีกระบวนการ ที่ใช้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกด้วย…”

แต่ผลที่ออกมากลับมาแต่ปัญหา​ เพราะเอาเข้าจริง ๆแล้วระบบ​ AI.ที่นายธนกรคุยนักคุยหนา ก็เป็นเพียงแค่ระบบ​ จับคู่​ (matching). ซึ่งเมื่อปราศจากฐานข้อมูลที่ถูกต้องตามจริง​ก็ทำให้การทำงานที่ออกมาไร้ประสิทธิภาพไปด้วยโดยปริยาย

ที่สำคัญก็คือ​ จนถึงวันนี้เรายังไม่เคยได้ยินนายธนกร​ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง​ในกระทรวงการคลังที่รับผิดชอบการเยียวยา​ออกมาพูดยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและไม่เคยขอโทษประชาชนเลยแต่อย่างใด​

นี่แหละสันดานของนักการเมือง​ที่ไม่ว่าจะอยู่ในวิกฤติหรือไม่ก็ไม่เคยเห็นความผิดของตัวเอง​ เอาดีเข้าตัว​ เอาชั่วใส่ชาวบ้าน​ ซึ่งจะว่าไปแล้วในห้วงยามที่เกิดวิกฤติเช่นนี้​การกระทำนี้ถือว่าซ้ำเติมประชาชนด้วยกันทั้งสองฝ่าย​ และแทนที่จะมาด่ากันไปมาก็ควรหุบปากไปเสียทั้งคู่​ แล้วลงมือไปทำอะไรเพื่อชาวบ้านจริง ๆ เสียที