กระตุ้นบ้าคลั่ง!! จีนฟาดเมกาโหมไฟเอเชีย แทคทีมญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ซ้อมรบ-ติดตั้งนิวเคลียร์ ต้านเปียงยางกระแทกปักกิ่ง

0

เริ่มเดือนแรกของปี เอเชีย-แปซิฟิกก็ระอุเดือดแล้ว เพราะสหรัฐฯผลักดันญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นตัวแทนอำนาจและผลประโยชน์ได้สำเร็จอย่างเปิดเผย ประกาศจะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทหารอย่างเต็มสูบกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทั้งขยายฐานทัพ ซ้อมรบนิวเคลียร์และเตรียมขายขีปนาวุธนิวเคลียรให้บริวารด้วย ด้านจีนซัดเมกาตรงๆว่า เป็นตัวการนำพาความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์เข้ามาในภูมิภาคนี้อย่างบ้าคลั่ง ด้วยการกระตุ้นความขัดแย้งสร้างสงครามตัวแทนในพี้นที่ห่างไกลสหรัฐฯ แต่จีนจะไม่ทนทั้งจะตอบโต้อย่างเด็ดเดี่ยว 

Japanese Defense Minister Yasukazu Hamada, Japanese Foreign Minister Hayashi Yoshimasa, Secretary of State Antony Blinken, and Secretary of Defense Lloyd Austin, speak during a news conference at the State Department, Wednesday, Jan. 11, 2023, in Washington. (AP Photo/Alex Brandon)

วันที่ ๑๓ ม.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์และรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ทางการจีนได้ออกมาวิพากษ์ สหรัฐและพันธมิตรอย่างเข้มข้นว่า เป็นการกระตุ้นการเผชิญหน้าที่ไม่เอื้อต่อความเจริญรุ่งเรืองของเอเชียแปซิฟิกและจะไม่ได้รับการต้อนรับ

ผู้เชี่ยวชาญของจีนกล่าวว่า “สหรัฐฯ และญี่ปุ่นกำลังบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในปี ๒๕๖๖ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กลาโหมและการทูตระดับสูงจากทั้งสองประเทศให้คำมั่นที่จะเสริมสร้างพันธมิตรทางทหารและความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยอ้างถึง “ความท้าทายทางยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากจีน”  การเป็นพันธมิตรทางทหารที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากขึ้น ในขณะที่ใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้น ย่อมหมายถึงท่าทีที่อันตรายมากขึ้นสำหรับญี่ปุ่น และพันธมิตรทางทหารที่ยั่วยุจะไม่ได้รับการต้อนรับจากประเทศในภูมิภาคอย่างแน่นอน”

หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “ความร่วมมือทางทหารของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของบุคคลที่สามหรือสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค” “เราหวังว่าประเทศที่เกี่ยวข้องจะเคารพความกังวลด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค และดำเนินการมากขึ้นเพื่อเพิ่มความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างประเทศต่างๆด้วย”

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ญี่ปุ่นไม่เพียงแต่แยกตัวออกจากหลักการการป้องกันเพียงอย่างเดียวและเตรียมที่จะแทรกแซงในคำถามของไต้หวัน และยังเปิดทางให้กองทัพสหรัฐฯใช้เป็นฐานปฏิบัติการแนวหน้า สามารถเปิดปฏิบัติการทางทหารกับจีนจากแผ่นดินญี่ปุ่นได้โดยสะดวก ประหนึ่งเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของสหรัฐอย่างออกนอกหน้า

ฟู เคียนเฉา(Fu Qianshao) ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของจีน กล่าวว่า “การติดตั้งทางทหารทั้งหมดในกลุ่มเกาะแรกใกล้กับเกาะไต้หวัน รวมถึงฐานทัพเรือสหรัฐและฐานทัพอากาศในญี่ปุ่น สามารถถูกกำจัดได้ด้วยอาวุธที่มีความแม่นยำของกองทัพเรือ PLA กองทัพอากาศ และกองกำลังจรวดทางยุทธศาสตร์

