โหดไม่เลี้ยง!! หน่วยรบพิเศษรัสเซียลุยเดือด ‘สเปตนาส’ขยี้เคียฟ-นาโต้ที่โซเลดาร์ ‘วาร์กเนอร์’ขย้ำศัตรูที่โปรคอฟสกอย

0

สงครามตัวแทนในยูเครนได้เปิดโฉมหน้าเบื้องหลังคือสหรัฐฯและนาโต้อย่างหมดเปลือก ล่าสุด โอเล็กเซีย เรซนิคอฟ(Oleksiy Reznikov) รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนกล่าวอย่างตรงไปตรงมาในระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า ยูเครนกำลังปฏิบัติภารกิจของ NATO ให้สำเร็จ เขากล่าวว่า “วันนี้ เรากำลังปฏิบัติภารกิจของ NATO ให้บรรลุเป้าหมาย โดยที่พวกเขาไม่ต้องเสียเลือดเนื้อเลย แต่เราเองที่เป็นฝ่ายสูญเสีย โดยที่พวกเขายอมเสียอาวุธที่พวกเขามี”

แฉกันเต็มๆแบบนี้เพื่อลากนาโต้และเมกามาออกหน้ารบโดยตรงกับรัสเซียให้ได้ อันที่จริงรัสเซียรู้อยู่แล้ว รอแต่ตัวการหลักจะยอมเอ่ยปากขณะที่ถล่มสั่งสอนไปรายวัน

พฤติกรรมอย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ ประกาศชุดความช่วยเหลือใหม่แก่ยูเครนมูลค่ากว่า ๓ พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานของทำเนียบขาว ความช่วยเหลือจะมอบให้โดยตรงจากเพนตากอน และจะรวมถึงรถหุ้มเกราะของแบรดลีย์ ปืนครกที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ยานเกราะ MRAP ต่อต้านการซุ่มโจมตีจากทุ่นระเบิด ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ อาวุธและเครื่องกระสุนอื่นๆ

เรื่องนี้ผู้นำเชเชน รามซาน คาดิรอฟ(Ramzan Kadyrov)ซัดเจ็บว่า “ความช่วยเหลือจากต่างประเทศแก่ยูเครนเป็นโครงการฟอกเงินให้ผู้ที่มีส่วนในสงครามของยูเครน”

เขากล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ตะวันตกและยูเครนจะยักยอกเงินเหล่านี้ และมีเพียงไม่เกิน ๑๕% ของความช่วยเหลือทั้งหมดจะส่งไปถึงสนามเพลาะ”เขาเน้นย้ำว่า “นี่คือภูมิภาคของเรา เราจึงเลือกที่จะเข้าร่วมกับรัฐของเราเพื่อปกป้องประชาชนจากการกระทำของลัทธิซาตานของกลุ่มสุดโต่งยูเครนและนาโต้” 

เขากล่าวเสริมว่า“วันนี้ เพื่อช่วยพี่น้องของพวกเขาในแนวหน้า เครื่องบินรบ OMON และหน่วย อัคมัต-๑(Akhmat-1) ประมาณ ๓๐๐ นายของกองอำนวยการรักษาดินแดนแห่งชาติสำหรับสาธารณรัฐเชเชนได้ถูกส่งออกจากสนามบินนานาชาติกรอสนี(Grozny)”

การปฏิบัติงานที่ดุเดือดแหลมคมของหน่วยรบพิเศษของรัสเซีย นอกจากหน่วยรบเชเชนซึ่งประจำอยู่แนวหน้าโดเนตสค์และลูฮันสค์แล้ว  มีรายงานว่า หน่วยสเปตนาส (Spetznas) ขณะนี้รุกเข้าไปถึงพื้นที่ใจกลางเมืองโซเลดาร์(Soledar) แล้ว หน่วยรบวาร์กเนอร์(Wagner PMC) ยังทำลายกองกำลังฝ่ายยูเครน ในทิศทางของเมืองโปครอฟสกอย(Pokrovskoye) จนล่าถอยออกไป

สถานการณ์ในโซเลดาร์ แอนนา มัลยาร์(Anna Malyar)  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน ถึงกับออกปากการสู้รบในภูมิภาคโดเนตสค์ยังคงรุนแรง กองกำลังรัสเซียมีความคืบหน้าใน Soledar ในเขตโดเนตสค์ (Donetsk)เมืองนี้ห่างจากบักมุท (Bakhmut) ประมาณ ๒๐ กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือของ ซึ่งมีการสู้รบที่รุนแรงที่สุด

มัลยาร์กล่าวว่า “รัสเซียได้ลุยหนักอย่างมากในโซเลดาร์เพื่อเข้าถึงพรมแดนของภูมิภาคโดเนตสค์ หรือเพื่อยึดดินแดนบางส่วนเพิ่ม “ตอนนี้สถานการณ์ในโซเลดาร์เป็นเรื่องยากลำบากมาก”  มีข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของตะวันตกเกี่ยวกับโซเลดาร์ พวกเขารายงานว่าผู้ครอบครองชาวรัสเซียได้ยึดเหมืองเกลือและแม้แต่บางเขตของเมืองมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ฝ่ายทหารของยูเครนปฏิเสธว่าไม่จริงตลอดในขณะที่ส่วนกลางต้องส่งกำลังมาหนุนตลอดเวลา

หน่วยรบพิเศษสเปตนาส (Spetsnaz) ของรัสเซียเป็นกองกำลังทหารราบขนาดเบาที่บทบาทส่วนใหญ่สำหรับภารกิจลาดตระเวน การต่อต้านการก่อความไม่สงบ และภารกิจการขยายกำลัง เทียบได้กับกองทหารพรานที่ ๗๕ ของสหรัฐฯ หรือกองพลจู่โจมทางอากาศที่ ๑๖ ของอังกฤษมากกว่ากองกำลังพิเศษที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษของรัสเซียมีหน่วยรบพิเศษอย่างเป็นทางการ

กองกำลังสเปตนาซมุ่งเป้าไปที่ปฏิบัติการพิเศษ “สงครามทางภูมิรัฐศาสตร์” ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจเป็นพิเศษของมอสโกว์ในการบูรณาการภารกิจทางการทหารทั่วไปเข้ากับ “มาตรการเชิงรุก” และการนำหน่วยนี้มาปฏิบัติที่โซเลดาร์หนุนวาร์กเนอร์ที่บักมุท จึงนับว่าใกล้ปิดจ็อบจุดยุทธศาสตร์นี้อีกไม่นาน

เป็นที่น่าสังเกตุว่า ข่าวคราวของหน่วยรบพิเศษของรัสเซีย มีการเปิดเผยบทบาทมากขึ้น ที่ผ่านมาทางกลาโหมรัสเซียจะรายงานเป็นภาพรวมและใช้คำว่า กองทัพรัสเซีย แต่ระยะนี้จะเห็นรายงานที่ระบุผลงานโดยเฉพาะของหน่วยรบพิเศษต่างๆที่มีอยู่มาก ทางฝ่ายตะวันตกยังจับทางไม่ได้เพราะเห็นแต่ภาพคร่าวๆว่ามีกองกำลังมากมายจากชนเผ่าหลากหลายในรัสเซีย แต่ไม่รู้ว่า หน่วยไหนเป็นทหารหลัก หน่วยไหนเป็นหน่วยรบพิเศษ หน่วยไหนเป็นกองกำลังจากท้องถิ่น

สภาพการรบแพ้ของยูเครนและกองกำลังผสมต่างชาติ แต่โฆษณาชวนเชื่อว่าชนะถูกข้อเท็จจริงในสนามรบแฉอย่างต่อเนื่องจากสื่อโซเชียลอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯอย่างเช่นเทเลแกรม  ทำให้ยูเครนเริ่มเตรียมสร้างเรื่องเท็จใส่ร้ายรัสเซียอีก คลายๆกรณีที่เมืองบูชา กระทรวงกลาโหมรัสเซียคำเตือนว่า “ยูเครนไม่สามารถประสบความสำเร็จในสนามรบได้ ระบอบการปกครองของเคียฟเตรียมใช้วิธีการที่ไร้มนุษยธรรมเพื่อพยายามรักษาความสนใจของผู้ชมชาวตะวันตกและโน้มน้าวพันธมิตรต่างชาติให้สนับสนุนต่อไป”