รบแนวราบเลิศ!! รัสเซียมี TOS-1A ไม่สนใครโม้ ฝรั่งเศสจะส่งซีซาร์ เมกาจะส่งแบรดเลย์ อาวุธเทพนาโต้จะโดนขยี้แหลก

0

ในที่สุดกระทรวงกลาโหมรัสเซียก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่า โซเลดาร์อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียอย่างสมบูรณ์ บักมุตถูกปิดล้อมและกำลังจะถูกปลดปล่อยอย่างรอบด้านเช่นกัน ขณะเดียวกันกลาโหมฯได้กล่าวยกย่องนักสู้ Wagner ที่ ‘เสียสละ’และทุ่มเทจนประสบชัยชนะ เป็นการเปิดหน้าใหม่ของการปลดปล่อยดอนบาสทางยุทธศาสตร์ที่รอคอย

ในสถานการณ์ที่ยูเครนภายใต้การบัญชาการร่วมของนาโต้พ่ายแพ้ยับเยินในยุทธการโซเลดาร์บักมุต เคียฟได้ร้องขอกำลังพลและอาวุธชั้นสูงจากเจ้านายตัวจริงอย่างอเมริกาและนาโต้ แม้ยังไม่ได้ขีปนาวุธระดับสูงสุดแต่ทั้งสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนีต่างสัญญาจะรีบส่งรถถังและยานเกราะขั้นเทพไปให้ แต่ด่วนสุดก็ได้ระดับรองๆจากโปแลนด์และตุรกีมาแก้สถานการณ์ไปก่อน  

สภาพเช่นนี้บ่งบอกว่า รถถัง ยานเกราะไม่นับบินรบ โดรน และอื่นๆถูกรัสเซียถล่มยับมาตลอดการสู้รบที่ผ่านมากว่า ๑๐ เดือนแล้ว ทำให้อเมริกาต้องสัญญาจะรีบส่งแบรดเลย์ตัวตึงมาให้ ฝรั่งเศสก็รีบอวดจะส่งซีซาร์ที่โอ่ว่าขั้นเทพ ยังมีอังกฤษที่บอกว่ากำลังคิดอยู่ว่าจะส่งมหาเทพตัวไหนมาดี

วันนี้ลองมาพิจารณากันว่า ยานเกราะต่อสู้ของแบรดลีย์และซีซาร์ที่จะมาให้ยูเครน ลุยกองทัพรัสเซีย จะต้านทาน TOS-1A ระบบเทอร์โมบาริก ที่ถล่มรถถังประจันบานและยานเกราะยูเครนล้อตใหญ่เกลี้ยงคลังมาแล้ว

วันที่ ๑๕ ม.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวทาซซ์และรัสเซียทูเดย์รายงานว่าเซอร์เก ซูเวอร์รอฟ ( Sergey Suvorov) ผู้พันเกษียณและผู้เชี่ยวชาญด้านชุดเกราะสถาบันแคนดิเดท ออฟมิลิทารี่ไซนส์ (Candidate of Military Sciences) วิเคราะห์ยานเกราะต่อสู้ทหารราบแบรดลีย์ของสหรัฐฯ (IFV) ที่ฝ่ายบริหารของปธน.ไบเดน ตั้งใจที่จะส่งมอบให้กับเคียฟนั้นมีจุดอ่อนและไม่คล่องแคล่วในภูมิประเทศท้องถิ่น

ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ได้ประกาศชุดความช่วยเหลือทางทหารชุดใหม่สำหรับยูเครน มูลค่าสูงสุด ๓ พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงยานรบทหารราบแบรดลีย์ด้วย

“จุดอ่อนของยานเกราะ Bradley IFV คือน้ำหนักมาก และไม่มีความสามารถที่จะข้ามสิ่งกีดขวางทางน้ำได้ เป็นคำถามใหญ่ว่าจะดำเนินการอย่างไรบนแผ่นดินยูเครน บนดินดำ” ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าการดัดแปลงที่ทันสมัยของรถถังมีมวลเทียบได้กับรถถัง T-55 ในยุคโซเวียต ซึ่งหนักประมาณ ๓๖ เมตริกตัน จะลดความสามารถในการวิ่งข้ามประเทศ

