เคียฟ-นาโต้ผวา!! รัสเซียยึดบักมุตจับเชลย ๕๐๐ ปลดปล่อยดอนบาส ทุบต่อที่ลูฮันสค์ อัดฉีดอาวุธแรงแม่นยำ

0

กองทัพรัสเซียระดมใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ซับซ้อน ยุทโธปกรณ์ทางทหารและยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ​​ในขณะที่ต่อสู้กับกองกำลังเคียฟ-นาโต้ที่แนวหน้า ๔ ภูมิภาคใหม่  กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เผยแพร่วีดิโอแสดงให้เห็นว่ากองทหารรัสเซียใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูงที่มีความแม่นยำสูง เพื่อโจมตีเป้าหมายทางทหารของยูเครนจากระยะไกล ทำลายจุดแข็งของยูเครนและรถหุ้มเกราะสามารถถูกโจมตีได้ด้วยขีปนาวุธเฉพาะทาง ที่สามารถค้นหาเป้าหมายตรงเป้าโดยไม่เสียเปล่าแม้แต่นัดเดียว

ตัวอย่างรูปธรรมในปฏิบัติการแนวหน้าของโดเนตสค์ กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศเมื่อวันอังคารที่ ๑ ที่ผ่านมาว่า ระบบป้องกันทางอากาศของประเทศได้ยิงเครื่องบินรบยูเครนตก ๓ ลำ คือ Sukhoi 25 ถูกยิงตกเหนือเมืองโดเนตสค์ ทหารยูเครนอย่างน้อย ๑๗๐ นายเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติการร่วมกันของกองกำลังของสาธารณรัฐโดเนตสค์และกองทัพรัสเซีย ทำลายรถถัง ๒ คันของกองทัพยูเครนประเภท T-64BV, ปืนใหญ่ ๓ กระบอกประเภททูเอสทรี อคัทเซีย (2S3 Akatsia), ปืนครกขนาด ๑๕๕ มม. ๔ คัน, รถหุ้มเกราะ ๑๙คัน

วันที่ ๑๒ ม.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและมิริทารี่รีวิวรายงานว่า สถานการณ์เดือดในโซเลดาร์และบักมุต กรณีหน่วยรบพิเศษวาร์กเนอร์ประกาศชัยชนะคุมเป็ดเสร็จ ที่โซเลดาร์  ทหารเคียฟติดกับดักอยู่ ๕๐๐ นาย วันนี้บางส่วนเสียชีวิตขณะที่เหลือถูกจับเป็นเชลย ยุทโธปกรณ์ทางทหารต่างประเทศมากกว่า ๗๐ หน่วยของกองทัพยูเครนถูกทำลายและถูกยึดเป็นถ้วยรางวัล

สื่อตะวันตกรีบรายงานว่าหน่วยวาร์กเนอร์สังหารทหารยูเครนทั้งหมด และวันนี้ทางยูเครนได้ออกมายอมรับเองแล้วว่า พ่ายแพ้ที่โซเลดาร์แต่ปากแข็งว่าไม่สำคัญอะไร ขณะที่เซเลนสกี้ยังปากแข็งว่าทั้งโซเลดาร์และบักมุตยังสู้กันอยู่

ใน Soledar และบริเวณโดยรอบ ยุทโธปกรณ์ของข้าศึกที่กองทหารรัสเซียทุบทำลายและยึดได้ มีของอเมริกัน M113 ยานเกราะขนส่งกำลังพล ยานเกราะ VAB ล้อฝรั่งเศส (4×4) ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการใช้งานระหว่างปฏิบัติการซาเฮล (Sahe)l ของฝรั่งเศสในแอฟริกา, ปืนครก M777 ที่ผลิตในอเมริกา, ปืนครกแครบ (Krab) ขับเคลื่อนด้วยตัวเองของโปแลนด์, รถหุ้มเกราะฮัมวี่ (Humvee) ของอเมริกาหลายคัน, รถหุ้มเกราะแมสตีฟ (Mastiff ของอังกฤษ) FV103 Spartan ของอังกฤษส่งยานเกราะบรรทุกบุคลากรติดตาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดที่มาถึงยูเครน ไม่นานมานี้ ในกลางเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ 