เขาย้ำว่า “หากญี่ปุ่นยังคงดำเนินการร่วมกับสหรัฐฯ และกลุ่มแบ่งแยกดินแดนไต้หวัน เพื่อยั่วยุจีน PLA จะต้องดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างแน่นอน ซึ่งรวมถึงการฝึกและการลาดตระเวนมากขึ้นในน่านน้ำสากลและน่านฟ้ารอบๆ ญี่ปุ่น เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสู้รบของ PLA ในทะเลอันไกลโพ้นยามต้องเผชิญหน้ากับศัตรูด้วย”

ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าสหรัฐฯ จะพยายามเสริมอำนาจการควบคุมเหนือญี่ปุ่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่ญี่ปุ่นก็ชักจูงสหรัฐฯ ให้ตอบสนองความต้องการเชิงกลยุทธ์ของตนอย่างเชี่ยวชาญเช่นกัน 

ก่อนหน้านี้ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น โยชิมาสะ ฮายาชิ (Yoshimasa Hayashi) และรัฐมนตรีกลาโหมยาสุกาสุ ฮามาดะ (Yasukazu Hamada) และรมว.ต่างประเทศสหรัฐ แอนโทนี บลิงเคน (Antony Blinken) และ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ลอยด์ ออสติน(Lloyd Austin)  ประชุมกันในกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้ออกแถลงการณ์ร่วม ระบุจีนเป็นความท้าทาย ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดและยังอ้างถึง “ภัยคุกคาม” จากรัสเซียและเกาหลีเหนือ เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นตกลงที่จะจัดระเบียบกองทหารปืนใหญ่ที่ ๑๒ ซึ่งมีฐานอยู่ในโอกินาวาในญี่ปุ่นใหม่ให้เป็นกองทหารนาวิกโยธินชายฝั่งทะเลที่ ๑๒ ภายในปี ๒๕๖๘ พร้อมด้วยข่าวกรองขั้นสูง ความสามารถในการตรวจตรา ตลอดจนการต่อต้านเรือและการขนส่ง ขีดความสามารถ 

นอกจากนี้ รมว.กห.สหรัฐฯ ระบุว่าจะจัดตั้งหน่วยนาวิกโยธินมารีน ลิตทอรัล เรจิเม้นท์ (Marine Littoral Regiment) ในญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการประจำการขีปนาวุธต่อต้านเรือรบด้วย ทั้งสองฝ่ายยังตกลงจะขยายสนธิสัญญาด้านการป้องกันให้ครอบคลุมด้านอวกาศ  ผู้นำสหรัฐฯ และญี่ปุ่นมีกำหนดหารือกันในวันนี้ (๑๓ ม.ค.๖๖) คาดว่าจะหารือในประเด็นด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก รวมถึงการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ไปจีนด้วย

ด้านเกาหลีใต้วางแผนจะฝึกรบนิวเคลียร์ร่วมกับสหรัฐฯระบุว่าเพื่อรับมือการถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ แต่ความจริงการเคลื่อนไหวหนักในการซ้อมยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือก็เป็นผลมาจากการซ้อมรบใหญ่บีบคั้นเกาหลีเหนือของสหรัฐและพันธมิตรในย่านนี้ก่อน ทั้งหมดก็เป็นการสร้างความชอบธรรมในการเข้ามาอิทธิพลของสหรัฐในย่านนี้นั่นเอง

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้นำเสนอภารกิจหลักในปี ๒๕๖๖ ต่อปธน.ยุน ซ็อก-ย็อล ของเกาหลีใต้ สาระสำคัญคือ เกาหลีใต้และสหรัฐฯ วางแผนจัดการฝึกร่วมทางทหารในเดือน ก.พ.๒๕๖๖ เพื่อรับมือการถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ รวมถึงการฝึก แผน ฟรีดอมชีลด์ (Freedom Shield (FS) ระยะเวลา ๑๑ วัน  นอกจากนี้เตรียมจัดการประชุม รมว.กลาโหมร่วมกับประเทศสมาชิกของกองบัญชาการสหประชาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ (United Nations Command-UNC) ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ ๗๐ ปี ความเป็นพันธมิตรทางทหารระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ  โซลจะทำการทดสอบขั้นสุดท้ายในการพัฒนาจรวดเชื้อเพลิงแข็ง และการปล่อยดาวเทียมสังเกตการณ์ทางทหารดวงแรกของประเทศในเร็วๆนี้