บัติการทางทหารใด ๆ จะต้องเจอสิ่งกีดขวางทางน้ำตลอดเส้นทาง ชุดเกราะ และแบบจำลองของแบรดลีย์ในยุคแรก ๆ อาจจัดท้องแบนแบบพิเศษได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า  “การดัดแปลงแบบแรกสุดอย่างหนึ่งสามารถเอาชนะสิ่งกีดขวางได้ด้วยความช่วยเหลือของพาหนะท้องแบน นี่เป็นรุ่นที่เบาที่สุดโดยไม่มีการป้องกันเพิ่มเติม การดัดแปลงของยานพาหนะที่มีกำหนดส่งมอบมาพร้อมกับการป้องกันเพิ่มเติมและไม่สามารถยกลอยได้ด้วยการสนับสนุนเหล่านี้”

​​ซูโวรอฟกล่าวว่า “ยานรบแบรดลีย์มีความโดดเด่นด้วยการป้องกันเกราะ อำนาจการยิงที่ยอมรับได้ และการมีระบบควบคุมการยิงที่ทันสมัย แต่ แบรดลีย์ ไอเอฟวี มีโอกาสน้อยมากในการแสดงศักยภาพในสภาพการสู้รบที่เคยใช้ในอิรัก ซึ่งชาวอเมริกันจ้างพวกเขา แต่ยานเกราะเหล่านี้ก็ “ลุกเป็นไฟเช่นเดียวกับชุดเกราะอื่นๆได้ในสนามรบที่ดุเดือด”

เขาอธิบายว่า“มีจุดอ่อนอยู่จุดหนึ่ง เมื่อพิจารณาจากประสบการณ์ในสงครามอิรัก: ยานเกราะจะพังเมื่อส่วนหน้าของมัน ซึ่งก็คือการส่งสัญญาณของมันทั้งสองด้านของตัวถัง ถูกยิงด้วยปืนกลลำกล้องขนาดใหญ่ก็พังยับ”

แพท ไรเดอร์(Pat Ryder) โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อออนไลน์ The Drive ว่า “ยูเครนจะได้รับยานรบแบรดเลย์ เอ-๒ โอดีเอส (Bradley A2 ODS) การดัดแปลงนี้พัฒนาจากผลการปฏิบัติงานของยานพาหนะในการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิรักในปี ๑๙๙๑ ที่มีชื่อรหัสว่าเดสเซิร์ตสตอม (Desert Storm) และมาพร้อมกับเลเซอร์เรนจ์ไฟน์เดอร์ที่ปลอดภัยต่อสายตา ระบบนำทางด้วยดาวเทียม และทัศนวิสัยของคนขับที่ดีขึ้น” เห็นว่าจะมาถึงยูเครนอีก ๒ เดือนข้างหน้าเพราะปัญหาเรื่องโลจิสติก์

จุดแข็งอาวุธหลักของกองทัพภาคพื้นดินของรัสเซีย มีหลายตัส หนี่งในนั้นคือ เครื่องยิงขีปนาวุธทอส-วันเอ (TOS-1A) ได้รับการออกแบบมาสำหรับการยิงสนับสนุนของทหารราบและรถถัง เอาชนะบุคลากรของข้าศึกในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีการปกปิด และภายใต้ที่กำบังในการปฏิบัติการรบทั้งรุกและรับ และสำหรับการขนส่งยานเกราะเบาและยานพาหนะที่ไร้ความสามารถในการตอบโต้  สามารถยิงจรวดขนาด 220 มม. 30 ลำกล้อง  หรือจรวดเพลิงและเทอร์โมบาริก 24 ลำกล้อง แบบไม่มีไกด์จากโครงรถถังหลัก การคำนวณมุมการยิงที่มีความแม่นยำสูงสำหรับจรวดไร้ไกด์นำทางจะจัดสรรเป้าหมายของจุดตกกระทบในพื้นที่ในลักษณะที่ทำให้สามารถครอบคลุมเป้าหมายอย่างหนาแน่นที่ ๖ วินาทีของระยะเวลาการระดมยิงเต็มที่ที่ระยะสูงสุด ๖,๐๐๐ ม. ช่วยให้ปราบปรามการปฏิบัติการของข้าศึกเป็นระยะเวลานาน และทำลายบุคลากรของข้าศึกที่ไม่ได้ปกปิดได้ถึง ๑๐๐% ในพื้นที่ ๔๐,๐๐๐ ตารางเมตร

ไม่ว่ารถถังหรือยานเกราะตัวไหนของเมกาและสมาชิกนาโต้ก็ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมือของจอมพิฆาตทอส-วันเอไปได้ สมรภูมิที่โซเลดาร์และบัคมุตได้พิสูจน์แล้ว!!!