ชัชชาติโดนอีกชุดใหญ่ อ้างขาดทุนไม่คุ้ม! แห่แชร์ย้อนรอยรถไฟญี่ปุ่นเปิดบริการแม้มีผดส.แค่คนเดียว

0

จากที่เฟซบุ๊ก Thailand Vision ได้โพสต์ข้อความเผยแพร่จากการระบุแหล่งที่มาไว้อย่างน่าสนใจ เกี่ยวกับการให้บริการประชาชนของญี่ปุ่น ซึ่งทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวเนื่องพาดพิงมายังไทยด้วย

ทั้งนี้ข้อความที่เฟซบุ๊ก Thailand Vision โพสต์เปิดเผยไว้บางช่วงระบุว่า “ถ้ากล่าวถึงเรื่องราวระบบขนส่งสาธารณะที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้โดยสารเป็นอันดับหนึ่ง จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ต้องยกให้ สถานีรถไฟ คิว-ชิราทากิ บนเกาะฮอกไกโด ซึ่งเปิดให้บริการเพื่อนักเรียนหญิงเพียงคนเดียว รอจนกระทั่งเธอจบการศึกษาจึงค่อยปิดทำการสถานี

สถานีรถไฟเล็กๆแห่งนี้ เป็นสถานีรถไฟสาย Sekihoku ในเมือง Engaru อันห่างไกล ทางตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด ดำเนินการโดยบริษัท JR Hokkaido มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1955 เพื่อให้เด็กๆในชุมชนได้เดินทางไปโรงเรียนที่อยู่ห่างออกไปราว 35 นาที

ก่อนการปิดตัว JR Hokkaido ก็ได้ทราบว่า ยังมีผู้โดยสารหลงเหลืออยู่ หนึ่งคน ที่ใช้บริการสถานีรถไฟแห่งนี้ไปโรงเรียนเป็นประจำ ผู้โดยสารคนสุดท้ายดังกล่าว คือ คานะ ฮาราดะ เด็กสาววัยมัธยมปลายผู้อาศัยในย่านชิราทากิ ที่มีประชากรเพียง 36 คน (ในขณะนั้น) เธอเป็นผู้เดียวที่ยังคงใช้บริการสถานีรถไฟ “คิว-ชิราทากิ” แห่งนี้ ในการเดินทางไปโรงเรียนมัธยมปลาย

ทำให้บริษัท JR Hokkaido ตัดสินใจขยายเวลาการปิดตัวสถานีออกไป รอให้เด็กสาวซึ่งเป็นผู้โดยสารคนสุดท้ายสำเร็จการศึกษาเสียก่อน จนกระทั่งในวันที่ 25 มีนาคม 2016 ซึ่งเป็นวันที่ ฮาราดะ จบการศึกษา สถานีรถไฟ “คิว-ชิราทากิ” ก็ได้ทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารในวันสุดท้ายก่อนปิดทำการ พร้อมกับได้สร้างตำนานสถานีรถไฟที่ให้ความสำคัญกับผู้โดยสารมากที่สุด แม้เป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียวก็ตาม

ปัจจุบัน รถไฟสาย Sekihoku ยังให้บริการอยู่บนเกาะฮอกไกโด แต่สถานีคิว-ชิราทากิ ได้ถูกรื้อถอนออกไปแล้ว”

อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์เผยแพร่ออกไปก็ปรากฏว่า มีบุคคลเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งโยงประเด็นมาที่ประเทศไทยด้วย อาทิ

“เรือด่วนแสนแสบ​ เขาว่าขาดทุน​ จะยกเลิก โดยไม่คำนึง​ ถึงการบริการประชาชน ที่ต้องการความเร่งด่วน​ และเบี้ยน้อย”

“เมืองไทยไม่ทำเพราะคำเดียวไม่คุ้ม”

“ช่างแตกต่างกับบ้านเราจริงๆ​ไม่แปลกใจที่เจริญกว่าเรา​ เพราะมันถูกบ่มเพาะทางความคิดและปลูกฝังให้เข้าไปอยู่ในจิตใจ…”

“ไม่คุ้ม ประหยัดงบ แต่เอาไปลงอย่างอื่น”

“ไม่ได้ ไม่ได้ ท่านผว.ชช มองว่ากรณีแบบนี้ถือเป็นเรื่องขาดทุน”

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2566  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ถึงประเด็นเรื่องการเดินเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle EV) ในคลองผดุงกรุงเกษม เขตพระนคร

โดยนายชัชชาติ กล่าวว่า ตอนนี้ประเด็นเรื่องการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม ต้องดูตัวเลขให้ดี ถามว่าที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายเดือนละเท่าไหร่รู้หรือไม่ เดือนละ 2.4 ล้านบาท ไม่รวมค่าเรือลำละ 5 ล้าน ซึ่งกทม.เป็นผู้ซื้อ ผู้ใช้เฉลี่ยเดือนละ 14,000 คน ฉะนั้น 1 คน 171 บาท ต่อ 1 เที่ยว

นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวอีกว่า ทาง กทม.ทบทวนรูปแบบอยู่ จะทำอย่างไรให้คุ้มทุนและตอบโจทย์ ในเงินจำนวนเท่ากัน ตอบโจทย์การเดินทางได้จริงหรือไม่ ซึ่งคงไม่ได้ทำต่อ เพราะว่าเป็นเรื่องการเดินเรือประหยัดพลังงาน คงต้องตอบโจทย์จริงๆ ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุด