เคียฟ-นาโต้สะท้าน! รัสเซียส่งเรือดำน้ำติดมิสไซล์คาลิเบอร์ ๓ ลำเข้าทะเลดำ เรือยกพลขึ้นบกจ่อโจมตีระลอกใหม่

0

หลังรัสเซียประกาศชัยชนะในศึกโซเลดาร์และบักมุต จุดยุทธศาสตร์ที่ยูเครนทุ่มกำลังพลชั้นยอดและสูญเสียอย่างหนัก กองทัพรัสเซียก็เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เอาจริงหรือหลอกไม่รู้แต่ทำเคียฟ-นาโต้หลอนไม่เลิก เมื่ออยู่ๆฐานทัพเรือโนโวรอสซีสค์ว่างเปล่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ทั้งเรือสะเทินน้ำสะเทินบกและเรือดำน้ำขีปนาวุธเคลื่อนเข้าสู่ทะเลดำอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ ๑๔ ม.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวนาวัลนิวส์และมิลิทารี่รีวิวรายงานว่า รัสเซียส่งเรือดำน้ำ ๓ ลำพร้อมติดขีปนาวุธคาลิเบอร์ (Kalibr) เข้าสู่ทะเลดำ รายงานข่าวระบุว่าเรือดำน้ำออกจากฐานทัพเรือในโนโวรอสซีสค์ (Novorossiysk) ด้านยูเครนระแวงแถลงข่าว ทำนายว่า ในอนาคตอันใกล้นี้รัสเซียจะดำเนินการโจมตีด้วยขีปนาวุธอีกครั้งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับ Naval News รายงานว่านอกจากเรือดำน้ำยังรวมถึงเรือยกพลขึ้นบกโยเตอร์มอร์กูนอฟ (Pyotr Morgunov) โครงการ 11711 ที่ใหญ่ที่สุดในทะเลดำ

มีการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ยังมีเรือรบอีกหลายลำที่แล่นออกสู่ทะเลเปิด เหลือเพียงเรือและเรือสนับสนุนไม่กี่ลำที่ฐานทัพเรือโนโวรอสชีสค์  ก่อความประหลาดใจกับเคียฟมากที่เห็นฐานทัพเรือว่างเปล่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน

ก่อนหน้านี้มีข้อสังเกตว่าการโจมตีทางอากาศอีกครั้งอาจส่งผลร้ายแรงต่อระบบพลังงานของยูเครน และด้วยการทำงานที่ยากคาดเดาของระบบป้องกันทางอากาศรัสเซีย จึงเป็นไปได้มากที่สุดที่จะมีการโจมตีใหญ่ครั้งใหม่ และอาจเป็นวันที่มีการจัดหาเทคโนโลยี และอาวุธล็อตใหม่ของตะวันตก ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเคียฟ หรือกองบัญชาการกำลังผสมเคียฟ-นาโต้

อย่างไรก็ตามเมื่อเร็ว ๆ นี้หัวหน้าศูนย์ข่าวของกองบัญชาการร่วม “ใต้” นาตัลยา กูเมนยัค(Natalya Gumenyuk) ผู้สื่อข่าวยูเครนได้รายงานแล้วว่ารัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีด้วยขีปนาวุธขนาดใหญ่ครั้งใหม่ แต่รายงานเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับคำกล่าวของเคียฟ ที่ว่าขีปนาวุธที่จำเป็นสำหรับการโจมตียูเครนในรัสเซียหมดลงแล้ว

การเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันในฐานทัพเรือของกองทัพเรือรัสเซียและเรือดำน้ำยุทธศาสตร์ของรัสเซียในทะเลดำ ทำให้หลายฝ่ายจับตาไปที่โอเดสซาว่าอาจเป็นเป้าหมายหนึ่งของรัสเซียต่อไป

กองกำลังยูเครนเปิดเผยในเทเลแกรมของตนว่า จะเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันของเรือรบและเรือดำน้ำรัสเซียที่แล่นออกจากฐานทัพโนโวรอสซีสค์ ซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานเคิร์ชและห่างจากชายฝั่งควบคุมของยูเครน มากกว่าฐานทัพที่เซวาสโทพอล การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอาจมีความสำคัญ

เมื่อเร็ว ๆ นี้เรือโยเตอร์มอร์กูนอฟ ได้นำเสบียงจากรัสเซียไปยังเซวาสโตปอล (Sevastopol) หลังจากการโจมตีของยูเครนที่สะพาน Kerch เมื่อ วันที่ ๘ ตุลาคม ปีที่แล้ว  แม้ว่ารัสเซียจะจัดการซ่อมแซมไปบ้างแล้ว แต่สะพานยังคงมีความจุจำกัด ดังนั้นเรือยกพลขึ้นบกของกองทัพเรือรัสเซียจึงเข้าประจำการในฐานะเรือขนส่ง อย่างไรก็ตาม การแล่นของเรือดำน้ำพร้อมๆ กันแสดงให้เห็นว่านี่อาจเป็นมากกว่าภารกิจส่งกำลังบำรุง

คำอธิบายต่อการเคลื่อนไหวฉับพลันครั้งนี้ ประการหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า อาจเป็นการฝึกซ้อมเพื่อทดสอบความพร้อมของลูกเรือ หรืออาจเป็นการป้องกันภัยคุกคามที่เข้ามา นอกเหนือจากการบุกทางยุทธวิธีที่ประสานกับทิศทางอื่นๆที่ก็มีการเคลื่อนไหวเช่นกัน

จนถึงตอนนี้ แม้ฐานทัพดังกล่าวไม่ได้อยู่ในระยะของโดรนบินของยูเครน เพราะอยู่ห่างจากชายฝั่งที่ควบคุมโดยยูเครน แต่ก็อยู่ในระยะของโดรนไร้คนขับทางทะเลของยูเครนที่เคยโจมตี

โดรนไร้คนขับขนาดเล็กที่บรรทุกระเบิด พวกมันเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดจากการโจมตีอย่างรุนแรงต่อเซวาสโทพอลเมื่อวันที่ ๒๙ ต.ค. โดรนลำหนึ่งโจมตี โนโวรอสซีสค์เมื่อวันที่ ๑๘ พ.ย. มันสร้างความเสียหายในวงจำกัดแต่ส่งข้อความเตือนว่าฐานทัพเรือของรัสเซียอยู่ใกล้แค่เอื้อมสำหรับยูเครน

รัสเซียได้ดำเนินการป้องกันขั้นสูงที่ฐานทัพเรือของตนแล้ว และขณะนี้เรือรบและเรือดำน้ำได้รับการปกป้องด้วยบูมลอยน้ำหลายลำ บูมควรช่วยป้องกันการโจมตีของโดรนทางทะเล

ข้อวิเคราะห์ว่ารัสเซียเตรียมปฏิบัติการเชิงรุกครั้งใหม่ ดูน่าจะมีความเป็นไปได้เพราะกองทัพเรือรัสเซียมีส่วนร่วมในปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ก่อนปีใหม่ครั้งล่าสุด กองทัพเรือรัสเซียก็เคลื่อนไหวอย่างผิดปกติก่อนหน้าการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่ในยูเครน เป็นการประสานกำลังรบทั้งภาคอากาศ พื้นดินและทางทะเล

สำหรับเรือดำน้ำชั้นคิโล (Kilo) เป็นรุ่นปรับปรุงที่สามารถยิงขีปนาวุธร่อนคาลิเบอร์ (Kalibr) มีบทบาทโจมตียูเครนมาแล้วหลายครั้ง  ส่วนใหญ่ถูกถอนออกจากเซวาสโทพอลในไครเมียในเดือนกันยายนปีที่แล้ว  หลังจากโดรนของยูเครนโจมตีเมืองท่า ก็ถูกส่งกลับไปที่เดิม เพื่อบรรจุขีปนาวุธคาลิเบอร์ไว้ที่ฐานทัพโนโวรอสซีสค์เป็นเวลาหลายสัปดาห์

เรือดำน้ำจะมีส่วนร่วมในข่าวกรองที่กว้างขึ้นหรือครอบคลุมภารกิจรอบ ๆ เรือสะเทินน้ำสะเทินบก

การผสมผสานระหว่างเรือสะเทินน้ำสะเทินบกและเรือดำน้ำยังบ่งชี้ว่านี่อาจไม่ใช่การโจมตีด้วยขีปนาวุธ แต่ถ้ามีการเคลื่อนไหวที่กล้าหาญที่สุด ก็จะได้เห็นการลงจอดเรือสะเทินน้ำสะเทินบกและยกพลขึ้นบก ซึ่งด่านหน้าทีจะเจอคือโอเดสซ่านั่นเอง

นักวิเคราะห์และผู้บังคับบัญชาในยูเครนรู้สึกวิตกและประกาศจะเฝ้าดูการพัฒนานี้อย่างใกล้ชิด ไม่ต้องสงสัยหากอยู่ในยามสงบ การอพยพเรือเช่นนี้ถ้าไม่มีเรื่องราวเบื้องหลัง ก็แทบจะเป็นข่าวไม่ได้ แต่ในสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ มันต้องเป็นการส่งสัญญาณในมิติที่เพิ่มมากขึ้นกว่าแค่การส่งกำลังบำรุงและเสบียง??