 

นอกจากนี้ยังมีรถถัง T-72 หลายคันที่ได้รับการดัดแปลงและสร้างโดยสาธารณรัฐเช็กรวมอยู่ด้วย  งานนี้เรียกว่าอาวุธนาโต้โดนกองทัพรัสเซียทำลายและยึดเกือบหมดยกชุด เลยต้องพากันเตรียมส่งมาใหม่อีก

อเล็กซี่ย์ อเรสโตวิช(Aleksey Arestovich) ที่ปรึกษาสำนักงานปธน.ยูเครนกล่าวว่า “การปลดปล่อยเมือง Soledar โดยกองทหารรัสเซียนั้นไร้ประโยชน์อย่างยิ่งและจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ” แพ้เห็นๆยังแถ

ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นตรงกันว่า การปลดปล่อยของ Soledar จะนำมาซึ่ง “ผลกระทบโดมิโน” และการสูญเสียแนวป้องกันทั้งหมดของเคียฟในทิศาง เซเวอร์สค์-โซเลดาร์-อาร์ติมอฟหรือบักมุต (Seversk – Soledar – Artemovsk) คำสั่งของกองทัพยูเครนโดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียส่งกองกำลังจำนวนมากไปยังพื้นที่ซึ่งถูกขนานนามว่า “เครื่องบดเนื้ออาร์ติมอฟสกายา” ประมาณ ๒๕,๐๐๐ นายหลายเดือนของการทำลายล้าง อย่างไรก็ตามหลังจากการล่าถอยของยูเครนจากโซเลดาร์ ชะตากรรมของบักมุทก็ถึงคราวแตกและถูกรัสเซียยึดเบ็ดเสร็จ

อดีตเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ประจำมอสโกว์ โรเดียน มิรอชนิค (Rodion Miroshnik) กล่าวก่อนหน้านี้ว่ายูเครนสูญเสียผู้คนประมาณ ๒๕,๐๐๐ คนในการต่อสู้เพื่อ Soledar และความสูญเสียเหล่านั้นไม่สามารถแก้ไขได้

จากโดเนตส์มาถึงภูมิภาคใกล้เคียง ที่แนวหน้าสาธารณรัฐประชาชนลูฮานสค์ (LPR) ดุเดือดต่อเนื่องเมื่อข่าวโซเลดาร์และบัคมุตแตกกระจายไปทั่ว มีการเคลื่อนไหวทางทหารที่แข็งแกร่งของกองทัพสหพันธรัฐรัสเซียประมาณ ๓๐ กลุ่มตามพื้นที่แนวหน้า สิ่งนี้ได้รับการประกาศทางโทรทัศน์ของยูเครนเอง โดยเซอร์เก ไกได (Sergei Gaidai) ซึ่งเป็น”หัวหน้าฝ่ายบริหารทหารภูมิภาคลูฮันสค์ของยูเครน

ก่อนหน้านี้ Gaidai กล่าวว่าในภูมิภาค Luhansk มีแนวโน้มว่ากองทัพรัสเซียอาจพยายามโจมตีครั้งใหม่เพื่อขับไล่กองทัพยูเครนออกจากตำแหน่ง พื้นดินก็กลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่งทำให้ยานเกราะหนักสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นจุดสนใจหลักของการรุกทางทหารของรัสเซีย

ไกไดยังบอกกับสื่อยูเครนด้วยว่ากองทัพรัสเซียกำลังส่งหน่วยพร้อมรบไปยังทิศทางสวาโตโว-คราเมนนายา สิ่งนี้อาจบ่งบอกถึงการเตรียมการสำหรับการโจมตี ระลอกใหม่ของรัสเซีย

เดนิส ปูชิลิน(Denis Pushilin) รักษาการหัวหน้าสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ยืนยันว่า ตอนนี้กองทหารรัสเซียประสบความสำเร็จมากขึ้นในแนวหน้าโดเนตสค์ การปลดปล่อยโซเลดาร์และมารินกา ส่งผลไปถึงบักมุตและ เซเวอร์สค์ จากนั้นก็จะถึงคิวของซเลวิยันสค์ และครามาตอร์สค์